เปิดพื้นที่ Hatyai Villa วิลล่าริมเขาที่สตูดิโอ Physicalist ต่อเติมให้บ้านหลังเดิมเป็นบ้านพักตากอากาศที่ต่อยอดความสุขของการใช้ชีวิตเพียงแค่ก้าวออกมาจากพื้นที่เดิม
TEXT: PHARIN OPASSEREPADUNG
PHOTO: SOOPAKORN SRISAKUL
(For English, press here)
Hatyai Villa คือวิลล่าริมเขา อาคารที่ออกแบบมาขยายทั้งในมิติทางกายภาพและในมิติของความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย อาคารหลังนี้ได้ทำหน้าที่ตามความหมายของคำว่า ‘วิลล่า’ จริงๆ คือเป็นบ้านพักตากอากาศขนาดย่อมๆ ในชีวิตประจำวัน เป็นส่วนต่อขยายจากบ้านหลังเดิมที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชีวิตได้พักมากขึ้น
วิลล่ารูปทรงตัว L ตั้งอยู่ริมภูเขาในชานเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นส่วนต่อขยายจากบ้านหลังเดิม ออกแบบโดยสตูดิโอสถาปัตยกรรม Physicalist ด้านเหนือเชื่อมต่อกับบ้านหลังเดิมที่มีฟังก์ชันครบครันอยู่แล้ว ส่วนด้านขวาของพื้นที่ติดกับภูเขา อาคารไม้รูปตัว L โอบล้อมสนามหญ้าตรงกลาง ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนใหม่ของครอบครัว 4 คน พร้อมทิวทัศน์ภูเขาที่โอบล้อมอยู่ด้านหนึ่ง

เพราะบ้านหลังนี้ต้องการบรรยากาศคล้ายว่าได้พักผ่อนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศ ทำให้วิลล่าหลังนี้ก็ไม่จำเป็นต้องย้ำฟังก์ชันแบบบ้านทั่วๆ ไป เพราะบ้านเดิมเองก็มีครบแล้ว สถาปนิกจึงออกแบบพื้นที่ใช้งานที่ยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ มุมชงกาแฟ ศาลาใต้ถุนสำหรับรับประทานอาหาร ไปจนถึงพื้นที่จอดรถและล้างรถ ซึ่งถูกผสานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิลล่าอย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อมองจากมุมสูง จะเห็นเลย์เอาท์รูปตัว L วางชิดด้านซ้ายของที่ดิน เปิดพื้นที่ด้านขวาให้โล่ง เพื่อรับวิวภูเขาอย่างเต็มสายตา ทั้งจากสนามหญ้าชั้นล่างและห้องนอนชั้นบน ขณะที่ด้านบนของแปลงยังคงเชื่อมต่อกับบ้านเดิมที่ใช้งานอยู่ วิลล่าหลังนี้จึงทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายของความสุขจากบ้านเดิม การเดินเชื่อมระหว่างสองพื้นที่ต้องให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว

ทางเข้ามีสองทางด้วยกัน ทางแรกคือเดินต่อจากบ้านเดิม ซึ่งมุมมองที่เปิดออกไปสู่สนามหญ้า และอาคารวิลล่ากระจกยาวที่รับกับแนวภูเขา สร้างจังหวะของความรู้สึกที่เปลี่ยนผ่าน ชวนให้อยากออกมาใช้งานในทุกวัน อีกทางคือทางเข้าจากถนนด้านนอก ที่สามารถจอดรถและเข้าสู่พื้นที่วิลล่าได้ทันที โดยรถคันโปรดก็กลายเป็นเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งของบ้าน

จากบ้านเดิมสู่สนามหญ้า ด้านขวาเป็นพื้นที่เปิดโล่ง คล้ายใต้ถุนบ้านไทย มีโต๊ะอาหารสำหรับช่วงเวลาของครอบครัว สถาปนิกตั้งใจออกแบบให้พื้นที่นี้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามต้องการ โครงสร้างยกสูงเปิดรับลมและแสงแดดในยามเช้าและบ่าย โดยมีชายคาจากระเบียงชั้นสองยื่นยาวช่วยกรองแสงไม่ให้ส่องมากเกินไป

หากมองตรงจากสนามหญ้า จะพบที่จอดรถทางซ้ายและห้องพักผ่อนทางขวา แม้จะเป็นพื้นที่ภายใน แต่ให้ความรู้สึกเปิดโล่งด้วยบานกระจกพาโนรามาสูง 2.40 เมตรเรียงต่อกันยาวแนวนอน ทำให้ภายในและภายนอกเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความสูงของกระจกที่กำลังพอดีทำให้บดบังสายตาจากด้านนอกได้ดี

