PATCHA CHAIMONGKOLSUB

Photo courtesy of Patcha Chaimongkolsub

พัชชา ชัยมงคลทรัพย์ หรือ ฟ้า iLaw เล่าบทบาทของศิลปะและกราฟิกดีไซน์ ในการทำให้ประเด็นการเมืองที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย และเข้าถึงผู้คนเป็นจำนวนมากผ่านผลงานของเธอ

TEXT: PIYAPONG BHUMICHITRA
IMAGE COURTESY OF ILAW EXCEPT AS NOTED

โพสต์ของ iLaw ที่เป็นข้อมูลบอกรหัสเขตเลือกตั้งที่ถูกต้องในวันเลือกตั้งล่วงหน้าถูกแชร์ไปมากกว่า 1 ล้านครั้ง ผ่านไป 2 วันมีคนเข้ามาอ่านมากกว่า 13 ล้านครั้ง นี่เป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับทั้งชาวเน็ต คนข่าว นักการเมือง นักการตลาด และแม้แต่คนที่ทำงานอยู่ iLaw

หลายสำนักข่าวและนักวิเคราะห์การเมืองไทยเห็นตรงกันว่ามันเกิดจากความโกรธ และความไม่ไว้ใจของผู้คนที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องกับองค์กรที่จัดการเลือกตั้งในประเทศนี้ เป็นความโกรธมวลชนที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า 1 ล้านแชร์ของโพสต์นี้ ทำให้ได้รู้ว่าชาวเน็ตไทยผู้สนใจการเมืองและติดตาม iLaw มีจำนวนมากกว่าที่เคยคิดไว้มาก

ความโกรธมวลชนที่มีปริมาณมหาศาลนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากกลยุทธ์ในการสื่อสารของ iLaw ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ ความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ การตั้งชื่อแคมเปญและ tagline การทำเรื่องยากให้เข้าใจง่ายด้วยภาษาและภาพ รวมทั้งการใช้ mascot ประจำแคมเปญเป็นตัวสื่อสาร ทั้งหมดที่ว่ามานี้เริ่มชัดเจนตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พวกเราล้วนโดนตกด้วยมีม ด้วยความน่ารัก ด้วย mascot และคาแร็กเตอร์น่าเอ็นดู ไม่โกรธเกรี้ยว ไม่ต้องเฟียส ชัดเจน ไม่ซับซ้อน แต่ดึงดูดของภาษาและงานกราฟิกของ iLaw กันทั้งนั้น

art4d ขอทำตัวเป็นนักฉวยโอกาสสักครั้ง เนื่องในปรากฏการณ์ล้านแชร์ของ iLaw เราขอพาทุกคนไปรู้จักนักออกแบบสื่อสารผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญของ iLaw คนนี้ผ่านบทสัมภาษณ์ พัชชา ชัยมงคลทรัพย์ หรือที่ใครๆ มักเรียกเธอว่า ฟ้า ไอลอว์ นักออกแบบกราฟิก นักวาดภาพประกอบและครีเอทีฟ คนสำคัญที่ผลงานของเธอตกพวกคุณจำนวนมหาศาลมาแล้วตั้งแต่ปี 2562

art4d: อยากให้ฟ้าช่วยแนะนำตัวให้คนอ่านรู้จักหน่อย

พัชชา ชัยมงคลทรัพย์ (ฟ้า): ชื่อ พัชชา ชัยมงคลทรัพย์ นะคะ ชื่อเล่นชื่อฟ้า เรียนจบจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรค่ะ

art4d: ชอบวาดรูปตั้งแต่ตอนไหน

ฟ้า: จริงๆ ชอบวาดรูปตั้งแต่จำความได้เลย ก็เลยวาดรูปมาตลอด ตั้งแต่ตอนเด็กก็เลยรู้ตัวว่าจะเรียนอะไรก็ได้ที่ได้วาดรูป ทำงานอะไรก็ได้ที่ได้วาดรูป ไม่เคยลังเลเป็นอย่างอื่นเลย

art4d: มาเป็นนักออกแบบสื่อสาร นักวาดภาพประกอบ กราฟิกดีไซเนอร์ อย่างที่เป็นทุกวันนี้ได้ยังไง

