SIMĀ

‘สีมา’ (Sima) นิทรรศการเดี่ยวครั้งที่สองของ จันทร์เจ้า-วัชรนนท์ สินวราวัฒน์ พาสำรวจความหมายของ ‘ขอบเขต’ ผ่านพุทธศาสนา ความเชื่อ ภูมิทัศน์ และพื้นที่ที่มนุษย์สร้างความหมายขึ้น

TEXT: TUNYAPORN HONGTONG
PHOTO: AKKARAWIN KRAIRIKSH, COURTESY OF THE ARTIST AND NOVA CONTEMPORARY EXCEPT AS NOTED

(For English, press  here)

‘สีมา’ ชื่อนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่สองของ วัชรนนท์ สินวราวัฒน์ มีรากศัพท์มาจากคำบาลีสันสกฤต Sīmā ที่แปลว่า ขอบเขต เขตแดน ในทางพุทธศาสนา สีมา หมายถึงเขตที่กำหนดไว้สำหรับพระสงฆ์ทำสังฆกรรม หรือเราอาจคุ้นเคยมากกว่ากับ ใบเสมา ประติมากรรมหินสลักที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงขอบเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนา

ในพระวินัย ขอบเขตของสีมาจะถูกกำหนดด้วย ‘นิมิต’ หรือสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องหมายบอกเขต 8 อย่าง ได้แก่ ภูเขา ศิลา ป่าไม้ ต้นไม้ จอมปลวก หนทาง แม่น้ำ และน้ำนิ่ง ในยุคที่ยังไม่มีแผนที่หรือระบบพิกัดอย่างในปัจจุบัน สิ่งที่มีอยู่ในภูมิประเทศและสามารถสังเกตเห็นได้จึงถูกใช้เป็นจุดอ้างอิง เพื่อให้รับรู้ร่วมกันว่าขอบเขตของสีมาอยู่ตรงไหน

‘สีมา’ (Sīmā) ของวัชรนนท์ตั้งต้นจากแนวคิดเรื่องการกำหนดขอบเขตนี้ ก่อนจะแตกออกไปสำรวจความหมายของ ‘เขตแดน’ ในมิติที่กว้างขึ้น ตั้งแต่ขอบเขตทางกายภาพที่แบ่งพื้นที่หนึ่งออกจากอีกพื้นที่หนึ่ง ไปจนถึงพรมแดนที่มนุษย์สร้างขึ้นผ่านความเชื่อ สังคม การเมือง และอำนาจ

นิทรรศการครั้งนี้ประกอบไปด้วยผลงานจิตรกรรมและประติมากรรม รวมทั้งยังมีหนังสือเล่มบาง (booklet) ที่ตีพิมพ์งานเขียน ‘เกือบจะเป็นเรื่องสั้น บทชมนกชมไม้ของศิลปิน’ โดย จันทร์เจ้า (นามปากกาและชื่อเล่นของวัชรนนท์) ข้อเขียนนี้เล่าถึงการเดินทางไปเยือนเมืองโบราณอู่ทอง ที่อยู่ในสุพรรณบุรี จังหวัดบ้านเกิดของศิลปิน นับเป็นผลงานเขียนชิ้นที่สองของเขาหลังจาก ‘ให้สิงโตเล่าเรื่องสั้นๆ’ ที่เขาเคยเขียนไว้ควบคู่กับผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการร่วม ‘SUPHAN’s Echoes’ เมื่อปี 2566 และเป็นอีกครั้งที่เรื่องเล่าของเขามีสุพรรณบุรีเป็นฉากหลัง

