สำรวจแนวคิดสถาปัตยกรรมภายในเคลื่อนที่ได้ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตู้โดยสารรถไฟ โดยทีมออกแบบชาวไต้หวัน ใน ‘Moving Architecture’
TEXT: HSIEN TZU WANG
PHOTO CREDIT AS NOTED
(For English, press here)
เราสามารถมองว่า ‘ตู้โดยสารรถไฟ’ เป็นสถาปัตยกรรมภายในประเภทหนึ่งได้หรือไม่
ในอดีต การพูดถึงประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรมมักจะวนเวียนอยู่กับการ ‘ไปถึงที่หมาย’ ไม่ว่าสถานที่นั้นจะอยู่ที่เมืองใดเมืองหนึ่ง เป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียง หรือทัศนียภาพทางธรรมชาติอย่างภูเขาและทะเล อย่างไรก็ตาม ในประสบการณ์การท่องเที่ยว แท้จริงแล้ว เราได้ใช้เวลาไปกับช่วง ‘ระหว่างการเดินทาง’ ไปไม่น้อย
พื้นที่ในยานพาหนะที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว มีขนาดที่ตายตัวและข้อจำกัดทางโครงสร้าง จะสามารถสร้างประสบการณ์เชิงพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนกับการเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมทั่วไปได้หรือไม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันได้ตอบคำถามชวนคิดนี้ผ่านโปรเจคต์การปรับโฉมขบวนรถไฟทั้งสองโปรเจคต์อย่าง ‘The Future’ (鳴日號) และ ‘Formosensis’ (福森號) ซึ่งนำทีมโดยสองสตูดิโอสถาปัตยกรรมจากไต้หวันทั้ง JC. Architecture & Design และ hLc architect
โครงการเหล่านี้ได้ขยายขอบเขตความหมายของรถไฟ จากการเป็นเพียงแค่ ‘ยานพาหนะ’ ให้กลายเป็น ‘สถาปัตยกรรมภายในที่เคลื่อนที่ได้’ ภายใต้ข้อจำกัดของตู้โดยสาร ทีมออกแบบได้เลือกใช้วัสดุที่แปลกใหม่ ควบคู่ไปกับการออกแบบแสงสว่าง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสาร ให้สามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามนอกหน้าต่าง ทำให้ตู้โดยสารรถไฟ ไม่เป็นเพียงแค่ที่เคลื่อนย้ายผู้โดยสารเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ควรค่าแก่การใช้เวลาพักผ่อนด้วยเช่นกัน

Formosensis | Photo courtesy of Golden Pin Design Award
รถไฟเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงความทรงจำร่วมด้านการเดินทางและความภาคภูมิใจของชาวไต้หวัน จากกรณีศึกษาทั้งสองนี้ นอกจากจะช่วยนิยามคุณค่าใหม่ให้กับการขนส่งทางรถไฟของไต้หวันแล้ว ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล จากการคว้ารางวัล Best Design บนเวที Golden Pin Design Award ของไต้หวัน และรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น
นี่คือเครื่องพิสูจน์ถึงการนำงานออกแบบระดับโลกมาปรับใช้ในพื้นที่สาธารณะได้อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถพัฒนาไปสู่การสร้างอัตลักษณ์ด้านความงามในระบบขนส่งมวลชนของไต้หวันที่ชัดเจนกว่าเดิม
เมื่อทั้งขบวนรถไฟ ได้กลายเป็นประสบการณ์พื้นที่แบบองค์รวม
ในอดีตที่ผ่านมา รถไฟไต้หวันมักให้ความสำคัญกับการใช้งานและประสิทธิภาพเป็นหลัก ทำให้ขาดทิศทางด้านความงามที่ชัดเจนและขาดการคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้โดยสาร ด้วยเหตุนี้ การรถไฟไต้หวัน (Taiwan Railways Administration) จึงได้ชวนทีมออกแบบ จาก JC. Architecture & Design (柏成設計) มาร่วมตีความใหม่ภายใต้ข้อจำกัดทางโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ให้กับรถไฟ Chu-Kuang Express (莒光號) ซึ่งเป็นรถไฟที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 70 ปี โครงการออกแบบรถไฟไต้หวันใหม่ให้กลายเป็นรถไฟท่องเที่ยว ‘The Future’ (鳴日號) นี้ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการปฏิรูปแนวคิดและระบบของการรถไฟไต้หวันทั่วประเทศ
ในฐานะรถไฟท่องเที่ยวรอบเกาะ ‘The Future’ ยังคงใช้โทนสีหลักของรถไฟ Chu-Kuang เดิม นั่นคือ สีดำและสีส้ม แต่ได้นำมาถ่ายทอดใหม่ผ่านแนวคิด ‘สายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วง’ ทำให้แม้ในขณะที่รถไฟกำลังเคลื่อนที่ ขบวนรถเองก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทัศนียภาพเมืองและชุมชนที่แล่นผ่าน