ฟ้า: ตั้งแต่เด็กฟ้าเป็นเด็กขี้อายพูดน้อย เพื่อนน้อยด้วย แล้วด้วยความที่ชอบวาดรูปตั้งแต่เด็กๆ ฟ้าเคยวาดการ์ตูนให้เพื่อนอ่านแล้วเพื่อนมีความสุข เพื่อนชอบ เพื่อนคุยด้วย เลยทำให้รู้ว่าการวาดรูปทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า พอโตมาก็ได้เจอกับเพื่อนเก่งๆ รอบตัวเยอะ (บางช่วงยังแอบรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งเลย) ก็เลยทำให้ได้ฝึกฝน วาดรูปเยอะขึ้นด้วย

Photo courtesy of Patcha Chaimongkolsub

art4d: ฝึกวาดรูปให้เก่งนี่คือ ฝึก drawing ภาพเหมือนหรือฝึกวาดอะไร

ฟ้า: วาดการ์ตูน 5555 จริงๆ ก็คือการ์ตูนแบบโอตาคุ การ์ตูนญี่ปุ่นนั่นแหละ ฟ้าวาดมาตั้งแต่สมัยมัธยม

art4d: แล้วตอนเรียนมหาวิทยาลัยไม่เครียดแย่เลยเหรอ เพื่อนที่ DEC น่าจะสกิลสูง

ฟ้า: จริงๆ ฟ้ารู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งมาตลอด ตอนเรียนที่ศิลปากรก็คิดแบบนั้น อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ชอบกดดันตัวเองเยอะ

พอมาช่วงมหาลัยเครียดก็อยากทำงานให้ดี แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเทสอาจารย์ซะเยอะด้วย บางงานเราชอบแต่อาจารย์ให้เกรดน้อย เรายังเคยมีโทรไปขอความเป็นธรรมบ้าง แต่บางงานที่เกรดดีแต่เราไม่ชอบเองก็มีด้วย

art4d: ตอนเรียนชอบทำภาพประกอบหรือทำกราฟิก

ฟ้า: ตอนเรียนศิลปากรทำภาพประกอบเป็นหลัก ตอนนี้ก็ยังชอบทำภาพประกอบมากกว่ากราฟิกนะ

art4d: ฟ้าเริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่

ฟ้า: ฟ้าเติบโตมาในยุคการเมืองเหลืองแดง จนถึง กปปส. ตอนนั้นยังไม่เข้าใจการเมืองดี รู้แค่ว่าพ่อชอบการเมืองฝั่งเสื้อเหลือง แต่เราไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมคนที่ชนะเลือกตั้งถึงอยู่ไม่ได้นาน ทำไมต้องไปปิดคูหาเลือกตั้ง

ในช่วงที่ฟ้าสนใจเรื่องการเมืองมันน่าจะเริ่มจากช่วงรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา ตอนนั้นมันรัฐประหารกันเป็นเรื่องปกติ กลายเป็นเรื่องชินชาในสังคมไทยซะอย่างนั้น ประกอบกับในช่วงมหาลัยเรามีเพื่อนที่ทำกลุ่มแอนตี้โซตัสเล็กๆ ในคณะที่ชวนกันทำนิทรรศการวิพากษ์วิจารณ์การศึกษาไทย หลังจากนั้นมีโอกาสได้ดูสารคดีเรื่อง Democracy after death ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ได้ข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนเรื่องคนเสื้อแดง

หลังจากนั้นก็เจอกับประชามติปี 2559 (การทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560) ตอนนั้นฟ้าทำงานกราฟิกอยู่ที่บริษัทเอกชน เราก็เริ่มชวนคนใกล้ตัวไป Vote No แต่เอาเข้าจริงก็ไม่สามารถโน้มน้าวใครได้เพราะข้อมูลกับความรู้ของตัวเองมีน้อยเกินไป สำหรับฟ้า ผลประชามติที่แพ้ตอนนั้นเป็นวันที่สิ้นหวังที่สุดต่อการเมืองไทย และก็เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราติดตามการเมืองอย่างจริงจังมากขึ้น

art4d: จริงจังถึงขนาดมาทำงานกับ iLaw เลย? ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยทำไมถึงตัดสินใจไปสมัครงานที่ iLaw