  • Photo: Kita Thapanaphannitikul

ถ้าได้อ่าน ‘เกือบจะเป็นเรื่องสั้น บทชมนกชมไม้ของศิลปิน’ ก็น่าจะพบว่า ผลงานใน ‘สีมา’ ที่ติดตั้งอยู่บนชั้น 3 ของ Nova Contemporary คล้ายการแปลงเรื่องเล่าผ่านตัวอักษรเหล่านี้ให้ออกมาเป็นภาพ เพราะไม่ใช่แค่สิ่งต่างๆ ที่ศิลปินพูดถึงในงานเขียนเท่านั้นที่ถูกนำมาใช้เป็น subject ในจิตรกรรมและประติมากรรม เช่น แม่น้ำ จอมปลวก ต้นไม้ ศิลา และหนทาง หากพื้นที่แกลเลอรีชั้นนี้ยังอบอวลไปด้วยบรรยากาศวังเวงของเมืองโบราณที่แทบไร้ผู้คนในยามพลบค่ำ เส้นทางที่วกวนจนศิลปินเกือบหลงทางแม้ว่าเขาจะเคยเข้ามาอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเขาสังเกตเห็นต้นจันทน์ผาขนาดใหญ่ที่คุ้นตา จึงจดจำหนทางและเดินต่อไปได้

ในขณะที่ต้นไม้เป็นหนึ่งในนิมิตตามพระวินัยที่ใช้กำหนดขอบเขตของสีมา ต้นจันทน์ผาในภาพ ‘Dracaena’ (จันทน์ผา), 2026 ที่ศิลปินพบระหว่างทางก็ทำหน้าที่เป็นนิมิตในอีกความหมายหนึ่ง คือเป็นจุดอ้างอิงที่ช่วยให้เขาระบุตำแหน่งและเส้นทางของตัวเองได้อีกครั้ง ทั้งสองกรณีนับเป็นการทำให้พื้นที่ที่ไม่มีเส้นแบ่งปรากฏถูกอ่านและทำความเข้าใจได้ผ่านสิ่งที่มีอยู่ในภูมิประเทศ

ประติมากรรมบนชั้นนี้มีอยู่สองชิ้น ชิ้นแรกคือ ‘Foundation Brick’ (อิฐฤกษ์), 2026 ที่ประกอบด้วยอิฐ 9 ชิ้น ปิดทองคำเปลวในรูปทรงวงกลมตรงกลาง โดยทองคำเปลวบนอิฐแต่ละก้อนมีขนาดไม่เท่ากัน ไล่เรียงคล้ายดวงจันทร์ที่ค่อยๆ เต็มดวง วัชรนนท์ได้รับแรงบันดาลใจของ ‘อิฐฤกษ์’ มาจากอิฐฤกษ์หรืออิฐปิดทองคำเปลวจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง สุพรรณบุรี ที่จากข้อมูลของกรมศิลปากรสันนิษฐานว่าใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมเมื่อเริ่มก่อสร้างศาสนสถานเพื่อให้เป็นสิริมงคลและศักดิ์สิทธิ์1

‘อิฐฤกษ์’ ติดตั้งอยู่ตรงข้ามกับ ‘Golden Palace’ (ปราสาททอง), 2026 ประติมากรรมที่วัชรนนท์นำเอาจอมปลวกมาขยายใหญ่จนดูราวกับอนุสรณ์สถาน ตามความเชื่อของไทย จอมปลวกสัมพันธ์กับเรื่องโชคชะตาและอำนาจ ประติมากรรมทั้งสองชิ้นที่แม้จะต่างกันโดยชิ้นหนึ่งเป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างและอีกสิ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ทั้งสองสิ่งล้วนถูกมนุษย์มอบความหมายที่เกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ให้

แต่ดูเหมือนว่าวัชรนนท์จะตั้งคำถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างความหมายขึ้นเหล่านี้ ส่วนหนึ่งปรากฏอยู่ในเรื่องเล่า เมื่อเขาบรรยายถึงตอนที่เดินไปพบกับพระธุดงค์กำลังปฏิบัติธรรม แม้พื้นที่บริเวณนั้นจะไม่ได้มีเครื่องหมายใดกำหนดขอบเขตของพื้นที่ทางศาสนา แต่เขากลับรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์จนเกิดความสำรวมขึ้นมาโดยอัตโนมัติ หรืออีกตอนที่เขาเปรียบเทียบได้คมคายคือตอนที่เดินไปเจอสุนัขเจ้าถิ่นขู่คำราม แม้จะไม่มีเส้นแบ่งเขตให้เห็น แต่เขาก็รู้ได้จากสิ่งไร้รูปอย่างกลิ่นของฉี่สุนัขว่าไม่ควรเดินเข้าไปในพื้นที่ของมัน