The Future | Photo courtesy of Lion Travel

The Future | Photo courtesy of Kuomin Lee, JC. Architecture & Design
สำหรับรถไฟ ‘Formosensis’ (福森號) นั้น ให้บริการบนเส้นทางรถไฟสายป่าไม้ระหว่างเจียอี้ (Chaiyi) ถึง อาหลี่ซาน (Alishan) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกของไต้หวัน โดยเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอีกครั้งหลังจากที่ต้องหยุดชะงักไปนานหลายปี รถไฟขบวนนี้ได้รับการออกแบบภายใต้ความร่วมมือของทีม hLc architect และ Yu Xiang Machinery ซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การใช้ ‘ไม้ไซปรัส’ มาเป็นแกนหลักในการออกแบบ
ทีมออกแบบเลือกใช้ไม้ไซปรัสมาเป็นวัสดุหลักในการสร้างตัวรถและตู้โดยสารทั้งหมด ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการทนทานต่อการกัดกร่อนและแมลง อีกทั้งยังมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมป่าไม้ของอาหลี่ซานมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ ไม้ไซปรัสสายพันธุ์นี้มีการผลิตอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก ได้แก่ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นเท่านั้น ชื่อภาษาอังกฤษของรถไฟขบวนนี้คือ ‘Formosensis’ ซึ่งมีที่มาจากชื่อทางวิทยาศาสตร์ของไม้แดงไต้หวัน (Taiwan Red Cypress) ที่มีชื่อว่า Chamaecyparis formosensis
ในด้านการออกแบบตัวรถ ทีมออกแบบได้ใช้แผ่นไม้ไซปรัสขนาดใหญ่เพื่อลดจำนวนรอยต่อในแนวตั้ง มีความกว้างถึง 40 เซนติเมตรมาทำเป็นผนังภายนอก (façade) ช่วยขับเน้นลวดลายไม้ตามธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ให้กลายเป็นจุดเด่นหลักของรูปลักษณ์ภายนอก
ส่วนภายในตู้โดยสารได้มีการออกแบบให้มีความต่อเนื่องกัน ตั้งแต่เพดานทรงโค้ง พื้น ผนัง โต๊ะ ไปจนถึงที่พักแขนของเบาะนั่ง โดยทั้งหมดทำจากไม้ไซปรัสเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ทั้งประสาทสัมผัส การได้กลิ่น และการมองเห็นสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนถึงภูมิหลังทางวัฒนธรรมของเมืองเจียอี้ ในฐานะการเป็น ‘เมืองหลวงแห่งป่าไม้’ ที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมด้านไม้ในอดีตอีกด้วย

Formosensis | Photo courtesy of Alishan Forest Railway and Cultural Heritage Office

Formosensis | Photo courtesy of Alishan Forest Railway and Cultural Heritage Office
สุนทรียศาสตร์ผ่านประสาทสัมผัส แสงสว่าง และการออกแบบประสบการณ์ ที่ผนวกรวมสู่งานออกแบบภายใน
ในสถาปัตยกรรมแบบทั่วไป เรามักจะนึกถึงโครงสร้าง การจัดวางแผนผัง (Layout) และเส้นทางการสัญจร (Circulation) แต่สำหรับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดทั้งทางด้านขนาดและโครงสร้างอย่างตู้โดยสารรถไฟ งานออกแบบจึงต้องให้ความสำคัญกับมิติของประสาทสัมผัสเป็นหลัก
การออกแบบภายในของ ‘The Future’ (鳴日號) มีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดในเรื่องการ ‘หยุดพัก’ และ ‘ผ่อนคลาย’ ของผู้โดยสาร นำไปสู่การเลือกใช้โทนสีน้ำเงินและสีเทา เพื่อสะท้อนถึงทัศนียภาพของไต้หวันที่ล้อมรอบด้วยทะเลและภูมิประเทศที่เป็นโขดหินทางภาคตะวันออก นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนระบบแสงสว่างจากเดิมที่เน้นการใช้งาน (6000K) ให้เป็นแสงโทนอุ่น (3000K) ซึ่งใกล้เคียงกับพื้นที่พักอาศัย เพื่อให้แสงสว่างช่วยปรับอารมณ์และความรู้สึกของผู้โดยสารให้เข้าสู่โหมดผ่อนคลาย

The Future | Photo courtesy of Kuomin Lee, JC. Architecture & Design
แนวคิดการออกแบบนี้ ได้ต่อยอดไปยัง ‘The Moving Kitchen’ (鳴日廚房) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโฉมตู้โดยสารเดิมของ ‘The Future’ ให้กลายเป็นร้านอาหารระดับห้าดาวเคลื่อนที่ ที่สามารถรองรับได้ถึง 54 ที่นั่ง ด้วยดีไซน์โทนสีเข้มที่ผสมผสานงานหวาย ไม้ และหิน เข้ากับไฟโทนอุ่นและโต๊ะหินอ่อนสีขาว นอกจากจะช่วยให้อาหารดูน่ารับประทานขึ้นแล้ว ยังเปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อน รื่นรมย์กับมื้ออาหาร และพบปะสังสรรค์ได้อย่างลงตัว