ฟ้า: ช่วงปี 2560-2562 ตอนนั้นฟ้าเริ่มสนใจการเมืองมากๆ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เริ่มมีคนออกมาทำม็อบเล็กๆ ทั้งกลุ่มนักศึกษาหน้าหอศิลป์ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง มี RAP AGAINST DICTATORSHIP ตอนนั้นยังทำงานประจำเป็นนักออกแบบกราฟิก in-house อยู่ และเบื่อกับชีวิตที่ทำงานไปวันๆ เอาเวลาชีวิตไปทิ้งทุกวันเพื่อทำกำไรให้เจ้าของบริษัท ก็เลยเริ่มมองหางานด้านการเมืองหรืองานสื่อ แล้วตอนนั้น iLaw เปิดรับสมัครตำแหน่งกราฟิกพอดีจึงสมัครไป ตอนที่ไปสัมภาษณ์ช่วงนั้น iLaw กำลังเปิดเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ‘ปลดอาวุธคสช.’ ยกเลิกประกาศคำสั่งที่ออกโดยคณะรัฐประหาร ฟ้าเลยพกเอกสารเข้าชื่อของตัวเองไปส่งด้วยเลย 555

art4d: จากพนักงานกราฟิก in house บริษัทเอกชนเปลี่ยนไปเป็นทำงานกราฟิกให้ iLaw เลย ปรับตัวยากมั้ย

ฟ้า: ช่วงแรกที่เข้ามาทำงานจริงๆ ก็ปรับตัวเยอะ เพราะเวลาประชุมงานก็จะเป็นทีมเนื้อหาที่คุยกันเรื่องยากๆ เราก็ต้องค่อยๆ ตามข้อมูลเนื้อหาตรงนั้นให้ทัน

art4d: งานแรกที่ทำให้ iLaw คืองานอะไร

ฟ้า: งานแรกจำไม่ได้แล้วเหมือนกัน เพราะฟ้าเข้าไปตอนกุมภา 2562 ก่อนเลือกตั้ง 2562 เดือนนึง เลยได้ทำงานเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และงานตอบโต้ คสช. และพรรคพลังประชารัฐที่เป็นพรรคสืบทอดอำนาจของ คสช.

art4d: ตอนนี้ฟ้ามีฟังก์ชันอะไรใน iLaw บ้าง

ฟ้า: ปัจจุบันฟ้ารับผิดชอบงาน visual ทั้งหมดและดูภาพรวมงาน ปีนี้ (พ.ศ. 2569) ก็ทำงานมาเข้าปีที่ 7 แล้ว

art4d: กระบวนการทำงานของ iLaw เป็นยังไง แล้วกระบวนการทำงานของฟ้าในการคิดแต่ละแคมเปญทำอะไรยังไงบ้าง

ฟ้า: กระบวนการทำงานของ iLaw จะทำงานวางแผนในการทำงานร่วมกันเพื่อเคาะเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสาร จากนั้นก็ระดมว่ามีอะไรต้องทำบ้างแล้วก็หาคนรับผิดชอบ ในส่วนของฟ้าที่ดูแลเรื่องแคมเปญ ฟ้าจะเริ่มจากการคิด tagline ที่ใช้ก่อนเพราะมันจะนำไปสู่การออกแบบ element ต่างๆ ในแคมเปญทั้งหมด พอได้ tagline แล้ว ส่วนอื่นมันเป็นฟังก์ชันที่เราจะหยิบใช้ เช่น จะมี mascot ไหม มีหนังสือ แผ่นพับ หรือสติกเกอร์อะไรบ้าง เกือบ 100% เป็นการตัดสินใจร่วมกันทั้งองค์กรไม่ได้มีการแบ่งฝ่ายเพราะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 14 คน เราก็จะคุยพร้อมกันเลยถ้ามีเรื่องต้องตัดสินใจว่าจะทำอะไร แล้วก็รับผิดชอบร่วมกัน

