CENTRAL PARK BANGKOK

Photo courtesy of Central Pattana

เรื่องเล่าใหม่ของเมือง ผ่าน Central Park Bangkok ส่วนหนึ่งของ Dusit Central Park พื้นที่ที่จะเติมเต็มชีวิตด้วยงานออกแบบบนทำเลที่มีเรื่องราวอย่าง สีลม-สาทร

TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO CREDIT AS NOTED

(For English, press here)

ศูนย์การค้า Central Park Bangkok คือหนึ่งในโปรเจกต์ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2568 ด้วยทำเลศักยภาพบนถนนพระราม 4 ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกทั้งจากสถานี BTS ศาลาแดง และ MRT สีลม เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองอย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งยังตั้งอยู่เคียงข้าง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่เพิ่งกลับมาเผยโฉมใหม่ในปี 2024 ถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างงดงาม โดย ศูนย์การค้า Central Park Bangkok นับเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์ภายใต้ชื่อ ‘Dusit Central Park’

Photo courtesy of Central Pattana

Photo: Ketsiree Wongwan

Dusit Central Park คือโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วย ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัย อยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยมี OMA Asia (Hong Kong) Limited รับบทบาทสำคัญในการวาง Master Plan ท่ามกลางความท้าทายของทำเลใจกลางเมือง ร่วมกับทีมนักออกแบบและที่ปรึกษาชั้นนำของไทย อาทิ Architects 49 International Limited, P49 Deesign & Associates, P Landscape (PLA) รวมถึงพันธมิตรด้านการออกแบบอีกมากมาย โจทย์หลักคือการออกแบบเพื่อเชื่อมโยงมรดกทางสถาปัตยกรรมและจิตวิญญาณของโรงแรมดุสิตธานีเดิม เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนย่านสีลม-สาทร ตลอดจนบริบทของพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของสวนลุมพินี ส่งผลให้โครงการนี้กลายเป็นการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน และการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของย่านไปพร้อมกัน

Photo: Worapas Dusadeewijai

“เราเชื่อเสมอว่าดีไซน์ที่ดีต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้คนและพื้นที่ก่อน Dusit Central Park จึงไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงกลุ่มอาคาร แต่เป็น Living Ecosystem ที่เกิดขึ้นได้เฉพาะบนพื้นที่แห่งนี้เท่านั้น” คุณจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เล่า

“เราเห็นศักยภาพของพื้นที่นี้ว่าไม่ใช่แค่ทำเลดี แต่เป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวที่สามารถสานต่อได้ ทุกวันนี้พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปเร็วมาก การออกแบบจึงไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่คือเครื่องมือในการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้กลับมาใช้ชีวิตจริงๆ ทุกโปรเจกต์คือการเล่าเรื่องใหม่ของเมือง และคำถามสำคัญของเราคือ พื้นที่แห่งนี้จะมีบทบาทอย่างไรกับชีวิตผู้คนในอนาคต เพราะเมื่อพื้นที่สามารถเติมเต็มชีวิตได้อย่างแท้จริง ความยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ”

Photo: Ketsiree Wongwan

  • Photo: Ketsiree Wongwan

ศูนย์การค้า Central Park Bangkok มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘Here for all of you’ ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการออกแบบหลัก 3 ด้าน เช่นเดียวกับโครงการส่วนที่เหลือทั้งหมด ซึ่งแบ่งเป็น Heritage, Integration และ Greenery สำหรับคำว่า Heritage นั้น เซ็นทรัลต้องสะท้อนความเป็นไทยของ ‘ดุสิตธานี’ ในมุมมองร่วมสมัย ผ่านงานดีไซน์ที่ใช้งานได้จริงและจับต้องได้ใน Human scale เราสามารถเห็นลวดลายเรขาคณิตที่ต่อเนื่องมาจากฝั่งโรงแรม ซึ่งการออกแบบตั้งใจสร้างแพทเทิร์นหรือจังหวะซ้ำๆ ของเส้นสายเพื่อให้แต่ละชั้นมีเอกลักษณ์ ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเชื่อมโยงกันอย่างกลมกลืน แนวคิด ‘Repetitive but Evolving’ นี้ยังถ่ายทอดมาถึง façade ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Triangular Module ของ roofscape อีกด้วย

