CENTRAL CHIANGMAI AIRPORT

พลิกโฉม เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เป็นแลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งใหม่ ด้วยแนวคิด ‘Reimagining Lanna’ ที่จินตนาการอัตลักษณ์ล้านนาใหม่ให้ร่วมสมัย ผ่านการออกแบบจากสามสตูดิโอ ได้แก่ EKAR Architects, AMA Design Studio และ PANORAMA DECOR

TEXT: SARUNKORN ARTHAN
PHOTO: KETSIREE WONGWAN

(For English, press here)

หากพูดถึงศูนย์การค้าในความทรงจำของคนเชียงใหม่ คงปรากฏชื่อ ‘โรบินสัน’ หรือ ‘แอร์พอร์ต’ เป็นชื่อแรกๆ เพราะนอกจากจะอยู่ใกล้สนามบิน ก็ยังใกล้เมืองเชียงใหม่และต่างอำเภออย่างหางดงและสารภีอีกด้วย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่มักจะจำได้ว่าที่นี่เป็นที่ซื้อของฝากและช็อปปิงฆ่าเวลารอไฟลต์บิน ทำให้ศูนย์การค้าแห่งนี้กลายเป็นอีกจุดเชื่อมต่อทั้งชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย และการเป็นจุดเชื่อมต่อนั่นเอง คือเส้นสายลวดลาย DNA ของ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ที่ปรากฏในทุกจังหวะของการออกแบบตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา

ในปี 2026 นี้ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่สามสิบ เซ็นทรัลพัฒนาจึงยกระดับครั้งใหญ่ผ่านการพลิกโฉมเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็นแลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งใหม่ของจังหวัด โดยใช้ความเชื่อมต่อของผู้คนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวมาเชื่อมโยงถึงแนวคิดในการออกแบบเซ็นทรัลแห่งนี้ในองค์รวม คือ แนวคิด ‘Reimagining Lanna’ ที่หยิบยกเอาอัตลักษณ์ล้านนามาร่วมออกแบบภายใต้นิยามความร่วมสมัย เพื่อถ่ายทอดความเป็นท้องถิ่นอย่างภาคภูมิและสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน โดยมี EKAR Architects เป็นผู้ออกแบบ façade ภายนอก, AMA Design Studio เป็นผู้ออกแบบสถาปัตยกรรม และ PANORAMA DECOR เป็นผู้ออกแบบภายใน

ตีความเส้นสายและเลเยอร์ใหม่บนโครงสร้างเดิม / Reimagining Lanna (façade)

หากยืนอยู่บนทางเท้า หรือนั่งอยู่ในรถบนถนนใกล้ๆ เราจะพบเจอกับผนังสูงสีเบจนวลตากับสีน้ำตาลเข้มอ่อนสลับกันไปหลากหลายเฉด โดยเมื่อเดินไปเรื่อยๆ เราจะพบกับซุ้มประตูทางเข้าอาคารซึ่งโดดเด่นด้วยโครงสร้างหลังคาที่มีความซับซ้อน โดยทั้งส่วนผนังและทางเข้าอาคารนี้ล้วนเป็น façade ใหม่ของเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตที่ได้รับการออกแบบใหม่โดย EKAR Architects ที่ต้องการนำเสนอความเชื่อมโยงของอาคารใหม่ที่ได้รับการรีโนเวทโดยยังเชื่อมโยงกลับไปยังรากเหง้าของประวัติศาสตร์ในพื้นที่ได้อย่างกลมกลืน

ในส่วนของทางเข้าหลัก ความท้าทายของการปรับปรุงครั้งนี้อยู่ภายใต้งบประมาณและระยะเวลาที่จำกัด EKAR Architects จึงเลือกเก็บโครงสร้างหลักเดิมไว้ และเสนอการตีความภาพลักษณ์ใหม่ผ่านแนวคิด ‘ซุ้มประตูของเมืองแห่งใหม่’ แทนการปรับแต่ง façade แบบผิวเผิน

แทนที่จะสร้างเพียงเปลือกอาคาร นำไปสู่การออกแบบซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับประตูเมืองเพื่อคอยต้อนรับผู้คนจากหลากหลายทิศทางเข้าสู่เชียงใหม่ โดยประเด็นสำคัญอีกประการคือการตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ระหว่างของศูนย์การค้าที่มีขนาดใหญ่และบริบทที่ตั้งโดยรอบซึ่งมีลักษณะเป็นเมืองขนาดเล็ก EKAR Architects จึงได้เสนอการสร้าง ‘พื้นที่ก้ำกึ่ง’ ระหว่างภายนอกและภายในที่ทำให้เกิดช่วงเวลาของการรับรู้พื้นที่ซึ่งมีการเปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสู่ตัวอาคาร ที่ทำให้การก้าวผ่านมีความหมายมากขึ้น