art4d: แต่ละแคมเปญเวลาคิด ต้องคิดต่างกันยังไง ยกตัวอย่างสักแคมเปญ

ฟ้า: ทุกแคมเปญมีความสนุกความซับซ้อนในการออกแบบไม่เหมือนกันเลย แต่ละอันก็มีเป้าหมายต่างกัน เช่น vote62.com เป้าหมายคือ 90,000 หน่วยเลือกตั้ง มีขั้นตอนสิ่งที่ต้องสื่อสารเยอะ ส่วน #8กุมภากาเห็นชอบ นี่ไม่ยาก ไม่ซับซ้อนมี call to action อันเดียวคือให้คนไปกาเห็นชอบ แต่เป้าหมายคือ 20 ล้านเสียง

จำนวนที่ต่างกันหมายถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน งานรณรงค์ทางการเมืองไม่เหมือนงานลูกค้า งานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะระบุเป็นเพศ อายุ วัย ส่วนงานรณรงค์นั้นกลุ่มเป้าหมายจะเป็นเรื่องอุดมการณ์ความคิดมากกว่า

art4d: ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในแคมเปญแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน?

ฟ้า: ในตอน vote62 เราต้องสื่อสารกับ Active Citizen ในตอนนั้นที่มีจำนวนไม่มาก แต่อยากทำอะไรซักอย่างกับบ้านเมืองนี้ เราเลยอยากสร้างความรู้สึกให้คนอยากเป็นอาสาสมัคร เป็นผู้ปกป้องคะแนนเสียง ในขณะที่แคมเปญประชามติต้องคุยกับคนที่ห่างออกไปมากขึ้น จำนวนเยอะมากขึ้นหลายเท่า ทำให้ต้องมีมี call to action ที่เรียบง่ายเข้าใจง่าย

art4d: ในภาษาภาพและกราฟิกที่ไม่ต่างกัน?

ฟ้า: ทุกงานจะมีจุดร่วมกันคือการพยายามออกแบบให้ภาพที่ออกมาในทุกแคมเปญเป็นมิตร น่ารัก เพื่อให้คนไม่ตั้งการ์ด ซึ่ง mascot หรือคาแร็กเตอร์ก็เป็นหนึ่งในการทำหน้าที่นั้น มันทำให้เกิดตัวตนที่ไม่ใช่แค่เป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นตัวกลางที่ทำให้แคมเปญมีชีวิตแล้วสามารถเข้าไปนั่งในใจคนได้

art4d: mascot หรือ character ในแต่ละแคมเปญใช้เวลาคิดและออกแบบนานมั้ย?

ฟ้า: ใช้เวลาคิดนานประมาณนึง เพราะต้องใช้ยาวทั้งแคมเปญ แต่ละตัวก็ใช้ประมาณอาทิตย์นึง

art4d: ตัวไหนใช้เวลามากสุด คิดและใช้เวลามากสุด?

ฟ้า: ใช้เวลาแต่ละตัวพอๆ กันเลยเพราะส่วนใหญ่มีเวลามาก ตัวที่ใช้เวลานานสุดคือตัวดาวที่ใช้กับแคมเปญรัฐธรรมนูญ เพราะฟ้าใช้มาตั้งแต่ปี 63 ตอนนี้ก็ยังเอามา re-design ใช้ใหม่อยู่

art4d: แล้วตัวที่ฟ้าชอบที่สุดคือตัวไหน เพราะอะไร แล้วตัวที่ทีม iLaw ชอบกันมากสุดคือตัวไหน?

ฟ้า: ตัวที่ชอบสุดก็เป็นตัวจับตาเลือกตั้งเพราะมีสามตัวใช้งานแล้วสนุกใช้ง่าย หลากหลายเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ส่วนทีม iLaw ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชอบตัวไหน 555

art4d: กังวลบ้างมั้ยว่างานที่ฟ้าทำจะกลืน iLaw กลัวบ้างรึเปล่าว่าต่อไปจะทำให้ iLaw ก้าวไม่ข้ามสไตล์การออกแบบของฟ้า

