SONGTSM TRAVEL HOTEL JIUZHAI

รีสอร์ทสไตล์จีนทิเบต Songtsm Travel Hotel Jiuzhai เรียบ อบอุ่น และสงบ ท่ามกลางความงามของหุบเขาจิ่วจ้ายโกว

TEXT: PHARIN OPASSEREPADUNG
PHOTO: YOU PU

(For English, press here)

บนความสูงกว่า 3,000 เมตรของสันเขาแห่งหุบเขาจิ่วจ้ายโกว หนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดฮิตของแดนมังกร เคยมีหมู่บ้านขนาดเล็กที่สุดของประเทศจีนตั้งอยู่ ก่อนจะเปลี่ยนโฉมใหม่สู่รีสอร์ท Songtsm Travel Hotel Jiuzhai สถาปัตยกรรมที่ต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติให้มากที่สุด

โรงแรม Songtsm Travel Hotel Jiuzhai ตั้งอยู่ในหุบเขาจิ่วจ้ายโกว มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ออกแบบโดย สถาปนิกจากเมืองจีนอย่าง Thinking Design สำหรับงานออกแบบชิ้นนี้ถูกนิยามไว้ว่าเป็น ‘Waystation of Time’ ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่เปลี่ยนการพักผ่อนให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ อยู่ร่วมและเป็นส่วนหนึ่งกับขุนเขาและเมฆหมอกของประเทศจีน

พื้นที่เดิมเคยเป็นชุมชนขนาดเล็กมากๆ มาก่อน  สถาปนิกมองว่าการออกแบบในที่นี้ไม่ใช่ ‘การปรับปรุงใหม่’ แต่เป็นกระบวนการรำลึกถึงความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ในผืนดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น ลมหายใจที่ซ่อนตัวเงียบอยู่ในป่าเขา ไม้ และวัสดุธรรมชาติอื่นๆ ร่องรอยแห่งกาลเวลาที่ฝังอยู่ในภูเขาที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ งานออกแบบรีสอร์ทแห่งนี้จึงเสมือนกลับมาปลุกเรื่องราวต่างๆ ให้โลกได้รับฟังอีกครั้ง

รีสอร์ทนี้มีด้วยกันทั้งหมด 12 หลัง แต่ละหลังครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ 150-180 ตารางเมตร โดยแต่ละหลังนั้นมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 80 ตารางเมตร สถาปนิกได้แบ่งพื้นที่ของอาคารออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน คือ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน สระแช่น้ำในห้องพัก และเรือนน้ำชา ทั้งหมดพื้นที่วางจัดวางแยกออกจากกัน แต่ยังคงให้ความรู้สึกเป็นพื้นที่เดียวกัน สถาปัตยกรรมอาคารได้แรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านสไตล์ทิเบต อนุรักษ์การออกแบบบ้านด้วยเรือนไม้ มุงด้วยหลังคาไม้และกระเบื้อง

เหตุผลที่สถาปนิกเลือกที่จะใช้วัสดุที่หาได้ง่าย ไม่หรูหรา เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนหนึ่งกับพื้นที่โดยรวม และชวนให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น สบายกายใจ ให้เหมาะกับการพักผ่อน ตลอดจนเป็นการแสดงออกทางแนวคิดของ ‘การกลับคืนสู่แก่นแท้ของโลกธรรมชาติ’ เลือกใช้ไม้และโครงสร้างไม้เป็นองค์ประกอบของสถาปัตยกรรม เพื่อเติมเต็มทั้งกายภาพ และทางจิตวิญญาณ เกิดเป็นส่วนผสมใหม่ๆ ของความเรียบง่าย อบอุ่น และความสงบในเวลาเดียวกัน

โดยห้องพักแขกทั้ง 12 ห้องนี้ถูกออกแบบมาให้มีจังหวะของแต่ละห้องอย่างน่าสนใจ นักออกแบบจัดวางแต่ละห้องลงบนพื้นที่ของภูเขาที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน ทำให้ภาพรวมของสถาปัตยกรรมประหนึ่งว่ามีจังหวะขึ้นลงไปตามลักษณะทางกายภาพของหุบเขา เสมือนค่อยๆ พาแขกผู้เข้าพักดื่มด่ำกับทิวทัศน์ และเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติอย่างไม่ทันได้รู้ตัว โดยมีการออกแบบภายในของห้องพักที่รายล้อมไปด้วย ลวดลายไม้ที่โอบล้อมผู้ใช้งานไม่เว้นแม้กระทั้งสระแช่น้ำในร่ม สร้างประสบการณ์ของการแช่น้ำในกระท่อมไม้บนขุนเขา ชวนให้สบายทั้งกายและใจ

นอกจากนี้แล้ว แต่ละห้องสวีทมาพร้อมกับพื้นที่นั่งเล่นเป็นของตัวเอง ชวนให้เราได้ออกมานั่งพักผ่อนด้วยกันในพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่มาพร้อมโซฟาขาวนุ่ม ด้านข้างมีหน้าต่างขนาดเล็กๆ ตรงกับระยะสายตาของคนที่นั่งบนโซฟาพอดี สถาปนิกได้คำนวณมาแล้วอย่างดีว่าทุกมุมของห้องพัก แขกจะได้เห็นวิวสวยๆ ของขุนเขาจิ่วจ้ายโกวเสมอ  พื้นที่นี้จึงเป็นมากกว่าแค่ห้องนั่งเล่น แต่ทำหน้าที่เสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางจิตใจ

สำหรับล็อบบี้ และพื้นที่ส่วนกลาง สถาปนิกได้นำไอเดียของความอบอุ่นของ ‘ห้องนั่งเล่นของครอบครัว’ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงาน โดยสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่น ด้วยการจัดวางแผ่นไม้เก่าแก่เรียงรายอยู่บนเพดาน ลวดลายและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของไม้แต่ละแผ่น ตัดความละมุนด้วยผนังและพื้นด้วยปูนปั้นฝีมือช่างพร้อมเฟอร์นิเจอร์สไตล์ชนบทเก่าแก่ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงร่องรอยแห่งกาลเวลาและธรรมชาติอย่างอ่อนโยน

นอกจากนี้แล้ว สถาปนิกยังได้ออกแบบพื้นที่อื่นๆ เช่น Tea pavilion ด้วยศาลาไม้ขนาดย่อมๆ ให้แสงแดดอ่อนจากภูเขาค่อยๆ ไล้ผ่านหน้าของเราระหว่างจิบชา ตลอดจนร้านอาหาร และสระว่ายน้ำ ทั้งหมดถูกออกแบบมาให้เราได้เปิดผัสสะ เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว

โรงแรม Songtsm Travel Hotel Jiuzhai จึงเป็นมากกว่าแค่โรงแรมที่วางลงไปบนพื้นที่ของธรรมชาติ แต่เป็นสถาปัตยกรรมที่พยายามทำตัวให้เล็กน้อยที่สุด เป็นส่วนหนึ่งของความงามของทิวเขา เป็นเพียงแค่พื้นที่เล็กๆ ที่เปิดโอกาสให้เราเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่เราแวะเวียนมาเท่านั้น แต่จะเป็นช่วงเวลาที่เราจดจำตลอดไป