ACA Architects ผสานสไตล์การออกแบบฟิวเจอร์ริสติกกับศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างลงตัว ผ่านบ้านมินิมอลอย่าง KR Residence
TEXT: PHARIN OPASSEREPADUNG
PHOTO: WATHAN STUDIO
(For English, press here)
Featured Product
หากมองผิวเผิน KR Residence อาจดูเหมือนบ้านมินิมอลทรงสี่เหลี่ยมสีขาวเรียบกริบ สูงสองชั้น วางเส้นไฟพาดตามขอบอาคารอย่างเฉียบจนแอบชวนให้นึกถึงภาพยนตร์ไซไฟสักเรื่อง เป็นอาคารมินิมอลที่แฝงความฟิวเจอร์ริสติกอย่างเนียนตา แต่เมื่อมองลึกลงไปกว่านั้น ทุกมุม ทุกองศา ไปจนถึงการวางตัวบ้านทั้งหลังแอบซ่อน ‘ศาสตร์ฮวงจุ้ย’ ที่เจ้าของบ้านให้ความสำคัญ เกิดเป็นผลงานการออกแบบจาก ACA Architects ที่ทั้งร่วมสมัยและเคารพความเชื่อดั้งเดิมอย่างงดงาม


ตัวบ้านภายนอกถูกออกแบบให้มีความปิดทึบ สูง สร้าง sense of privacy ตามที่เจ้าของบ้านต้องการ ผนังทึบสีขาวตัดด้วยเส้นไฟสีทองที่ค่อยๆ ลูบไล้แนวอาคาร ช่วยให้บ้านดูเฉียบ มีมิติ และไม่นิ่งจนเกินไป แทรกพรรณไม้สีเขียวให้เราได้เห็น แต่ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายในกลับกลายเป็นพื้นที่โปร่งเบา เพราะทั้งสี่ด้านของอาคารออกแบบให้เปิดรับแสงธรรมชาติ ผ่านผนังกระจกที่สามารถมองทะลุไปเห็นคอร์ทกลางบ้านได้ทุกมุม ช่วยให้บ้านที่ดูเรียบและมินิมอลหลังนี้มีชีวิตชีวา เหมาะแก่การเป็นพื้นที่พักผ่อนในทุกๆ วันมากขึ้น

หัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้ เริ่มต้นจาก ‘ตารางเก้าช่อง’ ที่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นคู่รักชาวฮ่องกง–ไต้หวัน ส่งให้ทีมสถาปนิก โดยในตารางนั้นระบุชัดเจนว่าพื้นที่แต่ละช่องควรถูกใช้ทำอะไร เช่น มุมนั่งเล่นฝั่งขวาล่าง ห้องครัวและพื้นที่รับประทานอาหารด้านบนซ้าย มุมโชคลาภฝั่งซ้ายบน พื้นที่บริการด้านซ้ายสุด และช่องซ้ายล่างที่กำหนดให้เป็นโฮมออฟฟิศ รวมถึงเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนประตู และเน้นย้ำว่าต้องมีคอร์ทกลางบ้าน

พอขยับมาดูแปลนจริง ฝั่งที่บ้านจะได้วิวดีที่สุดคือมุมขวาบน แต่ซินแสกลับระบุให้วางตัวบ้านไปทางซ้าย สถาปนิกจึงพลิกความท้าทายนี้ให้เป็นงานดีไซน์เฉพาะตัว ด้วยการออกแบบโครงสร้างชั้นสอง ซึ่งตรงกับส่วนห้องนอนหลักของบ้านให้ยื่นลอยออกไปกว่า 7 เมตร คลุมพื้นที่ทางเข้ารถด้านล่าง และยืดตัวไปยังทิศที่รับวิวทะเลสาบได้เต็มตา เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ตอบทั้งโจทย์ของซินแส และเสริมความสะดวกสบายให้กับการอยู่อาศัยของเจ้าของบ้านมากขึ้น

อีกหนึ่งโจทย์ท้าทายคือ เส้นทางเดินจากโรงรถที่เข้ามาคนละด้านกับประตูบ้านหลัก สถาปนิกจึงใช้เส้นสายของไฟ ในลักษณะแบบเดียวกับที่คาดรอบอาคารมาเฉียงเล่นระดับบริเวณประตูทางเข้า และตีความเป็นตัวอักษร ‘KR’ ซึ่งเป็นอักษรย่อรวมชื่อเจ้าของบ้านทั้งสอง สร้างเป็น signature เล็กๆ ที่ให้ได้ทั้งการใช้งานจริง และความสวยงามไปพร้อมๆ กัน