สำหรับพื้นที่เอกเขนกของครอบครัว สถาปนิกจึงเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเป็นหลัก แต่ละจุดมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น โซฟาสีแดง โซฟาสีขาว พรมสีสันสดใส ตลอดจนโต๊ะทำงาน และมุมกาแฟขนาดย่อมๆ โดยทั้งหมดถูกออกแบบให้สร้างจังหวะการใช้งานที่แตกต่างในแต่ละพื้นที่ ให้พื้นที่ตรงนี้ได้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่สบายๆ สำหรับทุกความต้องการ

สนามหญ้ากลายเป็นหัวใจของบ้าน เป็นพื้นที่สีเขียวหลักที่เปิดโล่งตามความตั้งใจของเจ้าของ เชื่อมต่อกับโซนล้างรถที่อยู่ติดกัน ทำให้วันพักผ่อนกลายเป็นกิจกรรมร่วมกัน ทั้งดูแลรถ หรือเป็นพื้นที่ให้เด็กๆ วิ่งเล่นท่ามกลางธรรมชาติ


ขึ้นสู่ชั้นสอง ทางซ้ายคือห้องนอนพร้อมห้องน้ำ ออกแบบให้เปิดรับวิวภูเขาเต็มที่ ผ่านหน้าต่างพาโนรามาเพื่อสร้างบรรยากาศการพักผ่อนอย่างแท้จริง ส่วนพื้นที่ด้านขวาเป็นระเบียงรับวิว ที่ออกแบบให้เตี้ยเพียง 50 เซนติเมตร พร้อมความลาดเอียง 60 เซนติเมตร เพื่อความปลอดภัยโดยไม่บดบังทัศนียภาพ

อีกหนึ่งความพิเศษคือบันไดของวิลล่าหลังนี้เป็นรูปสามเหลี่ยม ทำให้ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ เพื่อทวงคืนพื้นที่หน้าต่างบานสุดท้าย และเปิดโอกาสให้แสงสว่างที่เข้ามาได้มากกว่าเดิม โถงมุมนี้ของวิลล่าจึงกลายเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม โดยซ่อนบันไดไว้ทางด้านหลังอย่างแนบเนียน เปิดพื้นที่ให้แสงและมุมมองไหลผ่านได้เต็มที่

นอกจากนี้ พื้นที่นี้ยังซ่อนฟังก์ชันไว้อย่างชาญฉลาด ห้องน้ำขนาดเล็กใต้บันได และ pantry ขนาดพอดีสำหรับชงกาแฟ โดยเกิดจากการนำส่วนแกนกลางของใต้บันไดออก พร้อมเติมโต๊ะเล็กและแจกันดอกไม้ที่เติมชีวิตให้มุมนี้ เสมือนว่าพื้นที่นี้คือก้อนไม้หนึ่งก้อนที่ค่อยๆ แกะสลักบางเหลี่ยม เหลาบางส่วนออก เพื่อให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีหลายฟังก์ชันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ความพิเศษของโถงสามเหลี่ยมนี้ ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน แต่ยังส่งผลต่อหลังคาด้านบนอีกด้วย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของอาคาร ทำให้เมื่อมองเข้ามาจากภายนอก จะเห็นถึงรูปทรงที่ดูคลับคล้ายว่าหลังคากำลังเอียงลงไปด้านหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วคือการบิดองศาเพื่อหลอกสายตา เพิ่มคาแร็กเตอร์ให้ตัวอาคารอย่างแยบยล

สำหรับวิลล่าหลังนี้ ไม่ว่าจะสนามหญ้า ศาลาใต้ถุน หรือพื้นที่พักผ่อนอินดอร์ก็ตาม ทั้งหมดที่พื้นที่เหล่านี้ออกแบบมาเพียงเป้าหมายเดียว คือเพื่อขยายจากพื้นที่เดิมของบ้าน พร้อมทั้งขยายความสุขของการใช้ชีวิตไปด้วยกัน ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้านและครอบครัว งานออกแบบชิ้นนี้จึงเกิดขึ้นจากความชอบของเจ้าของบ้าน และสถาปนิกที่พากันทำให้พื้นที่พักผ่อนแห่งนี้กลายเป็นสวรรค์ของผู้อยู่อาศัยในทุกๆ วัน เพียงแค่ก้าวเดินออกมาจากพื้นที่เดิม
physicalist-architects.com
facebook.com/Physicalistarchitects


