Jae Myung Noh ผู้ก่อตั้ง ART OnO เผยวิสัยทัศน์ในการสร้างอาร์ตแฟร์ที่ไม่ยึดติดกับขนาดหรือจำนวนผู้เข้าร่วม แต่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ‘One and Only’ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างแท้จริง
TEXT: SARUNKORN ARTHAN
PHOTO COURTESY OF ART ONO EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของศิลปะร่วมสมัยในเอเชีย ด้วยแรงขับเคลื่อนจากนโยบายภาครัฐที่มุ่งผลักดัน ‘K-Art’ ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสคลื่น ‘K-Culture’ ประกอบกับความต้องการของตลาดศิลปะที่เติบโตอย่างแข็งแรง ประเทศแห่งนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ที่เทศกาลศิลปะ สถาบันทางวัฒนธรรม และศิลปินจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้ามา เพื่อแลกเปลี่ยนทั้งประสบการณ์สร้างสรรค์และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเห็นได้ชัดจากงานขนาดใหญ่อย่าง Frieze Seoul รวมถึงบรรดา biennale ต่างๆ ที่จัดขึ้นในช่วงกลางปีในเวลาไล่เลี่ยกัน ทว่าในบรรดาความเคลื่อนไหวเหล่านั้น คงไม่มีเทศกาลใดที่ให้ความรู้สึกสดใหม่และมีลักษณะเฉพาะตัวได้เท่ากับ ART OnO โครงการที่ถือกำเนิดขึ้นจากวิสัยทัศน์และความทุ่มเทของ แจ มยอง โนห์ (Jae Myung Noh) นักสะสมงานศิลปะชาวเกาหลีใต้

ART OnO 2026 | Photo: Sarunkorn Arthan
ART OnO โดดเด่นด้วยสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ โทนสีเหลืองอันเป็นลายเซ็นต์ของงานนั้นดึงสายตาได้อย่างทรงพลัง และชวนให้ผู้คนเข้าไปสำรวจค้นหาด้วยความใคร่รู้ สำหรับการจัดงานในปี 2026 ART OnO ยังคงขยายขอบเขตของตนเองออกไปอีกขั้น ด้วยการสลัดภาพจำของงานศิลปะท้องถิ่นแบบเดิมๆ เพื่อก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มระดับโลก ที่ ‘พรมแดน’ ใดๆ ไม่อาจจำกัดความคิดสร้างสรรค์ได้
art4d พูดคุยกับ แจ มยอง โนห์ ผู้ก่อตั้ง ART OnO ถึงเส้นทางที่เริ่มต้นจากความหลงใหลส่วนตัวในการสะสมงานศิลปะ ก่อนจะพัฒนาไปสู่การสร้างเทศกาลศิลปะที่มุ่งหมายจะเป็น ‘หนึ่งเดียวและไม่มีใครเหมือน’ บทสนทนาครั้งนี้พาเราไปสำรวจปรัชญาเบื้องหลังอัตลักษณ์สีเหลืองอันชัดเจน มุมมองของเขาที่มีต่อโลกศิลปะสมัยใหม่ และเหตุผลว่าทำไมการเป็น ‘หนึ่งเดียว’ จึงสำคัญกว่าการเป็น ‘ใหญ่ที่สุด’

ART OnO 2025
art4d: ART OnO คืออะไร และแนวคิดของงานแฟร์นี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?
Jae Myung Noh: ART OnO มาจากคำว่า ‘Art One and Only’ ตั้งแต่แรกเริ่ม เราต้องการให้งานนี้มีตัวตนที่เฉพาะตัว และแตกต่างจากงานแฟร์อื่นๆ ทิศทางของเราไม่ใช่การเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดหรือดีที่สุด แต่คือการเป็นงานที่มีเพียงหนึ่งเดียว พูดตามตรง การอยากเห็นสิ่งที่แตกต่างจากเอเชีย ไม่ใช่แค่จากเกาหลี เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะในช่วงแรกมันไม่ได้สร้างผลกำไรได้มากนัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมเริ่มต้นทำสิ่งนี้ด้วยตัวเอง แต่ผมเชื่อจริงๆ ว่าเมื่อเวลาผ่านไป ART OnO จะสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว
art4d: ถ้า ART OnO เป็นคนคนหนึ่ง คุณคิดว่าเขาจะมีบุคลิกแบบไหน และจะมี MBTI เป็นอะไร?
JN: ผมคิดว่าน่าจะเป็น ‘E’ หรือ Extrovert เพราะงานแฟร์นี้มีทั้งความอ่อนวัย พลังงาน และความสดใหม่อยู่ในเวลาเดียวกัน