โดยหนึ่งในเงื่อนไขที่ซินแสเน้นว่าจำเป็นต้องมีสำหรับบ้านหลังนี้ คือคอร์ทกลางบ้าน สำคัญคือห้ามมีต้นไม้สูงหรือไม้ใหญ่ ให้มีเพียงสนามหญ้าเรียบๆ เท่านั้น คอร์ทนี้ช่วยจัดแสงธรรมชาติให้ไหลเข้ามาจากทุกทิศทางทำให้บ้านสว่างตลอดทั้งวันแทบไม่ต้องเปิดไฟ และช่วยเชื่อมพื้นที่ทุกสเปซเข้าด้วยกันอย่างเบาสบาย ทำให้ทุกฝั่งของบ้านสามารถมองเห็นกันได้โดยตลอด เสมือนว่าอยู่ในพื้นที่เดียวกันทั้งด้านนอกและด้านในอาคาร การออกแบบอ้างอิงตามตารางเก้าช่องพร้อมด้วยคอร์ทกลางบ้านนั้น ยังส่งผลให้เงาจากตัวอาคารบังแดดในช่วงบ่ายๆ ของวันได้อย่างพอดี ทำให้การใช้ชีวิตในบ้านจึงเย็นสบายโดยแทบไม่ต้องพึ่งม่าน


บ้านหลังนี้มีด้วยกันทั้งหมด 2 ชั้น เชื่อมต่อกันด้วยบันได 2 ชุด ทำหน้าที่ต่างกันแต่ส่งเสริมกันอย่างลงตัว บันไดวนใต้ช่องสกายไลต์ตั้งอยู่ในบริเวณกลางบ้าน ดึงดูดสายตาเมื่อเดินเข้าไปด้านใน พร้อมทำหน้าที่เป็นประติมากรรมที่เชื่อมชั้นต่างๆ ของบ้านเข้าหากัน ในขณะที่บันไดฟังก์ชันอีกตัวฝั่งตรงข้ามคอร์ทช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันคล่องตัวมากกว่า นอกจากนี้ ส่วนพื้นที่ double space บริเวณห้องกินข้าวทำให้บ้านหายใจโล่งขึ้น เปิดมุมมองเฉียงออกไปยังทะเลสาบ

นอกจากเรื่องของฮวงจุ้ยแล้วนั้น การออกแบบบ้านต้องสะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้าน ทั้งนิสัย ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน KR Residence ก็เช่นกัน ฟากเจ้าของบ้านผู้ชายหลงใหลเทคโนโลยี Home Automation และงานแสง จนภาพรวมของอาคารออกมาในโทน futuristic แบบสุขุม เรียบ คม แต่มีเส้นไฟช่วยเสริมให้พื้นที่อาศัยแห่งนี้มีความเฉี่ยวคมมากขึ้น

ทางด้านเจ้าของบ้านผู้หญิงขอเติมความอบอุ่นให้บ้านดูเป็นพื้นที่พักผ่อนมากขึ้น ด้วยการเพิ่มสีสัน Warm light ผ่านวัสดุอลูมิเนียมสีทอง เส้นไม้สีน้ำตาล และผนังลายหินที่แทรกไฟสีอบอุ่น รวมถึงการเลือกต้นไม้ทรอปิคัลที่ช่วยปรับอารมณ์บ้านให้ผ่อนคลายขึ้น อย่างไรก็ตาม โทนรวมของบ้านยังคงขาว สะอาด ตัดดำ ก่อนจะค่อยๆ แต้มด้วยสีเบจและน้ำตาลอ่อนให้ดูละมุน โปร่ง และไม่แข็งเกินไป เมื่อแต่งแต้มสีเขียวลงไปในพรรณไม้สีเขียวบริเวณด้านนอกของบ้าน และสนามหญ้ากลางบ้านยิ่งทำให้บ้านหลังนี้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและการเติบโตของเด็กๆ ในครอบครัวมากขึ้น

ท้ายที่สุด KR Residence คือภาพสะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านทั้งสอง ทั้งความเรียบง่าย ผสมกับความชอบเกี่ยวกับไซไฟและเทคโนโลยี รวมเข้ากับความเชื่อด้านฮวงจุ้ย เกิดมาเป็นดีไซน์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวในทุกๆ องค์ประกอบของบ้าน ตั้งแต่ผนัง ไปจนถึงเส้นไฟบนตัวอาคารที่ออกแบบด้วยความเคารพ พื้นที่ด้านในที่ตอบโจทย์ทั้งฮวงจุ้ยและฟังก์ชันการใช้งาน










