KSANA Dusit Central Park ต่อยอดภาษาดีไซน์แบบ surreal minimalist ผ่านแนวคิด ‘Escape From Chaos’ สู่พื้นที่แห่งความสงบกลางเมือง โดย JUTI architects
TEXT: NATHANICH CHAIDEE
PHOTO: PEERAPAT WIMOLRUNGKARAT
(For English, press here)
หากสองสาขาแรกของ KSANA ได้พาลูกค้าดำดิ่งเข้าสู่ห้วงเวลาของการดื่มชาผ่านดีไซน์ที่สร้างอารมณ์ร่วมในแบบ surreal minimalist อันเป็นเอกลักษณ์ คราวนี้ JUTI architects ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ KSANA ทั้งสองสาขาก่อนหน้าก็ได้กลับมาอีกครั้งกับ KSANA Dusit Central Park สาขาใหม่ที่ยังคงนำเสนอความรู้สึกสงบลึกซึ้งขึ้นอีกขั้นหนึ่งท่ามกลางความวุ่นวายกลางเมืองใหญ่ ในคอนเซ็ปต์ ‘Escape From Chaos’

เมื่อวิถีแห่งชาเขียว หรือชะโด เปรียบดังวิถีปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่หัวใจอยู่ที่การฝึกสติให้จดจ่อกับปัจจุบันขณะ ถูกนำมาปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ความหมายเหล่านี้จึงถูกส่งต่อผ่านทางแบรนด์ KSANA (กสณะ) แบรนด์มัตจะที่นำเข้าใบชามาจากเมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต ตั้งแต่ที่ชื่อแบรนด์ที่มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า ‘ห้วงเวลา’ และเป็นรากศัพท์เดียวกับคำว่า ‘ขณะ’ ในภาษาไทย จนถึงแก้วชาที่วางอยู่ตรงหน้าภายในร้านที่สาขาสาม ณ Dusit Central Park ที่ราวกับเป็น ‘ถ้ำใต้น้ำตก’ ที่หยิบเรื่องสายน้ำมาเล่าโดยสอดประสานไปกับบริบทของพื้นที่ร้านซึ่งอยู่ใต้น้ำตก 9 ชั้น เชื่อมต่อไปยังสวนลอยฟ้าของโครงการ


อารมณ์ของความเซอร์เรียลภายใต้บริบทใหม่ในร้านนี้สื่อสารด้วยสีของดินฉาบผิวคล้ายหินทะเลทรายสม่ำเสมอต่อเนื่องตั้งแต่พื้น ผนัง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นภายในราวกับเป็นพื้นที่ของโพรงถ้ำที่ทุกชิ้นส่วนมาจากก้อนหินก้อนเดียวกัน ในบางองค์ประกอบในเชิงฟังก์ชั่นอย่างโต๊ะสเตนเลส ใช้คุณสมบัติของพื้นผิวที่มี hairline ช่วยสะท้อนเส้นไฟให้โทนสีของบรรยากาศยังคงลื่นไหลวนเวียนภายในพื้นที่


อีกองค์ประกอบสำคัญของงานออกแบบจึงเป็นการกำหนดสภาวะหรือ scene ภายในพื้นที่แห่งนี้ ตั้งแต่ระดับของแสงที่โอบล้อมพื้นที่ไว้ สามารถปรับได้ตั้งแต่ระดับมืดที่สุดที่เห็นเพียงเงาน้ำสะท้อนบนผืนผนัง ไปจนถึงระดับแสงสว่างมากขึ้นที่เหมาะสมกับกิจกรรมพิเศษหรือเวิร์กชอป ร่วมกันกับการออกแบบทางสัญจรที่นำไปสู่พื้นที่ภายใน เริ่มต้นจาก façade โค้งด้านหน้าที่ตั้งใจบังสายตาเพื่อปรับความรู้สึกจากภายนอก เลี้ยวเข้าสู่ภายในพบกับเคาน์เตอร์ส่วนหน้า ก่อนเข้าสู่พื้นที่หลักต่อไป

เส้นทางเดินนำทางผู้ใช้งานเข้าสู่พื้นที่ห้องทรงไข่ซึ่งเป็นพื้นที่นั่งจิบชา ระดับแสงค่อยๆ มืดสลัวลง พร้อมเสียงที่ก้องกังวานขึ้นมอบมิติของหลืบถ้ำทั้งจากสัมผัสทางสายตาและเสียงสะท้อน ร่วมกันกับการจำลององค์ประกอบทางธรรมชาติอย่างบ่อน้ำและเสียงหยดน้ำจริงเป็นจังหวะเบาๆ สอดประสานไปกับเสียงดนตรี ambient นับเป็นการสร้างประสบการณ์บนพื้นที่ผ่านทางประสาทสัมผัสที่จงใจลดทอนการมองเห็นเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานพื้นที่โฟกัสกับมิติของสัมผัส เสียง และรสชาติของชาได้อย่างชัดเจนขึ้น


ส่วนการจัดวางที่นั่งเน้นให้เป็นแบบคู่หรือเดี่ยวเพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้งานที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันมาสู่พื้นที่แห่งความเงียบสงบ นำพาสมาธิให้กลับมาจดจ่ออยู่กับแก้วชาตรงหน้าอีกครั้ง เช่นเดียวกับคอนเซ็ปต์ของ KSANA ที่ไม่ว่างานดีไซน์ในแต่ละสาขาจะถูกตีความออกมาในรูปแบบใด แต่หัวใจของแบรนด์ยังคงสื่อสารอย่างซื่อตรงในการมอบ ‘ห้วงเวลา’ แห่งปัจจุบันขณะ แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียงชั่วแก้วชา แต่ก็มอบความหมายที่ลุ่มลึกให้แก่ความสงบภายในใจ




