THE PRINT SHOW & SYMPOSIUM SINGAPORE 2026

The Print Show 2026, Installation view

STPI เปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานภาพพิมพ์ที่สะท้อนพลังของการทำงานร่วมกัน และความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ เทคโนโลยี และยุคสมัย ใน The Print Show and Symposium Singapore 2026

TEXT: TUNYAPORN HONGTONG
PHOTO COURTESY OF STPI, SINGAPORE EXCEPT AS NOTED

(For English, press  here)

ขณะที่กระแส NFTs ที่เคยบูมเมื่อ 5-6 ปีก่อน กลับหล่นฮวบลงอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดก็กลายเป็นแค่สินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่อนาคตของศิลปะอย่างที่หลายคนเคยใฝ่ฝันไว้ ว่ากันว่านาทีนี้ตลาดภาพพิมพ์ กำลังเติบโตอย่างน่าจับตา โดยเฉพาะในกลุ่มนักสะสมรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาและกระบวนการสร้างสรรค์ มากกว่าจะยึดติดกับค่านิยมเดิมๆ เกี่ยวกับเรื่องจำนวนการทำซ้ำ

The Print Show 2026, Installation view

ท่ามกลางความร้อนแรงของตลาดภาพพิมพ์นี้เอง เมื่อ STPI สถาบันศิลปะในสิงคโปร์ที่ทำงานร่วมกับศิลปินระดับโลกมายาวนาน ได้จัด The Print Show and Symposium Singapore 2026 ขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาเดียวกับ Singapore Art Week เราจึงได้มีโอกาสกลับไปสำรวจเทคนิคศิลปะเก่าแก่ และทำความรู้จักบทบาทของสถาบันแห่งนี้ในฐานะฟันเฟืองของวงการภาพพิมพ์

The Print Show 2026, Installation view

The Print Show 2026, Installation view

STPI ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 ในชื่อ Singapore Tyler Print Institute ที่ตั้งเป็นเกียรติแก่ Kenneth E. Tyler ผู้มีส่วนสำคัญในการก่อตั้ง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ STPI ในช่วงปี 2010 โดย STPI วางตัวเองเป็นทั้งแกลเลอรีและเวิร์กช็อปงานภาพพิมพ์ และเน้นคอนเซ็ปต์เรื่องการทำงานร่วมกัน ระหว่างศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านภาพพิมพ์และกระดาษ ผ่านโครงการศิลปินในพำนัก โดยในท้ายที่สุดผลงานศิลปะที่ได้จากการทำงานร่วมกันนี้จะถูกนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการที่แกลเลอรีของ STPI

Natee Utarit

“โปรแกรม artist residency ของเรายืดหยุ่นมาก เพราะเราไม่สามารถใช้หลักสูตรที่ตายตัวกับศิลปินได้ แต่ต้องให้มันเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นธรรมชาติ จึงจะเกิดความคิดสร้างสรรค์และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ” Jaime Tay ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการพิเศษและการจัดการผลงานศิลปะของ STPI กล่าว “ศิลปินส่วนใหญ่ที่เราทำงานด้วยมักไม่ได้ทำงานภาพพิมพ์เป็นหลัก หลายคนทำงานสื่อผสม งานสีน้ำมันบนผ้าใบ หรือเซรามิก เมื่อพวกเขาไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดิมๆ ของภาพพิมพ์ และเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยซัพพอร์ตในส่วนนี้ให้ นี่จึงทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่ามหัศจรรย์”

Rirkrit Tiravanija

ภายในเวิร์กช็อปของ STPI ที่ตั้งอยู่ในอาคารโกดังเก่าย่าน Robertson Quay ริมแม่น้ำสิงคโปร์ เต็มไปด้วยเครื่องพิมพ์เทคนิคดั้งเดิมหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เครื่อง CNC ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการแกะสลักได้อย่างแม่นยำ STPI ยังเป็นหนึ่งในสถาบันไม่กี่แห่งทั่วโลกที่มีทั้งเครื่องพิมพ์และโรงงานทำกระดาษอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อมเพรียงนี้เอง เมื่อศิลปินได้ใช้เวลาทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ พวกเขาจึงสามารถหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ และพาศิลปะภาพพิมพ์ออกไปนอกกรอบเดิมๆ ได้