การกำหนดพรมแดนของรัฐประเทศมีบางอย่างคล้ายกับการกำหนดเขตสังฆกรรมของสงฆ์ เพราะแม้ในแผนที่จะมีเส้นแบ่งชัดเจน แต่ในภูมิประเทศจริงเรากลับมองไม่เห็นเส้นเหล่านั้น จึงต้องอาศัยสิ่งต่างๆ เช่น แม่น้ำ สันปันน้ำ หลักเขต ฯลฯ เป็นจุดอ้างอิงหรือเครื่องหมายที่ทำให้ขอบเขตที่มองไม่เห็นสามารถรับรู้ได้

แต่ ‘สีมา’ พาเราไปไกลกว่าการมองพรมแดนเป็นเพียงเส้นแบ่งหรือเครื่องหมายที่ใช้บอกเขตแดน เพราะยังรวมถึงกระบวนการที่พื้นที่เหล่านั้นถูกแบ่ง การทำให้ขอบเขตนั้นถูกรับรู้ บังคับใช้ และส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้คน2 จากคำถามที่วัชรนนท์ตั้งขึ้น บันทึกการเดินทางครั้งนี้ยังเชื่อมต่อไปยังความทรงจำที่เขาเคยไปเยือนศาสนสถานโบราณบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เช่นเดียวกับในจิตรกรรม ‘Enclosure Wall’ (แนวกำแพง), 2026 และ ‘The Ancient Gate’ (ประตูบรรพกาล), 2026 พื้นที่บริเวณนี้มีทั้งประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่มีมายาวนาน ก่อนหน้าที่เส้นแบ่งเขตแดนทางการเมืองจะเกิดขึ้น และความสัมพันธ์เหล่านั้นก็ยังคงดำเนินต่อไปหลังจากนั้น

ยังมีจิตรกรรมและประติมากรรมอีกจำนวนหนึ่งจัดแสดงอยู่บนชั้นล่างของแกลเลอรี ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นผลงานกลุ่มแรกที่ผู้ชมจะได้เห็นเมื่อเดินเข้ามา จิตรกรรม 4 ชิ้น ในห้องแกลเลอรีนี้ล้วนเป็นจิตรกรรมขนาดใหญ่และให้ความรู้สึกคุ้นเคยมากกว่าสำหรับผู้ชมที่เคยผ่านตาจิตรกรรมรูปทิวทัศน์ที่อ้างว้างและเงียบงันของวัชรนนท์มาแล้ว และก็เช่นเคย เบื้องหลังภาพทิวทัศน์เหล่านั้นมีประเด็นบางอย่างที่ศิลปินซ่อนเอาไว้

‘The Shape of Forest’ (ร่างของป่า), 2026 เป็นภาพผืนป่าเขียวชอุ่มกว้างใหญ่ที่มีต้นไม้จำนวนมากซ้อนทับกัน คำถามที่วัชรนนท์ตั้งไว้ดำเนินต่อมาจนถึงเรื่องภูมิทัศน์ที่เขาสนใจ ว่าแท้จริงแล้วภูมิทัศน์คืออะไร เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ด้วยตัวเอง หรือเกิดจากความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ที่ประกอบกัน แล้วต้นไม้เพียงต้นนึงจะสามารถเป็นภูมิทัศน์ได้หรือไม่ หรือเช่นเดียวกับป่าที่ไม่ได้เกิดจากต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่ง แต่ประกอบขึ้นจากต้นไม้ สัตว์ และสิ่งต่างๆ ที่ดำรงอยู่ร่วมกันในพื้นที่นั้น

แต่จริงๆ แล้ว คำถามอาจไม่ใช่ว่าต้นไม้ต้นหนึ่งเพียงพอจะเป็นภูมิทัศน์ได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะเลือกมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไรมากกว่า เราจะมองภาพนั้นโดยแยกสิ่งต่างๆ ออกจากกัน หรือถอยออกมาเพื่อมองว่าสิ่งเหล่านั้นสัมพันธ์กันและร่วมกันประกอบขึ้นเป็นภาพใหญ่อย่างไร

‘Sīmā’ (สีมา) จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม จนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ Nova Contemporary

_

1 finearts.go.th

2 แนวคิดเรื่อง bordering ใน Border Studies ของ Anssi Paasi

novacontemporary.com