KHOTKOOL OFFICE

KHOTKOOL office: The Masterpiece of Play ลดความเกร็งของพื้นที่ทำงาน ด้วยสีสัน งานคราฟต์ และความขี้เล่นแบบไทยๆ

TEXT: PHARIN OPASSEREPADUNG
PHOTO: JIRAYU RATTANAWONG

(For English, press here)

KHOTKOOL office คือออฟฟิศใหม่ของบริษัทผลิตคอนเทนต์ KHOTKOOL ที่ออกแบบโดย Spaceman Studio ภายใต้แนวคิด The Masterpiece of Play ถ่ายทอดตัวตนของบริษัทผ่านงานคราฟต์แบบไทยๆ และวัตถุใกล้ตัวที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ก่อนนำมาดัดแปลงเป็นพื้นที่ทำงานที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น มาด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ด้วย คือ ความสนุกผ่านงานคราฟต์แบบไทยๆ หยิบเอาวัตถุที่เราเคยเห็นในชีวิตประจำวันเข้ามาปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ทำงานที่ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป

อาคารหลังนี้คือออฟฟิศขนาด 2 คูหา ทั้งหมด 5 ชั้น แบ่งพื้นที่การใช้งานออกตามความต้องการของบริษัท โดยชั้นแรก คือ town hall และ canteen พื้นที่ 2 โซนหลักของชั้นหนึ่งที่สามารถใช้งานได้หลากหลายความต้องการ ชั้น 2 และ 3 คือส่วนออฟฟิศที่ขยายเพิ่มขึ้นมา เพราะจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนชั้น 4 และ 5 คือห้องประชุม และสตูดิโอ สำหรับการถ่ายรายการคอนเทนต์สนุกๆ ที่เราเคยเห็นกัน

ด้วยความที่รหัสดีเอ็นเอของบริษัทล้วนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน งานสถาปัตยกรรมภายในที่ดูเป็นออฟฟิศจ๋าๆ เลยก็คงไม่เข้า นักออกแบบจึงเลือกใช้สถาปัตยกรรมที่ลดความเกร็งของการทำงาน ผสมผสานกับความคราฟต์แบบไทยๆ ด้วยการหยิบเอา ‘วัตถุ’ ที่เราสามารถพบเจอได้ในทุกๆ วันมาใช้ในงาน เช่น หินขัด ประตูไม้พร้อมลายแกะสลัก แฝงความหมายสนุกๆ ไว้ ตลอดจนประตูเหล็กยืด และแผ่นกระจก โดยส่วนมากมาจากงานออกแบบจากคนไทยด้วยกัน

ด้านหน้าทางเข้าออฟฟิศ จะเจอกับป้ายชื่อบริษัทภาษาไทย ‘โคตรคูล’ สีดำเข้ามุมตึก พร้อมช่องเก็บรองเท้าสำหรับพนักงานหลายสิบชีวิตที่แนบเนียนไปกับผนัง เราจะเห็นเหมือนเป็นเพียงแค่เส้นสีดำตีกรอบไว้บนผนังโล่งๆ เท่านั้น แต่จริงๆ คือช่องเก็บรองเท้าที่สามารถดึงเข้าออกได้ พร้อมสามารถนำป้ายแท็กที่ห้อยในแต่ละช่องติดตัวไป เพื่อไม่ให้ลืมช่องวางรองเท้าของตัวเอง

เปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับคำว่า KHOTKOOL ขนาดใหญ่ ป้ายนี้ต่อยอดมาจากเวอร์ชั่นเก่า คือเป็นป้ายสีดำ เหลือง สามารถหมุนเป็นคำว่า KHOTKOOL ได้ แต่เพนพอยท์เดิมคือสามารถหมุนเป็นคำอื่นๆ ได้อีก นำมาสู่การออกแบบใหม่ของป้ายในเวอร์ชั่นนี้ สถาปนิกจึงเริ่มตั้งแกนสีทองเหลือง ร้อยด้วยกล่องสแตนเลสสีเงิน ภายในกล่องเป็นสีดำเฉพาะพื้นที่ที่เรียงเป็นคำว่า KHOTKOOL แต่ละกล่องยังสามารถหมุนเล่นได้เหมือนเดิม แต่ไม่เปลี่ยนเป็นคำอื่นแน่นอน

ถัดมาจะเจอกับพื้นที่ส่วนกลางของออฟฟิศ คือ town hall เป็นพื้นที่อัฒจรรย์ขนาดย่อมๆ พนักงานสามารถนั่งพูดคุย ทำงานก็ได้ สถาปนิกต้องการให้พื้นที่นี้ชวนให้นึกถึงลานกิจกรรมของโรงเรียนในวัยเด็ก พื้นที่ที่ทุกคนเคยนั่งกินข้าว พูดคุย และใช้เวลาร่วมกัน จึงเลือกถ่ายทอดบรรยากาศดังกล่าวด้วยการใช้วัสดุ ‘หินขัด’ กับพื้นที่อัฒจรรย์ พร้อมกับวางเก้าอี้หลากสี เพื่อเพิ่มความสดใส