ART OnO 2026 | Photo: Sarunkorn Arthan
art4d: ในฐานะที่คุณเองก็เป็นนักสะสมศิลปะ คุณออกแบบเทศกาลนี้อย่างไร เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความสำเร็จในเชิงพาณิชย์กับคุณค่าทางการเรียนรู้?
JN: เรายังไม่ได้สมบูรณ์แบบ และก็คงไม่มีวันสมบูรณ์แบบ แต่เราพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะหาจุดสมดุลระหว่างมิติทางการค้าและมิติที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ผมเชื่อว่าการนำเสนอสิ่งที่แตกต่าง อาจทำให้ผู้คนรู้สึกไม่คุ้นเคยหรือไม่สบายใจอยู่บ้างในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาจะมองเห็นว่านี่คือสิ่งที่มีเอกลักษณ์ และแตกต่างจากรูปแบบของงานอาร์ตแฟร์ที่คุ้นเคย ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ความแตกต่างนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
art4d: อะไรคือลักษณะเฉพาะของ ART OnO ที่ไม่อาจพบได้ในงานอาร์ตแฟร์อื่นๆ?
JN: เราไม่ได้ไล่ตามผลกำไรระยะสั้นในแบบองค์กรธุรกิจอย่างแน่นอน สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการมองระยะยาว ซึ่งทำให้เราสามารถสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงขึ้น ยกระดับคุณภาพของงาน และตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องได้ ในอีกหนึ่งหรือสองทศวรรษข้างหน้า เราอยากให้ ART OnO เป็นที่รู้จักในระดับโลกในฐานะงานแฟร์ที่เป็น ‘หนึ่งเดียวและไม่มีใครเหมือน’ อย่างแท้จริง
art4d: คุณช่วยเล่าถึงความคิดและความรู้สึกที่มีต่องาน ART OnO สองครั้งที่ผ่านมาได้ไหม?
JN: มันเป็นการเดินทางที่น่าทึ่งมาก ผมได้ทุ่มเททั้งเงินทุน ทรัพยากร และเวลาไปอย่างมากในการสร้างทีม ขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกขอบคุณทุกคนอย่างลึกซึ้งที่ให้การสนับสนุนและให้ความสนใจกับ ART OnO ทุกวันนี้ เกาหลีมีงานอาร์ตแฟร์จัดขึ้นหลายร้อยงานในแต่ละปี ดังนั้นผมจึงรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องปกติเลยที่งานแฟร์ใหม่งานหนึ่งจะได้รับแรงตอบรับและความสนใจมากขนาดนี้ภายในเวลาเพียงสองหรือสามปี ทีมของผมและผู้เข้าร่วมงานทุกคนทำงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม และผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นผู้แสดงงานจำนวนมากกลับมาร่วมงานอีกครั้ง ควบคู่ไปกับผู้แสดงงานหน้าใหม่ๆ
art4d: จากมุมมองของนักสะสม คุณมองวงการศิลปะนานาชาติในปัจจุบัน รวมถึงทิศทางกระแสหลักของศิลปะร่วมสมัยอย่างไร?
JN: ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ผู้คนจำนวนมากเริ่มคุ้นชินกับแรงปะทะทางสายตา สิ่งที่เสียงดัง โดดเด่น และดึงดูดความสนใจได้ตั้งแต่แรกเห็น สำหรับผม ผมให้ความสำคัญกับกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างมาก ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์สุดท้าย เป้าหมายของ ART OnO คือการทำให้กระบวนการสร้างสรรค์เหล่านั้นถูกมองเห็น และมอบเหตุผลที่มีความหมายให้ผู้คนอยากเดินทางมาที่นี่