  • Haegue Yang

Eko Nugroho

“เราเคยทำงานร่วมกับ Haegue Yang ศิลปินชาวเกาหลีใต้ ที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เธอออกไปหาซื้อเครื่องเทศตามซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วนำมาผสมลงไปในเส้นใยกระดาษ กลายเป็น Spice Paper ของเธอ”

“อีกคนคือ Eko Nugroho” Tay กล่าวถึงหนึ่งในศิลปินชื่อดังจากอินโดนีเซียที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อเขาจากการทำงานร่วมกับ Louis Vuitton มาก่อน “ตอนที่มา residency ครั้งแรก เขาพัฒนาเนื้อกระดาษที่มีผิวสัมผัสคล้ายหนัง แล้วเอามาทำเป็นชุดหน้ากาก ให้ทีมงานสวมหน้ากากเหล่านั้นแล้วออกไปใช้ชีวิตประจำวันธรรมดาทั่วไป อย่างนั่งอยู่บนรถไฟ”

Do Ho Suh

“นอกจากนั้น เราก็ยังมีศิลปินที่กลับมาทำงานกับเราอย่างต่อเนื่อง อย่าง Do Ho Suh ที่ตอนแรกกว่าไดเร็กเตอร์ของเราจะโน้มน้าวให้เขามาเข้าโครงการกับเราได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน เพราะรูปแบบศิลปะหลักๆ ที่เขาทำคือประติมากรรมและอินสตอเลชัน เขาจึงไม่แน่ใจว่าควรจะมาเข้าโครงการกับเราดีไหม แต่พอเขาเข้ามาทำงานที่นี่จริงๆ ก็ได้ไอเดียเรื่องการฝังเส้นด้ายลงในเนื้อกระดาษ จนกลายเป็น Thread Drawing ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา”

The Print Show 2026, Installation view

Do Ho Suh เป็นหนึ่งในศิลปินพำนักที่มีผลงานจัดแสดงอยู่ใน The Print Show ครั้งนี้ เช่นเดียวกับศิลปินที่เคยร่วมงานกับ STPI อย่าง Dinh Q. Lê, Takashi Murakami, ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช, นที อุตฤทธิ์ และ Kim Lim ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ของ Suh คือ ‘Door Lock Plates, New York, London, Berlin, Providence and Seoul, Homes and Studios’ (2018) ซึ่งยังคงเป็นการสำรวจประเด็นเรื่องบ้าน การพลัดถิ่น และความทรงจำ โดยศิลปินใช้เทคนิคไซยาโนไทป์ (Cyanotype) บนกระดาษ ถ่ายทอดข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาในบ้านที่เขาเคยอาศัยอยู่ เช่น สวิตช์ไฟ ปลั๊ก ลูกบิดประตู ออกมาเป็นเส้นสายที่เบาโปร่ง บนพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม

แต่นิทรรศการครั้งนี้ก็ไม่ได้มีแค่ผลงานของศิลปินที่เคยทำงานร่วมกับ STPI เท่านั้น เพราะ STPI ยังได้ขยาย collaboration ไปในอีกมิติหนึ่ง คือ จับมือกับสตูดิโอภาพพิมพ์และแกลเลอรีชั้นนำจากทั่วโลก นำเอาผลงานภาพพิมพ์จากศิลปินชื่อดังอีกมากมายมาร่วมจัดแสดงในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Louise Bourgeois, Jeff Koons, David Hockney, Sol LeWitt และ Yayoi Kusama นับเป็นการสร้างบทสนทนาที่เน้นการทำงานร่วมกันภายในชุมชนภาพพิมพ์นานาชาติ

