ZHA นำภาษาสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์มาต่อยอดใน Songshan Lake Exhibition and Performance Centre ผ่านแนวคิดการเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงอาคาร พื้นที่สาธารณะ และภูมิทัศน์เข้าด้วยกัน
TEXT: BHUMIBHAT PROMBOOT
PHOTO: VIRGILE SIMON BERTRAND
(For English, press here)
Songshan Lake Exhibition and Performance Centre เปิดโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Zaha Hadid Architects ได้ทำการเปลี่ยนชื่อไปเป็น ZHA โดยได้มีการประกาศการเริ่มต้น ‘บทใหม่หรือความท้าทายใหม่’ ของสำนักงาน ที่ภาษาทางสถาปัตยกรรมของโครงการ Songshan Lake Exhibition and Performance Centre ยังคงเต็มไปด้วยสิ่งที่เราคุ้นเคยจากผลงานของ Zaha Hadid Architects ทั้งเส้นสายที่พลิ้วไหวและต่อเนื่อง รูปทรงอาคารที่ดูเหมือนกับกำลังเคลื่อนไหว เป็นเส้นสายต่อเนื่องที่แทบไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ นิยามบทใหม่ของ ZHA กำลังจะบอกเล่าอะไรผ่านตัวโครงการ หรือภาษาการออกแบบเดิมที่คุ้นเคย จะต่อยอดไปสู่ทิศทางใหม่ๆ ของ ZHA ได้อย่างไร

เมือง พื้นที่สาธารณะ และริมน้ำ คือองค์ประกอบทางบริบทของโครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองตงก่วน ภายใน Greater Bay Area ทางตอนใต้ของประเทศจีน โดยพื้นที่โครงการถูกวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาแบบผสมผสานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ริมน้ำ Yuehe Lake ฉะนั้นตัวโครงการจึงไม่ได้มีแค่เฉพาะการออกแบบอาคารโดดๆ แต่ยังมีการเชื่อมต่อกับทางเดินริมน้ำ สวน ระเบียงสวน และลานสาธารณะต่างๆ ในบริเวณรอบๆ ที่ตั้ง ความสัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะทำให้อาคารนั้น มีบทบาทมากกว่าการเป็นศูนย์จัดแสดงหรือโรงละคร พื้นที่ภายนอกทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายของอาคาร เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่และผู้มาเยือนเข้ามาใช้งานได้ตลอดทั้งปี โดยขอบเขตระหว่างอาคารกับงานภูมิทัศน์ ได้ถูกทำให้กลายเป็นส่วนเดียวกัน ผ่านทางเดินและพื้นที่กึ่งภายนอกและภายในที่พาผู้คนเคลื่อนผ่านโครงการอย่างต่อเนื่องและหมุนเวียน

ตัวอาคาร Songshan Lake ประกอบด้วยโครงสร้างหลายส่วนที่เชื่อมต่อกันในแนวนอน ก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับและยกตัวสูงขึ้นบริเวณด้านตะวันตก ซึ่งเป็นตำแหน่งของ Grand Theatre และ Exhibition Hall การจัดวางเช่นนี้ทำให้องค์ประกอบอาคารหลายส่วนกลายเป็นองค์ประกอบเดียวที่ต่อเนื่องกัน การเชื่อมต่อไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในระดับแปลนเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างระดับชั้นต่างๆ ของอาคาร ทั้งทางเดิน ระเบียง และพื้นที่สาธารณะ ที่รูปทรงของอาคารจะค่อยๆ สูงขึ้นทำหน้าที่สร้างลำดับชั้นให้กับโปรแกรมทางสถาปัตยกรรมที่อยู่ภายใน ดังนั้นรูปทรงของอาคารจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่เพียงสร้างลักษณะหรือเส้นสายที่โดดเด่น แต่ยังทำหน้าที่จัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกของโครงการ

รูปทรงและเส้นสายที่มีความชัดเจนนี้ทาง ZHA ได้นำรูปแบบมาจาก Cantonese Opera ศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ได้แพร่หลายไปในชุมชนชาวจีนในหลากหลายพื้นที่ หลายๆ ประเทศ โดยตัวเมืองตงก่วนนี้ ได้ถือเป็นเมืองที่เป็นหนึ่งในถิ่นกำเนิดของ Cantonese Opera ที่มีประวัติยาวนานกว่า 700 ปี ทำให้ทาง ZHA ได้นำความเคลื่อนไหวของศิลปะการแสดงชิ้นนี้มาตีความและประยุกต์ให้เข้ากับองค์ประกอบของอาคาร โดยอ้างถึงเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม ที่ทางนักแสดงได้ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านท่วงท่าต่างๆ เกิดเป็นลายพลิ้วไหวของ water sleeves ที่เป็นส่วนต่อขยายของแขนเสื้อไหม ที่เอาไว้สื่ออารมณ์และสะท้อนภาษากายของนักแสดง การสื่อถึงและอ้างอิงนี้ มีความสัมพันธ์กับโปรแกรมของอาคารโดยตรง เพราะ water sleeves ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่งของเครื่องแต่งกาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายถูกขยายออกไปให้ผู้ชมมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น การเคลื่อนไหวของร่างกายจึงกลายเป็นภาพที่ถูกสร้างขึ้นผ่านตัววัสดุ เกิดเป็นรูปและร่าง โดยสิ่งที่เคลื่อนไหวถูกแปลงเป็นสิ่งที่หยุดนิ่ง