Photo: Ketsiree Wongwan

  • Photo: Ketsiree Wongwan

สิ่งที่ส่งต่อมาไม่ได้มีเพียงรูปลักษณ์ที่ถูกลดทอนให้เรียบง่ายและทันสมัยเท่านั้น ทว่ารวมถึงการเลือกใช้วัสดุและโทนสี อาทิ ทองแดงผืนใหญ่หรือแม้แต่ย่อมุมไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ในบางจังหวะ ภายในรีเทลแต่ละร้านก็มีการหยิบลวดลายฝ้าแบบ coffer หรือฝ้าหลุมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานตกแต่งดั้งเดิมในโครงการมาใช้งาน แต่สเปซที่จะขาดไปไม่ได้เลยในศูนย์การค้าเซ็นทรัลย่อมเป็นคอร์ทภายในแสนตระการตา ที่นี่เองก็มีไฮไลต์คือ Signature Escalator Void ซึ่งใช้การจัดวางตำแหน่งบันไดเลื่อนที่สอดคล้องกับสเปซเปิดโล่งด้านหน้าให้เป็นประโยชน์

Photo: Ketsiree Wongwan

Photo: Ketsiree Wongwan

“เราพยายามทำให้ดีไซน์พูดได้ด้วยตัวมันเอง คือไม่ได้สร้างแค่จุดถ่ายรูป แต่สร้างสเปซให้คนรู้สึกอยากใช้เวลามากขึ้น การออกแบบทั้ง Architecture และ Interior ของที่นี่ ให้ความสำคัญกับรายละเอียดและความประณีต เพื่อให้ทุกพื้นที่สะท้อน Heritage แบบเคารพอดีต แต่ยังตีความใหม่ให้เข้ากับบริบทร่วมสมัยและชีวิตประจำวันของผู้คน”

Photo: Ketsiree Wongwan

Photo courtesy of Central Pattana

ถัดไปขอข้ามมาที่ Greenery ซึ่งเห็นได้ชัดเจนใน Roof Park บนชั้น 4 – 6 โดยฝีมือภูมิสถาปนิกอย่าง Landscape Collaboration Limited ลำพังพื้นที่สวนลอยฟ้าขนาด 11,200 ตร.ม. แห่งนี้เองมีรายละเอียดมากมายที่สามารถแยกย่อยเป็นบทความได้อีก ทว่าประเด็นที่เราสนใจในวันนี้คือมันเชื่อมโยงกับศูนย์การค้าอย่างไรบ้าง ปัจจุบันพื้นที่สีเขียวแทบจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องมีบนทุกอาคารแถวหน้า แต่ละโปรเจกต์ก็มีวิธีให้ผู้ใช้งานเข้าถึง ‘ความเขียว’ ได้ไม่เหมือนกัน

Photo: Ketsiree Wongwan

  • Photo: Ketsiree Wongwan

Photo: Ketsiree Wongwan

Photo: Ketsiree Wongwan

ศูนย์การค้า Central Park Bangkok ใช้อีกหนึ่งคอนเซ็ปต์อย่าง ‘From City to Nature’ เป็นตัวกลางในการประสานศูนย์ฯ เข้ากับสวน ประสบการณ์ของผู้ใช้ถูกออกแบบให้ค่อยๆ เปลี่ยนจากความคึกคักของเมืองในชั้นล่าง ไปสู่ความสงบและธรรมชาติบน Dusit Arun ผ่านการจัดเรียงประเภทรีเทลและงานออกแบบภายใน ตั้งแต่ชั้น LG – G โซน Parkside Market และ Parkside Food Hall ที่มีความเร่งรีบ สะท้อนความพลุกพล่านของเมือง ไล่ขึ้นมาถึงชั้น 1 About Fashion ชั้น 2 Fashion Playground และชั้น 3 Active Energy ซึ่งค่อยๆ เปลี่ยนบรรยากาศให้สามารถเดินชมสินค้าอย่างผ่อนคลาย เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 4 Life Essentials และชั้น 5 Parkside Eatery จังหวะของผู้ใช้งานก็จะถูกดึงให้ช้าลงด้วยประเภทของสินค้าและบริการที่ต้องใช้เวลา ร้านอาหารเองก็มีความทางการมากขึ้น จากนั้นจึงมาบรรจบกับ Roof Park ในที่สุด