The Print Show 2026, Installation view

สำหรับผู้ชมอย่างเราๆ นี่คือโอกาสอันดีที่จะได้ชมศิลปะภาพพิมพ์ชิ้นดังๆ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือผลงานของ Louise Bourgeois ที่เป็นภาพพิมพ์ชุดแมงมุม 9 ชิ้น สัญลักษณ์ถึงแม่ของเธอที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างทั้งคู่ ทั้งความรักความผูกพันและความหวาดกลัว ปกติแล้วผลงานแมงมุมของ Bourgeois มักอยู่ในสเกลใหญ่โตมโหฬาร เพราะฉะนั้นการได้เห็นผลงานภาพพิมพ์สเกลเล็กเช่นนี้จึงทำให้เราได้สัมผัสผลงานของเธอในบรรยากาศที่เปลี่ยนไปซึ่งให้ความรู้สึกใกล้ชิดกว่าเดิม

The Print Show 2026, Installation view

ผลงานชิ้นอื่นๆ ในนิทรรศการยังมี ‘Fourth Seal (R6:7)’ (2020) ของศิลปินชาวเอธิโอเปีย-อเมริกัน Julie Mehretu ที่เธอนำภาพข่าวการประท้วงต่อต้านผู้อพยพมาทำเป็นงานแนวแอบสแตรกต์ที่พร่าเลือนจนไม่เหลือเค้าเดิม และเปลี่ยนเรื่องราวโกลาหลให้กลายเป็นรอยฝีแปรงที่เต็มไปด้วยพลัง ซึ่งนับว่าเป็นศิลปะภาพพิมพ์ชิ้นหนึ่งในนิทรรศการที่สื่อสารในเรื่องประเด็นทางการเมือง ส่วน ‘18th-27th June 2021, La Dorette Winding its Way (2021)’ ภาพพิมพ์ดิจิทัลขนาดใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากภาพวาดบนไอแพด 8 ภาพของ David Hockney ศิลปินที่หลงใหลศิลปะภาพพิมพ์และเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ก็ดูจะเป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นมุมมองของ STPI ที่มีต่อศิลปะภาพพิมพ์ได้ในอีกมุมหนึ่ง โดยอย่างที่ Nathaniel Gaskell ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนนิทรรศการและพัฒนาเนื้อหาของ STPI ได้กล่าวไว้ว่า “แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ภาพพิมพ์ระบบอนาล็อกแบบดั้งเดิมอย่างที่เราทำกันที่ STPI แต่เรามองว่ามันน่าสนใจที่ศิลปินและช่างพิมพ์กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอ”

The Print Show 2026, Installation view

The Print Show 2026, Installation view

ทีนี้ก็มาถึงผลงานสามชิ้นที่เราชอบมากที่สุด เพราะเป็นชิ้นงานที่วิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามเกี่ยวกับขนบเดิมๆ ในโลกศิลปะได้อย่างแสบสัน โดยเฉพาะการที่ภาพพิมพ์มักถูกลดทอนคุณค่าเพียงเพราะมันสามารถ ‘ทำซ้ำ’ (Multiplicity) ได้ นั่นคือภาพพิมพ์ของ Jeff Koons, Michael Craig-Martin และศิลปินไทย นที อุตฤทธิ์

Jeff Koons, Gazing Ball (Manet Luncheon on the Grass), 2019, Archival Pigment Print on Innova rag paper, glass, 96 x 118 cm. | Image courtesy of the artist and Two Palms, NY.

เริ่มจากชิ้นแรก Gazing Ball (Manet Luncheon on the Grass) (2019) ของ Jeff Koons ที่ศิลปินนำเอาผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ Édouard Manet มาผลิตขึ้นใหม่ และติดตั้งวัตถุทรงกลมคล้ายแผ่นดิสก์แวววาวสีน้ำเงินโคบอลต์ที่สะท้อนเงาได้ชัดเจนลงไปในภาพ การแทรกแซงนี้เปรียบเสมือนการดึงเอา ‘ศิลปะชั้นสูง’ ลงมาให้เข้าถึงง่ายพอๆ กับงานภาพพิมพ์ ยิ่งไปกว่านั้น ผลงานชิ้นนี้ยังเชื้อเชิญให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรง เพราะใครก็ตามที่มายืนอยู่เบื้องหน้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพผ่านเงาสะท้อนของพวกเขา จุดนี้เองช่วยเพิ่มมิติให้กับแนวคิดเรื่องการทำซ้ำ เพราะในขณะที่ผู้ชมแต่ละคนมีตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ ผลงานแต่ละชิ้นใน edition นี้จึงได้รับ ‘อัตลักษณ์เฉพาะตัว’ ขึ้นมาใหม่ในชั่วขณะที่ใครบางคนเข้าไปปรากฏอยู่ในเงานั้น

Michael Craig-Martin, Seurat (green), 2022, Pigment print on Somerset Satin Photo Paper, 68 x 100 cm. © Michael Craig-Martin. | Image courtesy of the artist and Cirstea Roberts Gallery, London.