ฟ้า: เรื่องสไตล์งาน ฟ้าไม่กังวลเลยว่าจะกลืนความเป็น iLaw เพราะทุกภาพที่ออกมาเบื้องหลังของมันคือวิธีคิดและ message ที่แข็งแรงมากๆ เป็นกลยุทธ์ทางการสื่อสารที่ออกแบบมาพร้อมกันกับทีมเนื้อหา ซึ่ง iLaw มีทีมเนื้อหาที่เก่งมากๆ เอาเข้าจริง ‘สไตล์’ เป็นแค่เสื้อผ้าที่ใส่ให้กับเนื้อหา ต่อให้เสื้อผ้าดีแต่แก่นของการสื่อสารไม่แข็งแรง งานออกแบบก็จะไปไกลไม่ได้เลย ส่วนตัวฟ้าเชื่อว่านักออกแบบกราฟิกคนไหนมาทำงานนี้ก็ได้ เพียงแต่ต้องเป็นคนที่ทำงานร่วมกันคนอื่นในแบบที่เข้าใจความสำคัญเท่ากัน ได้ข้อมูลเท่ากัน มีอำนาจตัดสินใจเท่ากันและตัดสินใจร่วมกัน พร้อมลุยกับงานที่ด่วน ทันกระแส จับอารมณ์คนให้ทัน

อีกอย่าง พอเราได้ไปเจอคนที่ต้องเอางานไปใช้ต่อได้จริงๆ ทั้งเครือข่าย นักกิจกรรม ชาวบ้าน เราก็จะรู้ว่าเขาต้องการอะไร เราก็เอามาปรับว่าตรงไหนที่ยังขาด ตรงไหนที่ต้องทำเพิ่ม

art4d: สไตล์ที่เห็นทุกวันนี้ของ iLaw คือสไตล์การวาดที่มาจากฟ้าเป็นคนเริ่ม?

ฟ้า: จริงๆ ก่อนหน้าฟ้า iLaw ก็มีกราฟิกอีกคนคือ Stumooh (ช่วงปี 2560)​ ซึ่งก็เป็นคนที่วางมาตรฐานไว้สูง วาดรูปเก่งมาก สไตล์เข้าถึงง่ายกว่างานของฟ้าเยอะ ฟ้าก็เดินตามรอยเขามาเหมือนกัน

art4d: แล้วฟ้ามองว่า ศิลปะและงานออกแบบเป็นเครื่องมือแบบไหนในการสื่อสารประเด็น มันทำให้เข้าใจง่าย? ทำให้แมส? ทำให้ชัดเจน? หรือทำให้มีบุคลิกเฉพาะตัว?

ฟ้า: ถ้าเรื่องความแมส กราฟิกก็ง่ายก็ช่วยได้ระดับนึง แต่หลักการของ iLaw เองก็ไม่ใช่การทำให้ง่าย แต่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารสิ่งสำคัญที่ต้องรู้อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นงานของ iLaw ส่วนใหญ่ไม่ง่ายเท่าไร ส่วนใหญ่ซับซ้อน การทำงานกราฟิกของควบคู่กับเนื้อหาที่มันยากเลยไม่ใช่แค่จัดวางหรือใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปเท่านั้น แต่คนทำกราฟิกเองก็ต้องเข้าใจเนื้อหา รู้ว่าอะไรควรเน้น อะไรควรตัดออก ถ้าทำตามบรีฟอย่างเดียวเนื้อหาที่ออกไปมันจะไม่ส่งเสริมกันเท่าที่ควร

art4d: คิดยังไงกับการที่งานถูกลอกเลียนแบบ เช่น กรณีเพจเฟซบุ๊ก สว.โพสต์เกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ดูแล้วเหมือนเอามาจากแคมเปญนิรโทษกรรมประชาชน ในฐานะที่เป็นคนออกแบบ เราจะทำอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้ได้บ้าง

ฟ้า: สำหรับเคส พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฟ้าไม่ได้โกรธเรื่องลอกเลียนเลย เพราะไม่เห็นด้วยกับเรื่องการมีลิขสิทธิสำหรับงานศิลปะเพื่อสังคมเพื่องานรณรงค์อยู่แล้ว ศิลปะสำหรับงานเคลื่อนไหวควรรับใช้ประชาชนไม่ใช่สมบัติของศิลปิน หรือองค์กรไหนองค์กรหนึ่ง

