M BUILDING

Archithas ปรับปรุง M Building จากตึกแถวเดิมสู่พื้นที่สำหรับการทำงานและอยู่อาศัย ภายใต้การออกแบบที่ให้โครงสร้าง พฤติกรรม และกิจกรรมของผู้ใช้งานเป็นตัวกำหนดพื้นที่

TEXT: XAROJ PHRAWONG
PHOTO: DOF SKY|GROUND

(For English, press here)

ตึกแถวเป็นสิ่งปลูกสร้างในอดีตที่เคยเฟื่องฟู จวบจนเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของเมืองใหญ่ ตึกแถวจึงไม่สามารถรองรับวิถีชีวิตร่วมสมัยได้ และค่อยๆ ล้มหายตายจากไปเอง การเปลี่ยนแปลงของตึกแถวคือทุบทิ้งเพื่อสร้างสถาปัตยกรรมที่รองรับวิถีชีวิตร่วมสมัย ทางต่อมาคือการปรับปรุงให้รองรับกิจกรรมใหม่ได้

ในย่านปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร พบตึกแถวเก่าอายุหลายสิบปี ร้างการใช้งานอยู่หลายปีหลังจากที่เจ้าของตึกตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยว แต่ด้วยทำเลที่มีศักยภาพดี จึงเริ่มมีการออกแบบปรับปรุงจากวิสัยทัศน์ร่วมของ พี่-น้อง เจ้าของตึก โดยมีหนึ่งในนั้นเป็นสถาปนิก โจทย์ในการออกแบบคือการปะทะกันของ 2 โปรแกรม คือ สำนักงานสถาปนิก Archithas ของพี่ชาย และสำนักงานของน้องชายที่เป็นโปรดักชั่นเฮาส์ ในนาม YouTube ช่อง Meenakom พร้อมกับส่วนพักอาศัยของทั้ง 2 คน

ในเงื่อนไขการออกแบบที่สำคัญคืองานนี้เป็นการออกแบบปรับปรุงอาคารเดิม โครงสร้างเดิมเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก การทำงานออกแบบโดยทั่วไปจะเริ่มที่การวางแปลน แต่สำหรับงานนี้ต้องคิดไปทั้งแปลนและรูปตัดไปพร้อมๆ กัน การทำงานของสถาปนิกจึงเริ่มคล้ายกับการต่อบล็อกแบบเกม Tetris ให้ทุกส่วนการใช้สอยลงตัวในระบบโครงสร้างเดิม

การจัดเรียงกิจกรรม เริ่มจากการคำนึงโครงสร้างเดิมกับการใช้สอย พื้นที่ชั้น 1 แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนสำนักงานสถาปนิกด้านหน้า และพื้นที่ส่วนกลางด้านหลังของอาคารที่ใช้ร่วมกัน สถาปนิกเลือกพื้นที่ด้านหน้าตึกแถวเดิมให้เป็นสำนักงานสถาปนิกเนื่องจากแต่เดิม พื้นที่ส่วนนี้เป็นพื้นที่ขายสินค้ามีชั้นลอย ซึ่งมันเหมาะสมกับการใช้เป็นสำนักงานสถาปนิกที่ต้องการห้องที่มีเพดานสูง พื้นที่ด้านหลังเป็นเคาน์เตอร์ลอย เพื่อถ่ายทำรายการทำอาหาร จุดที่น่าสนใจคือพื้นที่ร่วมกันของ 2 สำนักงานคือห้องประชุม ห้องนี้สามารถเข้าได้จากฝั่งสำนักงานสถาปนิก และฝั่งสำนักงานโปรดักชั่นเฮาส์ การออกแบบประตูที่ทำหน้าที่เชื่อมกันจึงเป็นประตู 2 ชั้นจากฝั่งสำนักงานสถาปนิก เพื่อป้องกันเสียงเมื่อมีการประชุม และหุ้มด้วยกระจกเงาสูง ทำให้พื้นที่ภายในดูลวงตาว่ากว้างขึ้น

โครงสร้างบันไดเป็นส่วนที่สถาปนิกไม่เข้าไปทำการเปลี่ยนตำแหน่ง พื้นที่ทุกชั้นถูกเชื่อมโยงด้วยบันไดกลาง จากชั้น 1 เส้นทางสัญจรแนวดิ่งพาไปยังห้องถ่ายทำที่ชั้นลอย ตกแต่งด้วยพื้นอิฐเปลือย สำหรับรายการที่มีการสัมภาษณ์แบบนั่งคุยกัน พื้นที่ทุกส่วนของสำนักงานโปรดักชั่นเฮาส์ออกแบบด้วยแนวคิดที่ให้ทุกพื้นที่สามารถกลายเป็นพื้นที่ถ่ายทำรายการได้เสมอ