ในทำนองเดียวกัน Seurat (Green) (2022) ของ Michael Craig-Martin ก็ลดทอนความคลาสสิกของภาพ Bathers at Asnières โดย Georges Seurat ศิลปินยุค Neo-Impressionism ที่ใช้เทคนิคแบบจุดสีให้เหลือเพียงเส้นขอบหนักแน่นและสีสันจัดจ้านแบนราบสไตล์กราฟิกที่ร่วมสมัย

Natee Utarit, IT WOULD BE SILLY TO BE JEALOUS OF A FLOWER, 2025, Serigraph on paper, 80 x 60.5 cm. © Natee Utarit / STPI. | Image courtesy of the artist and STPI, Singapore

การท้าทายขนบเดิมๆ ในโลกศิลปะดำเนินมาถึงจุดพีคใน IT WOULD BE SILLY TO BE JEALOUS OF A FLOWER (2025) ที่นที อุตฤทธิ์ นำเอาภาพ still-life รูปดอกไม้มาตีความใหม่ผ่านภาพพิมพ์ซิลก์สกรีน 16 สีในสไตล์หนังสือการ์ตูน นอกเหนือจากเทคนิคสุดพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นจากการทำงานร่วมกับ STPI แล้ว เรื่องราวในภาพยังแสบสันด้วยการให้ตัวละครผู้หญิงกำลังยกภาพ still-life นั้นเพื่อเตรียมฟาดลงกับพื้น ต่อหน้าต่อตาตัวละครชายจากโลกยุคเก่าที่กำลังมองอย่างตกใจ นี่อาจเป็นการเปรียบเปรยว่าภาพพิมพ์กำลังเข้าไปทุบทำลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ที่เคยมองว่าจิตรกรรมบนผืนผ้าใบอยู่เหนือกว่าศิลปะรูปแบบอื่น รวมทั้งเป็นการตั้งคำถามไปพร้อมๆ กันให้เราคิดว่าแล้วศิลปะภาพพิมพ์จะพลังมากพอที่จะทำอย่างนั้นไหม?

  • STPI Symposium

STPI Symposium

นิทรรศการ The Print Show ที่เปิดให้ผู้ชมเข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2569 และ Symposium ที่จัดขึ้นวันที่ 23-24 มกราคม ดูเหมือนจะเตรียมคำตอบไว้ให้เราบ้างแล้ว โดยเฉพาะเสวนา ‘New (Print) Markets, New (Print) Worlds’ ที่มีข้อมูลจาก IFPDA มายืนยันว่า ตลาดภาพพิมพ์ไม่ได้เติบโตเพียงเพราะราคาที่จับต้องได้เท่านั้น แต่เพราะนักสะสมรุ่นใหม่มองว่าภาพพิมพ์มีความเชื่อมโยงกับยุคสมัยมากกว่า ทั้งในแง่เทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างศิลปินและสตูดิโอ

The Print Show 2026, Installation view

นอกจากนั้น การที่ The Print Show มีศิลปินระดับแนวหน้าถึง 27 ราย ที่ส่วนใหญ่สร้างชื่อเสียงมาจากสื่อศิลปะประเภทอื่น ตบเท้าเข้ามาร่วมแสดงผลงานในครั้งนี้ ก็ยังเป็นหลักฐานชั้นดีว่า ศิลปินระดับโลกเหล่านี้ไม่ได้ให้ความสำคัญแก่เรื่องรูปแบบและเทคนิคของศิลปะมากไปกว่าแนวคิดที่แฝงอยู่ในนั้น

stpi.com.sg