ฉะนั้นรูปทรงของอาคารค่อยๆ ยกตัว แผ่ และบานออก ราวกับเป็นช่วงเวลาหนึ่งของการเคลื่อนไหวที่ถูกหยุดไว้ในรูปแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งอาคารไม่ได้จำลอง water sleeves โดยตรง แต่แปลงคุณสมบัติของมันเป็นความพลิ้วไหว การขยายตัว และการเคลื่อนไหว ให้กลายเป็นเรขาคณิตของเส้นโค้งและพื้นผิวที่มีความต่อเนื่องกัน
ภาษาของเส้นโค้งจากภายนอกยังคงต่อเนื่องเข้าสู่พื้นที่ภายใน อาคารมีพื้นที่โถงขนาดใหญ่ที่ได้รับแสงธรรมชาติจากช่องเปิดบนหลังคา ขณะที่ผนังโค้งโทนสีน้ำตาลแดง ทำหน้าที่กำหนดกรอบให้กับบันไดและทางสัญจร เส้นโค้งจึงไม่ได้เป็นเพียงผิวที่มองเห็น แต่เป็นเครื่องมือในการกำกับการเคลื่อนที่ของผู้คน การเดินผ่านอาคารเกิดขึ้นผ่านพื้นที่ที่ค่อยๆ เปิดเผยและเปลี่ยนมุมมองไปตามการเคลื่อนที่ แทนที่จะเป็นการเดินผ่านห้องที่ถูกแบ่งออกจากกันอย่างชัดเจน โดยผนังโค้งนี้ได้ต่อเนื่องไปกับส่วนพื้นบันไดไม้ที่ตัววัสดุมีโทนและสัมผัสที่อบอุ่นเข้ามาช่วยลดทอนและชะลอความเคลื่อนไหวของรูปทรงอาคาร ให้กลายเป็นภาวะแวดล้อมที่จะเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปยังพื้นที่ส่วน Grand Theatre ต่อไป

ภายในส่วน Grand Theatre เส้นโค้งของอาคารสามารถทำหน้าที่มากกว่าแค่การสร้างความเคลื่อนไหวหรือการตีความเชิงบริบท โดยส่วนนี้ทั้งตัวผนังและเพดานของโรงละครได้ถูกปกคลุมไปด้วย ‘spines’ จำนวนประมาณ 100,000 ชิ้น ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งด้านความยาว ความหนาแน่น และโทนสี องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยเพิ่มการกระจายเสียง ควบคุมการก้องสะท้อน และสลาย standing soundwaves เพื่อสร้างความชัดเจนของเสียงและประสบการณ์ทางเสียงที่สม่ำเสมอสำหรับผู้ชมทุกที่นั่ง การที่พื้นผิวโค้งซึ่งดูเหมือนเป็นภาษาหลักของอาคารได้ถูกปรับเพิ่มเติมให้เป็นภาษาเชิงการใช้งาน จากผนังโค้งสู่ ผนังที่มีคุณสมบัติเชิง acoustic ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เรา ‘มองเห็น’ แต่เป็นสิ่งที่ทำงานกับสิ่งที่เรา ‘ได้ยิน’ แทน

โครงการ Songshan Lake Exhibition and Performance Centre จึงอาจถูกมองว่าเป็นโครงการที่ยังคงภาษาของ ZHA ไว้อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามขยายความหมายของภาษานั้นออกไปจากเรื่องของรูปแบบและความหมายทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมต่อกับเมือง วัฒนธรรมและชุมชน ผ่านการนำระบบเทคโนโลยีที่หลากหลายมาใช้ในโครงการ เช่น ระบบ façade ประสิทธิภาพสูง ระบบ HVAC อัจฉริยะ แผง photovoltaic ระบบเก็บน้ำฝน ต่างๆ และตัวโครงการเองยังได้มีการใช้พื้นผิวที่สามารถให้น้ำซึมผ่านลงดินได้และเพื่อให้พื้นที่ชุ่มน้ำได้รับการฟื้นฟูขึ้นมา ที่สิ่งเหล่านี้มักจะไม่ได้ปรากฏเป็นภาพให้เห็นชัดๆ หรือเป็นภาพที่ดึงดูดสายตาเท่ากับภาพตัวอาคารของ ZHA เอง

บางที ‘บทใหม่’ ของ ZHA จึงอาจไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนภาษาทางรูปทรง แต่เป็นการตั้งคำถามว่าภาษานั้นสามารถทำงานได้มากกว่าการสร้างภาพหรือไม่ Songshan Lake อาจไม่ได้ทิ้งความเป็น Zaha Hadid Architects แต่กำลังทดลองว่าเส้นสายที่เราเคยรู้จักสามารถกลายเป็นพื้นที่สาธารณะ ระบบอะคูสติก กลไกทางภูมิอากาศ และสถาปัตยกรรมที่มีบทบาทต่อเมือง ชุมชน และผู้คนได้มากขึ้นเพียงใด