ถัดมาในพื้นที่เดียวกัน คือโรงอาหาร พื้นที่นี้เชื่อมต่อพื้นหินขัดมาจากฝั่ง town hall  โดยเพิ่มโต๊ะทานอาหารที่ท็อป ทำมาจากวัสดุรีไซเคิลจากแบรนด์ไทยอย่าง Meltdistrict วางทับด้วยกระจก เพื่อยืดอายุการใช้งาน เสริมด้วยเก้าอี้จาก Rumba Bor อีกหนึ่งแบรนด์ไทยสุดเก๋ที่ทำมาจากเศษพลาสติกที่รีไซเคิล ตอบทั้งโจทย์ความสวยงาม และเข้ากับคอนเซ็ปต์งานคราฟต์แบบไทย พื้นที่โรงอาหารนี้เชื่อมต่อไปยังครัวไทยด้านหลังอาคาร เพราะพนักงานออฟฟิศนี้เอ็นจอยกับการทำอาหารไทย นอกจากนี้แล้ว ยังมีห้องประชุมขนาดย่อยๆ กระจายอยู่ตามบริเวณพื้นที่ เพื่อให้เข้ากับสไตล์การทำงานของคนที่นี่ คือ คุยและคิดไอเดีย พร้อมลงมือประชุมกันได้ทันทีที่ต้องการ

ขยับขึ้นมาบริเวณชั้นสองและชั้นสาม จะเจอกับพื้นที่ทำงาน แบ่งออกเป็นห้องๆ ตามแผนก โดยจะมี ‘ประตูไม้แกะสลักแบบไทย’ แตกต่างกันที่สีและลายของประตูบานนั้นๆ ความพิเศษคือประตูแต่ละบานไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงทางเข้าออก แต่กลายเป็นเหมือนตราสัญลักษณ์ประจำแผนกไปในตัว เช่น แผนกประสานงาน ประตูเป็นสีชมพูรูปช้าง ล้อไปกับคำว่า ‘ประสานงา’ ในขณะที่แผนกครีเอทีฟ เลือกใช้ประตูสีเหลืองตามมุก สีเหลือง เยลโล่ มะม่วง แมงโก้ ตามที่เคยเลือกใช้ในออฟฟิศเดิม โดยใช้เป็นรูปมังกร เทพและเทวดา ให้มาสถิตระหว่างการทำงาน และแผนกน้องใหม่ merchandise มาพร้อมประตูเรือ เพื่อให้ล่องลอยไปค้าขายได้สะดวก หรือแม้แต่ห้องประชุมใช้ประตูรูปปลา พ้องเสียงกับคำว่า ‘ปลาชุม’

อีกหนึ่งความพิเศษ พนักงานที่ใช้งานพื้นที่ออฟฟิศ จะไปเจอกับ 2 วัสดุที่คุ้นเคย คือ ‘อิฐบล็อกแก้ว’ และ ‘ประตูเหล็กยืด’ 2 วัสดุที่เรามักพบเจอได้ง่ายๆ ตามบ้านตึกแถวแบบไทย สำหรับ 2 วัสดุนี้ถูกใส่มาเพราะได้ทั้งความสวยงามที่สอดคล้องไปกับคอนเซ็ปต์งานคราฟต์แบบไทย และให้ฟังก์ชันที่เหมาะสม คือสามารถทำตัวเป็นการกั้นพาร์ทิชัน ระหว่างห้องต่อห้อง แต่ก็ยังทำให้แสงธรรมชาติได้ลอดเข้ามาอีกด้วย เหมาะกับพื้นที่รูปแบบห้องแถวที่ด้านหลังแสงมักจะเข้าไม่ถึง

นอกจากนี้ ถ้าใครได้มาออฟฟิศนี้จะพบว่าห้องน้ำของที่นี่แบ่งออกเป็น 2 สี คือห้องน้ำสีฟ้า และสีแดง ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของพนักงานล้วนๆ เป็นผลต่อยอดมาจากออฟฟิศโคตรคูล 2 คือ ต้องการสร้างห้องน้ำชายและหญิง โดยให้พนักงานเลือกได้เองว่าจะใช้สีอะไร ผลจึงออกมาที่ว่าสีแดงสำหรับห้องน้ำชาย และสีน้ำเงินสำหรับห้องน้ำหญิง ทำให้ออฟฟิศที่นี่เต็มไปด้วยห้องน้ำที่มีสีสันเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

ท้ายสุด คือเรื่องของงานออกแบบแสงไฟของออฟฟิศนี้ สถาปนิกบอกว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าจะหาจากออฟฟิศทั่วๆ ไปไม่ได้ เพราะอีกหนึ่งความต้องการของพนักงาน คือการออกแบบพื้นที่ให้ดูแสงสลัวๆ มากกว่าแสงสว่างจ้า เพราะไม่ค่อยเน้นความกระฉับกระเฉงในการทำงานมากเท่าไร ทำให้พื้นที่ชั้นหนึ่งของ town hall และ canteen ให้บรรยากาศคล้ายกับร้านอาหารมากกว่าพื้นที่ทำงาน ตามสไตล์การทำงานของพนักงานที่นี่

KHOTKOOL office ไม่ได้พยายามสร้างภาพของออฟฟิศที่ล้ำสมัยที่สุด แต่เลือกหยิบสิ่งธรรมดาที่เราพบเห็นอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นหินขัด ประตูไม้แกะสลัก บล็อกแก้ว หรือประตูเหล็กยืด มาตีความใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่ทำงานที่สะท้อนตัวตนขององค์กรได้อย่างชัดเจน จนทำให้ความสนุกไม่ได้อยู่แค่ในคอนเทนต์ที่ผลิตออกไป แต่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตร่วมกันทุกวัน

facebook.com/spacemanbkk