The Future | Photo: JC. Architecture & Design

The Future | Photo courtesy of JC. Architecture & Design
หัวใจของการออกแบบภายในรถไฟ Formosensis คือการสร้างความสอดคล้องระหว่างประสบการณ์ของผู้โดยสารกับบริบทของทิวทัศน์ภายนอก ในช่วงเริ่มต้นของการวางแผน ทีมออกแบบจาก hLc architect ได้ลงพื้นที่สัมผัสประสบการณ์จริงด้วยการนั่งรถไฟสายป่าไม้ เพื่อศึกษาเส้นทางที่ไต่ระดับความสูงจาก 30 เมตร สู่ 2,451 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และได้เก็บข้อมูลความต่างของป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพตลอดทาง จนมาเป็นแนวทางในการออกแบบ
ทีมออกแบบได้นำเสนอแนวคิดว่า ‘การออกแบบ Formosensis ต้องเริ่มต้นจากความเรียบง่าย ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกไปจนถึงภายในตู้โดยสาร ลดความซับซ้อนลง ออกแบบให้ลดทอนรายละเอียดภายในตู้โดยสาร เพื่อเปลี่ยนจุดสนใจให้ไปอยู่ที่ความงามของเทือกเขาอาหลี่ซานอย่างเต็มที่ที่อยู่ตรงหน้าแทน’
นอกจากนี้ ยังมีการขยายความสูงของกรอบหน้าต่างจาก 146 เซนติเมตร เป็น 168 เซนติเมตร เพื่อเปิดรับทัศนียภาพของทิวเขาและป่าไม้ได้อย่างเต็มสายตา ในขณะที่เบาะนั่งถูกหุ้มด้วยหนังวัวแท้และเสริมด้วยฟองน้ำที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยผ่านการทดสอบหลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะนั่งได้อย่างสบายตลอดการเดินทางที่คดเคี้ยว

Formosensis | Photo courtesy of Alishan Forest Railway and Cultural Heritage Office
สำหรับการจัดแสงสว่าง Formosensis ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์สภาพแวดล้อมของรถไฟสายป่าไม้ที่ต้องแล่นเข้าออกอุโมงค์อยู่บ่อยครั้ง โดยการปรับสมดุลของแสงไว้ล่วงหน้าเพื่อลดความเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อต้องเจอสภาวะแสงที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันระหว่างมืดและสว่าง ทั้งยังมีการติดตั้งไฟซ่อนที่สอดแทรกอยู่ภายในพื้นที่ตู้โดยสาร เพื่อชูความงามของลวดลายไม้ไซปรัสให้โดดเด่น ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดแสงจ้าที่แยงตา ทำให้ผู้โดยสารสัมผัสได้ถึงความสงบและผ่อนคลายในทุกขณะตลอดการเดินทาง

Formosensis | Photo courtesy of Alishan Forest Railway and Cultural Heritage Office

Formosensis | Photo courtesy of Alishan Forest Railway and Cultural Heritage Office
โปรเจกต์รถไฟทั้งสองขบวนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากงานออกแบบเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากที่การรถไฟไต้หวันเริ่มปรับวิธีคิด โดยให้ความสำคัญกับ ‘ความสวยงาม’ ในฐานะหัวใจหลักของการให้บริการสาธารณะ
สำหรับพื้นที่สาธารณะบนขบวนรถไฟซึ่งผ่านการใช้งานและหยั่งรากในความทรงจำมาอย่างยาวนาน ความงามไม่ได้เป็นเพียง ‘ส่วนประดับ’ อีกต่อไป หากแต่กลายเป็นหัวใจหลักในการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ และการเปลี่ยนแปลงในเชิงทัศนคตินี้เอง ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแวดวงการออกแบบ

Formosensis | Photo courtesy of Alishan Forest Railway and Cultural Heritage Office
ความสำเร็จของ The Future และ The Moving Kitchen การันตีด้วยรางวัล Golden Pin Design Award จากไต้หวันและรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ Formosensis สามารถคว้ารางวัล Best of Golden Pin Design Award มาครองได้เช่นกัน
รางวัลเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้ในระบบขนส่งสาธารณะที่เน้นการใช้งานจริงและมีข้อจำกัดมากที่สุด งานออกแบบก็ยังคงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเข้ามาเปลี่ยนแปลงและให้นิยามใหม่แก่ประสบการณ์ในการเดินทางทุกๆ วัน
johnnyisborn.com
facebook.com/jcarchitecturedesign
_
งานรางวัลการออกแบบ Golden Pin Design Award
Golden Pin Design Award เป็นงานรางวัลการออกแบบที่มีชื่อเสียงที่สุดในตลาดการออกแบบแห่งไต้หวัน จีน มาเก๊า และฮ่องกง ซึ่งต้องการเปิดโอกาสและสนับสนุนงานออกแบบไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ ผลงานออกแบบหลากหลายประเภท ที่มีความโดดเด่นจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย
ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทาง https://www.goldenpin.org.tw/en/