ที่ไม่พอใจมากกว่าคือการพยายามฟอกขาวของคนเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง ที่จะรวมเอาแต่พวกตัวเอง แต่ไม่รวมคดี 112 แล้วกล้าตั้งชื่อว่า พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กล้าใช้โบว์ขาว อันนี้คิดว่าหน้าไม่อาย ฟ้าในฐานะคนออกแบบก็ด่าไปแล้วประเด็นนี้

art4d: แคมเปญที่ทำเคยได้รับรางวัลทางด้านการออกแบบรางวัลไหนมาบ้าง

ฟ้า: ฟ้าเคยได้รับรางวัล MARK WINNER จาก Golden Pin Design Award ปี 2566 จากประเทศไต้หวัน ซึ่งก็เป็นผลงานจากแคมเปญ Vote62: Protect our vote

art4d: คิดยังไงกับรางวัลที่ได้ มีผลกับชีวิตการเป็นนักออกแบบมั้ย

ฟ้า: เคยลองส่งไปงานเดียวเอง เป็นเวทีของต่างประเทศด้วย ไม่รู้ว่าถ้าลองส่งงานที่เกี่ยวกับการเมืองในเวทีรางวัลออกแบบประเทศไทยเขาจะรับไหม อยากลองดูเหมือนกัน 555

art4d: นอกจากการเป็นนักออกแบบฟูลไทม์ที่ iLaw ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง มีงานส่วนตัวที่อยากแนะนำไหม บทบาทในฐานะแคมเปญเนอร์กับนักวาด มีความแตกต่างกันแค่ไหน

ฟ้า: งานส่วนตัวฟ้าค่อนข้างไม่มีเวลาทำเลยเนื่องจากงานหลักค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว แต่ก็มีรับงานออกแบบและภาพประกอบอยู่เรื่อยๆ เพราะทำงาน NGO เงินเดือนก็ไม่ได้สูงนัก ต้องหารายได้เสริมเรื่อยๆ งานวาดส่วนตัวก็ยังแตะๆ การเมืองตลอดเพราะเป็นเรื่องที่เราสนใจ

art4d: คิดว่าตัวเองเป็นศิลปินหรือเปล่า

ฟ้า: ถ้าคนอื่นมองว่างานออกแบบแคมเปญเป็นศิลปะ งั้นเราก็น่าจะเป็นศิลปินแหละ

art4d: ฟ้าในฐานะนักวาดคนหนึ่ง ไม่ใช่ในหมวกองค์กรหรือว่าการทำงาน commission อยากวาดไปเพื่ออะไร

ฟ้า: การวาดรูปส่วนตัวมันคือการผ่อนคลาย การบำบัด เราวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก วาดรูปเป็นชีวิต แต่บังเอิญว่ามันดันเป็นของที่มีประโยชน์ ทั้งต่อตัวเองและคนอื่นเลย บางทีก็หาเงินกินข้าวได้ด้วย แต่ถ้าสำหรับตัวเองเราวาดไปเพื่อมีชีวิตอย่างสนุกสนานในพื้นที่เล็กๆ ที่เราเป็นเจ้าของ เรามีอิสรภาพในการคิดและวาดอะไรก็ได้

art4d: มีอะไรที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้ยังคงเป็นฟ้าทุกวันนี้ได้ครับ

ฟ้า: สิ่งที่ยังทำให้เป็นแบบทุกวันนี้คือเรายังได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ทำอะไรก็ได้ที่ตอบตัวเองได้ว่าตัวฉันมีประโยชน์

art4d: อีก 5 ปีข้างหน้า ภาพที่อยากตื่นมาเห็นมากที่สุดคืออะไร

ฟ้า: อีก 5 ปีข้างหน้าอยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ อยากให้ระบบการเมืองดี ไม่ต้องมีองค์กร NGO ไม่ต้องมีนักกิจกรรม ทุกคนตื่นมาจะได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากใช้เสียที

Photo courtesy of Patcha Chaimongkolsub

facebook.com/phar026
instagram.com/phar026