Photo: Ketsiree Wongwan

Photo: Ketsiree Wongwan

  • Photo: Ketsiree Wongwan

เราตั้งใจเลือกใช้พรรณไม้ไทยและพืชประจำถิ่นมากกว่า 100 สายพันธุ์ และออกแบบการจัดวางอย่างมีระบบ โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ตั้งแต่การให้ร่มเงา ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ผลิตออกซิเจน ดักจับฝุ่น ไปจนถึงการส่งเสริมระบบนิเวศ การจัดวางพรรณไม้แบบเป็นชั้น ไล่ระดับความสูง ไม่เพียงช่วยกรองฝุ่นตั้งแต่ PM2.5 ถึง PM10 แต่ยังสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 11 ตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับต้นไม้ขนาดใหญ่กว่า 900 ต้น นี่คือการออกแบบพื้นที่สีเขียวที่ทำงานได้จริงและสร้างคุณค่าให้เมืองในระยะยาว” คุณจุฑาธรรมเพิ่มเติมรายละเอียด

Photo: Ketsiree Wongwan

Photo: Ketsiree Wongwan

ย้อนกลับมาสู่ Integration หรือการเชื่อมโยงชีวิตเมืองและความหลากหลายของย่านสีลมนั้นได้เกริ่นไปบ้างแล้วข้างต้น หลักๆ แล้วจะอยู่ในกระบวนการวางผังรวมของ Dusit Central Park ควบคู่ไปกับศาสตร์ฮวงจุ้ย (Feng Shui) เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนตามธรรมชาติของพลังจากลม (Feng) และน้ำ (Shui) จากสวนลุมพินี โดยพื้นที่ตรงนี้ถูกมองว่าเป็น ‘อุ้งมังกร’ อาคารสูง 3 อาคาร (โรงแรม ที่พักอาศัย ออฟฟิศ) ซึ่งเชื่อมกันด้วยพื้นที่ศูนย์การค้า จึงถูกวางให้สอดคล้องกับทิศทางลมจากทิศเหนือและทิศตะวันออก สามารถรับการไหลเวียนของพลังที่เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

Photo: Ketsiree Wongwan

ในแง่หนึ่ง ศาสตร์นี้คือการสร้างบรรยากาศที่สมดุลและทำให้ผู้คนรู้สึกสบายเมื่ออยู่ในพื้นที่ ด้วยลักษณะของไซต์ที่ใกล้เคียงสามเหลี่ยมมุมฉาก แกนของอาคารที่หันไปทางสวนลุมพินีทั้งหมดกลับช่วยให้ระบบการสัญจรมีความชัดเจนและลงตัวมากขึ้น อาคารแต่ละส่วนถูกวางผังภายในและช่องเปิดอย่างละเอียดเพื่อเปิดรับธรรมชาติและไม่บดบังทัศนียภาพซึ่งกันและกัน เกิดทั้งมุมมองที่เปิดกว้าง (Visual Openness) และการระบายอากาศตามธรรมชาติ (Natural Ventilation) เมื่อมองจากภายนอกโปรเจกต์ก็มีรูปลักษณ์ที่เป็นระเบียบสวยงามลดหลั่นกัน เหมาะเจาะกับเจดีย์ที่ OMA เลือกมาปรุงแสดง ‘ความไทย’ พร้อมตอบกฎหมายระยะร่น

Photo: Worapas Dusadeewijai

“เราไม่ได้มอง Feng Shui เป็นแค่ความเชื่อ แต่เป็นหลักการออกแบบที่ช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีจากธรรมชาติ ผ่านทิศทางลม แสง และบรรยากาศโดยรอบ อีกสิ่งที่เราภูมิใจคือ ทุกองค์ประกอบของโปรเจกต์นี้ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกัน นี่ไม่ใช่โครงการที่คัดลอกไปตั้งที่ไหนก็ได้ แต่เป็นงานออกแบบที่เกิดขึ้นจากบริบทเฉพาะของพื้นที่แห่งนี้เท่านั้น”

เราเชื่อว่าสถาปัตยกรรมที่ดีไม่ใช่แค่การสร้างพื้นที่ใหม่ แต่คือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน ฟังก์ชัน และย่านโดยรอบ ผ่าน Shared spaces ที่เปิดโอกาสให้เกิดการพบปะ สร้างความสัมพันธ์ เมื่อพื้นที่เอื้อให้ผู้คนมาใช้ชีวิตร่วมกัน เมืองก็จะมีชีวิตชีวา และเป็นมิตรกับผู้คนมากยิ่งขึ้นไปในอนาคต” คุณจุฑาธรรมลงท้าย

_

Project credit – Central Park Bangkok (Retail)
Architect 1: OMA
Architect 2: PI Design
Interior Designer 1: LINEHOUSE
Interior Designer 2: Whitespace Partners
Interior Designer 3: PANORAMA DECOR
Interior Designer 4: Begray

centralparkbangkok.com
facebook.com/CentralParkBangkok