ซุ้มประตูยังถูกออกแบบให้มีหลายสเกลในองค์ประกอบเดียวกัน เมื่อมองจากระยะไกลบนถนนมหิดล ภาพรวมของซุ้มนั้นเชื่อมโยงเข้ากับมวลอาคารด้านหลัง พร้อมแสดงตัวเป็นสัญลักษณ์ที่ขับเน้นความชัดเจนของทางเข้า แต่เมื่อเข้าใกล้ในระดับสายตา สัดส่วนขององค์ประกอบจะลดหลั่นลงสู่ขนาดที่สัมพันธ์กับร่างกายมนุษย์ ทำให้ประสบการณ์การเข้าอาคารมีความเป็นกันเองและผ่อนคลายมากขึ้น

ในเชิงวัสดุและโครงสร้าง EKAR Architects ได้มีการเลือกใช้โครงสร้างเหล็ก หากแต่ถ่ายทอดรายละเอียดของโครงสร้างโดยอ้างอิงระบบไม้ในสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น เช่น ลักษณะการเข้าเดือย การประกบโครงสร้างคู่ในอเสและอกไก่ รวมถึงจังหวะความถี่ของโครงสร้างที่ถี่กว่าระบบเหล็กทั่วไป องค์ประกอบเหล่านี้ประกอบกันเป็นลักษณะคล้ายโครงสานไม้ หรือ ‘timber lattice structure’ ที่สร้างทั้งปริมาตรและช่องว่างภายใน โดยนอกจากจะเพื่อเชื่อมโยงกลับไปยังสถาปัตยกรรมไม้ล้านนาแล้ว façade สามมิตินี้ยังเผยให้เห็นระบบโครงสร้างอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งช่วยลดทอนสเกลของอาคารขนาดใหญ่ให้สัมพันธ์กับผู้ใช้งาน พื้นที่เปลี่ยนผ่านดังกล่าวทำหน้าที่กลั่นกรองแสงแดด ลดความจ้า ปรับอุณหภูมิร่างกาย และค่อยๆ ชะลอจังหวะของผู้มาเยือนให้สงบลง ประสบการณ์นี้ใกล้เคียงกับการเดินผ่านซุ้มทางเข้าอาคารล้านนา ที่มีสัดส่วนพอดี โปร่ง โล่ง และถ่อมตัว

นอกเหนือจากโครงสร้าง façade นี้จะถูกใช้ในส่วนของทางเข้าหลักแล้ว EKAR Architects ยังได้ปรับใช้รูปแบบของโครงสร้างเดียวกันนี้ในพื้นที่ทางเข้าอีกทั้ง 4 จุดของอาคาร ไม่เพียงเท่านั้น façade เหล่านี้ยังเชื่อมต่อเข้ากับลวดลายของผนังโดยรอบของเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตที่มีการปรับเปลี่ยนให้มีความเรียบง่ายและร่วมสมัยมากขึ้น โดย EKAR Architects ได้ใช้วิธีที่เรียบง่ายอย่างการทาสีบนผนังให้มีรูปแบบเป็นลวดลายทางตั้งที่มีระยะห่างและความกว้างแตกต่างกัน อันมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอถึงบริบททางวัฒนธรรมและพื้นที่ของเชียงใหม่โดยเปิดให้ใครที่ผ่านมาได้ลองตีความด้วยตัวเอง บางคนอาจนึกถึงการทอผ้าซิ่นล้านนา บางคนอาจนึกถึงเรียวไผ่ทั้งใหญ่เล็กโอนอ่อนลู่ลมจากทิวเขาดอยสุเทพ และไม่ว่าจะตีความอย่างไร แต่งานออกแบบทั้งหมดนี้ล้วนนำเสนอในเรื่องเดียวกันคือการบอกว่าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต แห่งนี้ไม่ใช่อาคารที่โผล่ผุดขึ้นมาใหม่ หากแต่ยังคงเป็นอาคารเดิมที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวร่วมกับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

ระเบียบพื้นที่และแสงธรรมชาติ / Reimagining Lanna (space)