ART OnO 2026 | Photo: Sarunkorn Arthan
art4d: อะไรคือความท้าทายหลักของ ART OnO ในการจัดงานครั้งล่าสุดนี้?
JN: ทุกปีมีความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราอยากนำเสนอสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และพัฒนางานต่อไปอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้มาตรฐานของทุกฝ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย ถ้าเราแค่อยากทำสิ่งเดิมซ้ำๆ ในทุกปี ทุกอย่างก็คงง่ายกว่านี้มาก
art4d: ในระยะยาว คุณมองว่า ART OnO จะรักษาบทบาทและจุดยืนของตัวเอง ทั้งในวงการศิลปะเกาหลีและวงการศิลปะนานาชาติได้อย่างไร?
JN: เราตั้งใจให้ ART OnO เป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวกต่อระบบนิเวศศิลปะโดยรวม เราไม่ได้คิดเพียงแค่เรื่องตัวงานแฟร์เท่านั้น แต่ต้องการจุดประกายความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับวงการศิลปะในเกาหลีและเอเชียในภาพที่กว้างขึ้นอย่างแท้จริง หากเราสามารถทำสิ่งนั้นได้ ผลลัพธ์ที่ดีก็จะค่อยๆ ตามมาเองในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

ART OnO 2026 | Photo: Sarunkorn Arthan
art4d: ในโลกที่เต็มไปด้วยงานศิลปะซึ่งสร้างขึ้นโดย AI มากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมแนวคิดเรื่อง ‘One and Only’ จึงยังสำคัญอยู่ และทำไมความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงสำคัญกว่าที่เคยในเวลานี้?
JN: ในเวลาที่เรามีทั้ง AI และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ผมเชื่อว่าการนำเสนอสิ่งที่มีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง สิ่งที่ AI ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ ยิ่งมีความสำคัญมากกว่าที่เคย และความสำคัญของสิ่งนี้จะยิ่งเพิ่มขึ้นในอนาคต
art4d: นอกเหนือจากเกาหลีใต้แล้ว คุณมีแผนที่จะนำเทศกาลนี้ไปจัดในต่างประเทศบ้างไหม เช่น ในประเทศอย่างไทย ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางของศิลปินที่หลากหลายและจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก?
JN: น่าแปลกที่เราได้รับคำถามนี้ค่อนข้างบ่อย ทั้งจากสื่อและนักสะสมนานาชาติ และบางครั้งก็มีผู้ติดต่อเข้ามาสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการจัดงานในต่างประเทศด้วย แน่นอนว่าเราไม่ได้ปิดโอกาสนั้น มันอาจเกิดขึ้นได้ในวันหนึ่ง และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เราไม่ได้ใส่คำว่า ‘Seoul’ ไว้ในชื่อ ART OnO เพราะเราไม่ต้องการจำกัดตัวเองไว้กับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใดภูมิศาสตร์หนึ่ง ดังนั้นใช่ครับ การจัด ART OnO ในต่างประเทศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

ART OnO 2024
art4d: หากมองไปข้างหน้าอีกสิบปี วิสัยทัศน์สูงสุดของคุณที่มีต่อ ART OnO คืออะไร และเมื่อถึงเวลานั้น เทศกาลนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?
JN: เข็มทิศของเราจะยังคงเป็นคำว่า ‘One and Only’ เสมอ เราจะเดินไปในทิศทางเดิมนี้ต่อไป เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับขนาดหรือปริมาณของงานแฟร์ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราคือคุณภาพและความหลากหลาย

Jae Myung Noh 



