กระเบื้องทำมือโดย The Client Project ที่ผสมผสานงานออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมกับเทคโนโลยีเพื่อสร้างพื้นผิวที่เล่าเรื่องได้
TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO COURTESY OF THE CLIENT PROJECT
(For English, press here)
ตามปกติแล้วสถาปนิกและนักออกแบบมักเลือกใช้กระเบื้องตามความเหมาะสม สถาปนิกส่วนใหญ่มักเลือกกระเบื้องสีพื้นเรียบๆ เป็นหลัก ส่วนงานออกแบบภายในก็มีหลายปัจจัยให้คำนึงถึง วิธีการรับมือกับกระเบื้องจึงเป็นเรื่องที่ต้องดูเป็นงานๆ ไป ผู้ที่ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านนี้เลยตกอยู่ที่ช่างมากกว่าเหล่านักออกแบบ ทว่าความจริงแล้ว ในไทยเราก็พอมีคนที่ทำงานกับกระเบื้องโดยเฉพาะอยู่เหมือนกัน
The Client Project เป็นสตูดิโอที่มองเห็นความเป็นไปได้ของกระเบื้อง ทีมงานอย่างแพรวรุ่ง จันทร์ธำรงกุล, พิมพ์ชนก หวังวีระมิตร และปรีดิ์ ธีรกุล จึงใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับกระเบื้องทำมือแสนละเมียดละไม พวกเขามองว่าพื้นผิวไม่ใช่แค่องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นสื่อที่บอกเล่าเรื่องราวของ สถานที่ และเจตจำนงของเจ้าของสถานที่

Water Lily Reverie
สำหรับทั้ง 3 คน การเรียงกระเบื้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับลวดลาย หากแต่เป็นการออกแบบอารมณ์ให้อาคารด้วยเฉดสีต่างๆ จากกระเบื้องทำมือทีละชิ้น ซึ่งถูกร้อยเรียงด้วยคอมพิวเตอร์สคริปต์ โดยขั้นตอนนี้ยังเป็นตัวกำหนดหมายเลขและลำดับการติดตั้งหน้างาน เพื่อให้แน่ใจว่าแม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะออกจากมือมนุษย์ แต่ก็มีความแม่นยำสูง
กระเบื้องผนังในซีรีส์ของ The Client Project เป็นกระเบื้องที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เพื่อตอบรับความต้องการอันเฉพาะเจาะจงตามชื่อ โดยมีเอกลักษณ์ตามใจความของวลี Dissonance in Harmony หรือ ‘ความไม่กลมกลืนในความกลมกลืน’ ซึ่งเกิดจากการจัดวางสีที่ตัดกันไว้ใกล้กันโดยตั้งใจ—สีที่ดูเด่นชัดและแตกต่างเมื่อมองใกล้ๆ แต่กลับรวมตัวเป็นองค์ประกอบที่กลมกลืนเมื่อมองจากระยะไกล กระเบื้องเหล่านี้จึงมีเฉดสีและรูปร่างที่แตกต่างกันไปในแต่ละโปรเจกต์ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมสร้างความแปลกใหม่ให้วิธีการติดตั้งด้วยเช่นกัน เมื่อผ่านกระบวนการศึกษาและนำชิ้นทดลองไปติดตั้งในสถานที่จริงแล้ว พวกเขาค่อยเริ่มการผลิตชิ้นส่วนทั้งหมด ให้แน่ใจว่าสีของกระเบื้องจะไม่ผิดเพี้ยนไปเมื่อตกต้องแสงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

Water Lily Reverie
ในโปรเจกต์ที่ผ่านมาอย่าง Water Lily Reverie นั้นเป็นการดึงทิวทัศน์ของบึงน้ำข้างเคียงให้กลายเป็นชุดกระเบื้องโทนสีนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นดอกบัว ใบบัว เงาสะท้อนบนผืนน้ำที่พร่าเลือน รวมถึงเมฆบนท้องฟ้า สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกแปลงเป็นกระเบื้องผิวโค้งที่มีผิวสัมผัสเป็นเอกลักษณ์คล้ายฝีแปรงจากกระบวนการเผา โดยโปรเจกต์นี้ใช้กระเบื้องกว่า 15,000 ชิ้น แต่ไม่มีชิ้นไหนเลยที่หน้าตาเหมือนกัน

Palette of Possibilities
อีกโปรเจกต์หนึ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ Palette of Possibilities ด้วยฟังก์ชันของ ORC Friends ที่เป็น co-working space ซึ่งรายล้อมด้วยหนังสือและโพสต์อิท สีสันของกระเบื้องในงานนี้จึงมีความจัดจ้านและมีความโดดเด่นที่ตัดกับวัสดุรอบข้างที่เป็นคอนกรีตเปลือยสีเทา ทำให้กระเบื้องที่ใช้แสดงถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อมองใกล้ๆ แต่เมื่อถอยมากลับรวมตัวเป็นองค์ประกอบที่กลมกลืน

Palette of Possibilities
จะเห็นว่าการลองผสมผสานงานทำมือชิ้นต่อชิ้นเข้ากับเทคโนโลยีที่เสริมความแม่นยำในภาพรวม ทำให้เสน่ห์ที่ได้รับในงานมีความน่าสนใจอีกรูปแบบหนึ่ง ความตระการตาอันเกิดจากการเรียงร้อยต่อกันของสิ่งเล็กๆ สามารถถูกสร้างสรรค์ต่อยอดได้อีกหลายด้าน กระเบื้องโดย The Client Project กำลังมุ่งไปหาวัสดุรีไซเคิลเป็นลำดับถัดไป โดยร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อนำความรู้ด้านวิศวกรรมวัสดุมาช่วยดึงเอาเฉดสีและพื้นผิวตามธรรมชาติของวัสดุเหล่านั้นออกมา

Palette of Possibilities 