หากศาลาซุ้มประตูคือการทักทายจากก้าวแรก การออกแบบพื้นที่ภายในก็คือการจัดจังหวะการเดินภายในให้ลื่นไหลกว่าที่เคย โดยสถาปนิกเลือกแก้ปัญหามุมมองที่เคยทับซ้อน ด้วยการจัดเรียงแนวร้านค้าใหม่ทั้งหมดรวมถึงในส่วนของ kiosk เพื่อมอบประสบการณ์เชิงสายตาและเปลี่ยนทัศนียภาพให้โปร่งตาและเชื่อมต่อถึงกันในทุกมิติ รวมถึงยังมีการปรับปรุงผังในภาพรวมที่ทำให้พื้นที่ใช้งานและพื้นที่สัญจรมีความโปร่ง เป็นระเบียบ และรองรับคนได้มากขึ้นในเวลาเดียวกัน

ในขณะเดียวกัน AMA Design Studio เองก็ไม่ได้เพียงแต่ออกแบบใหม่เสียทั้งหมด หากแต่ยังได้เลือกเก็บรักษาช่องแสงธรรมชาติ (skylight) ดั้งเดิมเอาไว้ เพื่อให้แสงแดดที่ตกกระทบลงมายังคงทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับห้วงเวลาภายนอกอาคาร และบอกเล่าถึงเรื่องราวของตัวอาคารในอดีตไปด้วยในเวลาเดียวกัน

จากความ ‘เมือง’ สู่สากล / Reimagining Lanna (lifestyle)

นอกจากการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบและคงของเดิมบางอย่างไว้แล้ว ยังมีการออกแบบภายในที่อิงแอบแนบข้างกับ ‘ความเป็นล้านนา’ อย่างเข้มข้นจากความคิดของ PANORAMA DECOR ภายใต้แนวคิด ‘Crafting Lanna lifestyle’ ที่สกัดเอาแก่นแท้ของวัฒนธรรมล้านนามาถ่ายทอดลงบนรูปทรงของพื้นที่ทั้ง 5 ชั้นของเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านส่วนต่างๆ ของเฮือนล้านนา ตั้งแต่ ‘รากเหง้า’ ในชั้นฐานราก ไปจนถึง ‘ยอดหลังคา’ ที่สื่อถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ในเชิงการออกแบบภายใน PANORAMA DECOR ได้หยิบเอาองค์ประกอบของความเป็นล้านนามาปรับเปลี่ยนรูปทรงและสีสันให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น อาทิ การใช้สีโทนร้อนในการตกแต่งเพื่อเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นในชั้น G ในกรอบของ ‘Root of Lanna’ จนไปถึงการแสดงความโปร่งเบาและขาวสะอาดตาในชั้น 3 ‘Top of Technology’ และ 4 ‘Taste of Nature’ ที่ต้องการสื่อถึงนวัตกรรมควบคู่กับธรรมชาติในระดับสากล

การจัดวางองค์ประกอบผ่านการตกแต่งภายในทำหน้าที่เสมือนการสร้างเรื่องเล่าที่จะเปลี่ยนเซ็นทรัลสาขานี้ให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวของตัวเอง ทั้งในแง่สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และความงาม ซึ่งผู้คนสามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านทุกรายละเอียดตั้งแต่มุมนั่งพักผ่อนไปจนถึงบรรยากาศในโซน ‘กาดหลวง’ ที่ชั้น G โซนฟู้ดคอร์ทร้านดังและของฝากจากทั่วเชียงใหม่ ซึ่งนี่เองเป็นการสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบล้านนาที่ร่วมสมัยและ ‘ร่วมลมหายใจ’ กับเราได้ในทุกวัน

ท้ายที่สุดแล้ว การพลิกโฉมเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าเพียงการทรานส์ฟอร์มศูนย์การค้าเพื่อให้ทันสมัยตามกาลเวลา แต่เป็นการประกาศถึงการดำรงอยู่ของอัตลักษณ์ล้านนาท่ามกลางโลกปัจจุบัน เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตจึงทำหน้าที่เป็น ‘จุดเชื่อมต่อ’ (Node) ที่สมบูรณ์แบบอย่างที่เคยเป็นมาตลอดสามทศวรรษ คือ ไม่ใช่แค่เชื่อมต่อสนามบินสู่ตัวเมือง หรือเชื่อมต่อนักท่องเที่ยวสู่คนพื้นถิ่นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงความทรงจำอันทรงคุณค่าในอดีต เข้ากับจินตนาการใหม่แห่งอนาคตที่ชาวเชียงใหม่ทุกคนจะยังคงรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างเต็มภาคภูมิ

facebook.com/CentralChiangmaiAirport