เมื่อเวลาของมนุษย์ไม่เท่ากับเวลาของต้นไม้ ‘Forested Future’ ภาพยนตร์สารคดีที่ชวนตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบในการใช้ทรัพยากรและการดูแลผืนป่าในระยะยาว
TEXT: THAN DEESAMER
PHOTO CREDIT AS NOTED
(For English, press here)
เนื่องในโอกาสพิเศษกับรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์สารคดี Forested Future ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 17 กันยายน ณ Alliance Française Bangkok ที่ผ่านมา นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ชวนให้ฉุกคิดและทบทวนวิถีชีวิตในปัจจุบันระหว่างเรากับระบบนิเวศป่าเป็นอย่างมาก

Photo courtesy of art4d

ผู้กำกับ Petr Krejčí | Photo courtesy of Forested Future
โดยในภาพยนตร์ความยาว 90 นาทีเรื่องนี้ อำนวยการสร้างโดยสภาส่งเสริมการส่งออกไม้เนื้อแข็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Hardwood Export Council หรือ AHEC) ภาพยนตร์กำกับโดย Petr Krejčí ซึ่งตัวหนังได้พาเราเดินทางดิ่งลึกเข้าไปสัมผัสผืนป่าไม้แข็งในแถบเทือกเขาแอปพาลาเชียน ทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา เพื่อย้อนมองความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในยุคปัจจุบัน

Photo courtesy of art4d

Photo courtesy of art4d

Photo courtesy of Forested Future
หัวใจสำคัญที่สารคดีถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้ง คือการปรับเปลี่ยนมุมมองจากการมองผืนป่าเป็นเพียง ‘แหล่งกักเก็บคาร์บอน’ ในเชิงนามธรรม ให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตและมีวิถีชีวิตของผู้คนซ่อนอยู่จริงๆ ตัวหนังไม่ได้มุ่งเสนอการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยเทคโนโลยี แต่เลือกเน้นย้ำเรื่องกรอบเวลาและความรับผิดชอบผ่านแนวคิด ‘เวลาของต้นไม้’ (Tree Time) ซึ่งสอนให้เราตระหนักว่า ขณะที่มนุษย์มักมองและตัดสินใจในกรอบเวลาระยะสั้น การเติบโตและการฟื้นตัวของผืนป่านั้นดำเนินไปในระดับทศวรรษและศตวรรษ การบริหารจัดการและดูแลทรัพยากรจึงจำเป็นต้องมองข้ามขอบเขตของชั่วชีวิตคน ไปสู่การดูแลผืนป่าอย่างรับผิดชอบในระยะยาวข้ามยุคสมัย

สถาปนิก Alison Brooks | Photo courtesy of Forested Future
ความน่าติดตามของเรื่องราวยังถูกถักทอผ่านมุมมองของผู้คนที่ผูกพันกับป่าไม้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกชนเผ่า Menominee, เจ้าของที่ดิน, คนดูแลป่า, ช่างฝีมือ, ไปจนถึงสถาปนิกชั้นนำอย่าง Alison Brooks ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม้ไม่ได้เป็นเพียงวัสดุก่อสร้างในเชิงโครงสร้างเท่านั้น หากแต่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงความรู้สึก คุณค่าทางวัฒนธรรม และจิตวิญญาณระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างแยบยล

Photo courtesy of Forested Future

Photo courtesy of Forested Future

Photo courtesy of Forested Future
นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังช่วยทลายความเข้าใจผิดที่ว่าการนำไม้มาใช้งานจะต้องนำไปสู่การทำลายป่าเสมอไป โดยแสดงให้เห็นว่าการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองความต้องการด้านวัสดุ ควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่ป่าและการฟื้นฟูระบบนิเวศได้
Forested Future จึงไม่ได้เป็นเพียงงานบันทึกเรื่องราวทางสิ่งแวดล้อม แต่เป็นสารคดีที่คืนความหวังและจุดประกายความเชื่อมั่นว่า มนุษย์เรามีความสามารถที่จะเรียนรู้และทำงานร่วมกับธรรมชาติเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันได้อย่างแท้จริง

Photo courtesy of Forested Future

Photo courtesy of Forested Future 