พื้นที่ชั้น 2 เป็นห้องทำงานของทีมงานฝั่งสำนักงานโปรดักชั่นเฮาส์ มีทั้งส่วนตัดต่อพื้นที่ ประชุม ห้องทำงานส่วนตัว ความพิเศษของพื้นที่ส่วนนี้คือห้องน้ำที่อยู่ตรงกลาง เนื่องจากสถาปนิกเลือกที่จะไม่ย้ายตำแหน่งห้องน้ำเดิม แต่ก็ไม่อยากให้รู้สึกถึงการมีอยู่ของห้องน้ำกลางสำนักงาน การแก้ไขปัญหานี้คือการหุ้มกระจกเงารอบห้องน้ำ ทำให้การรับรู้เดิมเปลี่ยนไป

พื้นที่ชั้น 3 เป็นส่วนพักอาศัยของพี่ชาย และน้องชาย ห้องนอนน้องชายอยู่ทางทิศตะวันตก บรรยากาศถูกตกแต่งให้มีลักษณะหนาหนัก สะท้อนถึงตัวของเจ้าของต่อการใช้งาน ต่างจากห้องนอนพี่ชายทางทิศตะวันออก มีลักษณะโทนห้องที่สว่างกว่า ส่วนที่น่าสนใจคือเป็นจุดที่รับทิวทัศน์ของสะพานประราม 8 ได้ ให้การออกแบบเป็นผนังกระจกสูงพื้นจรดฝ้าเพื่อเปิดรับมุมมองที่ดีของที่ตั้ง โครงสร้างห้องน้ำชั้นนี้ถูกวางไว้ที่ตำแหน่งเดิม แต่มีการจัดผังใหม่ให้เป็นห้องน้ำ 2 ห้อง แยกกันไปตามตำแหน่งของเจ้าบ้านทั้งสอง เพื่อการรับแสงภายนอกเข้าห้องน้ำ วัสดุที่เลือกใช้หุ้มห้องน้ำคือบล็อกแก้ว ทำให้เปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมห้องน้ำในตึกแถวเดิมที่ดูอับ มีความเบามากขึ้น

ชั้นบนสุด มีการใช้สอยเป็นสตูดิโอถ่ายทำขนาดเล็กที่ต้องการจัดแสงแบบระบบปิด จนเมื่อมีการพักกองถ่าย สามารถมาใช้พื้นที่ดาดฟ้าทางทิศตะวันออกเป็นจุดพักผ่อน และเป็นจุดที่ทิวทัศน์ดีที่สุด สามารถมองเห็นสะพานพระราม 8 ในระดับที่เส้นสายตาเลยหลังคาอาคารโดยรอบไปแล้ว พื้นที่นี้สามารถรองรับงานเลี้ยงขนาดเล็กได้อย่างดี

เมื่อการห่อหุ้มคือการสื่อสาร สิ่งที่สถาปนิกต้องการสื่อถึงสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายอุตสาหกรรมแบบยุคสมัยใหม่ หากมองกิจกรรมภายในต้องการสื่อไปยังภายนอก ส่วนที่เป็นพื้นที่ทำงาน ส่วนรับแสงแดดทางทิศใต้และตะวันตกถูกหุ้มด้วยผนังกระจก เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยบรรยากาศในการทำงาน การอยู่อาศัย แต่แสงแดดในกรุงเทพมหานครไม่ได้มีความนุ่มนวล ทางแก้ปัญหาคือใช้ผนังสองชั้นที่เป็นแผ่นตะแกรงอลูมิเนียมเป็นผนังบังแดดชั้นภายนอก มันมีหน้าที่ทั้งกรองแสง ลดความร้อน พร้อมทั้งบังเครื่องปรับอากาศไปด้วย อีกทั้งยังมีการใช้อิฐเปลือย สื่อสารถึงสัจจะวัสดุ มันถูกกรุให้มีความต่อเนื่องจากภายในไหลไปยังภายนอกให้มีความกลมกลืน

เมื่อพิจารณาถึงงานนี้ มันมีความซับซ้อนของกิจกรรมที่ซ้อนทับกันไปตามเวลา การออกแบบงานนี้จึงต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้ใช้สอยเป็นอย่างดี ถึงจะทำการแก้ปัญหาในงานออกแบบได้ เมธัส ภัทรกำพล Architect & Director of Archithas จึงได้บอกเราถึงความสำคัญของพฤติกรรมมนุษย์กับการออกแบบ

“สถาปนิกจริงๆแล้ว เราไม่ได้ออกแบบตึก แต่เราออกแบบประสบการณ์ของคนที่ใช้ชีวิตในตึกมากกว่า ดังนั้นถ้าเราไม่เข้าใจรูปแบบชีวิตของเขา เราจะไม่สามารถสร้างสถาปัตยกรรมที่ตอบสนองสิ่งนั้นได้ มันจะเป็นแค่ตึกที่เป็นแค่กล่อง แต่ว่าข้างในไม่สัมพันธ์กับชีวิตเขาเลย”

facebook.com/profile.php?id=61554726903099