MAEKLONG RAILWAY MARKET

ตลาดร่มหุบ ริมแม่น้ำแม่กลอง คือหนึ่งในกรณีศึกษาที่สองสถาปนิก เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และกุลธิดา ทรงกิตติภักดี ผู้ร่วมก่อตั้ง HAS design and research นำเสนอในหนังสือเล่มล่าสุด Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving ซึ่งในบทความนี้ได้สำรวจแนวคิดการพลิกแพลงของสถาปัตยกรรมที่มิได้มุ่งเน้นเพียงการดำรงอยู่ หากแต่เน้นการอยู่ร่วมกับบริบทโดยรอบอย่างชาญฉลาด

TEXT: JENCHIEH HUNG & KULTHIDA SONGKITTIPAKDEE
PHOTO: HAS DESIGN AND RESEARCH

(For English, press  here)

รูปแบบเมืองในเอเชียที่กำลังพัฒนา เผยให้เห็นปรากฏการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ การปรับตัวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแบบไม่เป็นทางการแต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย เพื่อตอบรับกับสถานการณ์เฉพาะในท้องถิ่นและความต้องการทางสังคม หนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนปรากฏการณ์ดังกล่าวได้อย่างน่าสนใจคือ ตลาดร่มหุบ ริมแม่น้ำแม่กลองในจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารทะเล ผลไม้ และผักสด ขบวนรถไฟที่ผ่านมาเป็นครั้งคราว ทำให้รางรถไฟกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถ ‘ครอบครอง’ ได้ พ่อค้าแม่ค้าสร้างเพิงชั่วคราวข้างๆ รางรถไฟ ใช้ประโยชน์จากอากาศร้อนเป็นกลไกธรรมชาติในการปรับตัว จากเพิงชั่วคราวเหล่านี้ ค่อยๆ ก่อตัวเป็นพื้นที่กึ่งส่วนตัวที่ซึมซับรวมเข้ากับพื้นที่สาธารณะได้อย่างแนบเนียน เป็นการปรับตัวที่ไม่ใช่เพียงแค่การอยู่รอดแต่คือการอยู่ร่วมอย่างมีกลยุทธ์

ภาพที่น่าทึ่งอย่างยิ่งในพื้นที่นี้ คือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับขบวนรถไฟที่แล่นผ่าน ปรู๊นๆ เสียงหวูดร้องของรถไฟแว่วมาแต่ไกล กันสาดผ้าใบที่เคยกางอยู่อย่างเชื้อเชิญก็ถูกหุบกลับด้วยความช่ำชอง ทุกการเคลื่อนไหวระหว่างพื้นที่สาธารณะกับพื้นที่ส่วนตัวสอดประสานราวกับจังหวะที่ได้รับการซ้อมมาเป็นอย่างดี แม้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่นาที แต่เผยให้เห็นปรากฏการณ์ของพื้นที่แบบฉับพลันและด้นสดที่รังสรรค์ขานรับกันอย่างมีชีวิตชีวา ขบวนรถไฟผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ตลาดชุมชน’ กับ ‘โครงสร้างพื้นฐานของทางรถไฟ’ กลับสัมผัสกันได้อย่างแนบแน่น ราวกับเป็นสิ่งที่เติบโตมาพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว นี่คือพัฒนาการจากรากฐานไม่ใช่จากแบบแผนที่เคยเป็น หากแต่จากชีวิตประจำวันที่ปรับเปลี่ยนและจากความชาญฉลาดของผู้คน ผ้าใบกันแดดที่พับเก็บได้กับตะกร้าขายสินค้าที่ไม่ขยับที่ กลายเป็นกลไกของร่มเงาและการเปลี่ยนรูปของพื้นที่สำหรับทั้งผู้มาเยือนและคนท้องถิ่น ในเวลาเดียวกันกันสาดเหล่านี้ยังเปิดทางให้สินค้ามีพื้นที่แสดงตัวเต็มที่ และเปิดโอกาสให้ขบวนรถไฟและรางรถไฟอยู่ร่วมกับบริบทโดยรอบได้อย่างกลมกลืน

ปรากฏการณ์ที่พวกเรา HAS design and research สังเกตและบันทึกไว้ คือบทสะท้อนหนึ่งของแนวทางการออกแบบเมืองในประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียโดยรวม ที่มีนิยามว่า ‘สถาปัตยกรรมกิ้งก่า’ (Chameleon Architecture) ในหนังสือ Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving ผู้เขียน เจอร์รี่ หง และกุลธิดา ทรงกิตติภักดี ได้เรียบเรียงแนวคิดหลักสามประการ ได้แก่ การเคลื่อนตัว (Shifting) การปรับตัว (Adapting) และการวิวัฒน์ (Evolving) ซึ่งตลาดร่มหุบแม่กลองแห่งนี้ คือภาพสะท้อนของตลาดในประเทศไทยที่ดูธรรมดาในเบื้องต้น ทว่าทันทีที่ถูกร้อยเรียงเข้ากับขบวนรถไฟและเส้นทางของมัน พื้นที่ตลาดกลับกลายเป็นพื้นที่ที่อิงอยู่กับเวลา เป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนไปตามจังหวะของวัน ในยามเช้าส่วนหนึ่งของตลาดถูกคลุมด้วยกันสาดผ้าใบที่กางอย่างหลวมๆ เมื่อแสงแดดแรงกล้าขึ้นในช่วงกลางวัน ผ้าใบถูกขึงเต็มผืนกลายเป็นร่มเงาครอบคลุมทั้งพื้นที่ และเมื่อรถไฟเคลื่อนผ่านผ้าใบทั้งหมดถูกเก็บอย่างเป็นจังหวะ ผ้าใบเหล่านี้พร่าเลือนเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอก ระหว่างสิ่งปลูกสร้างกับธรรมชาติเป็นเหมือนบทสนทนาทางธรรมชาติที่ใช้สื่อสารกับเมือง ลม ฝน และแสงแดดกลายเป็นผู้ออกแบบร่วมกันได้อย่างแนบเนียน

พื้นที่พื้นถิ่นเหล่านี้ไม่ใช่ภาพของความเสื่อมโทรมหรือความไร้ระเบียบของเมือง หากแต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของวิถีชีวิตที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้อย่างแยบยล พื้นที่เหล่านี้บอกเล่าความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างผู้คนกับสิ่งแวดล้อมที่โอบล้อมเข้าหากัน ความไม่พอดี สัจจะที่คงอยู่ และโครงสร้างชั่วคราว ล้วนแล้วไม่ใช่สิ่งที่ผิดพลาดแต่คือการซ้อนทับของเรื่องราว คือร่องรอยของชีวิตประจำวันที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และวิถีชุมชน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ความไม่ถาวรไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกกำจัดแต่มันกลับกลายเป็นภาษาหนึ่งของวัฒนธรรม เป็นความงามในแบบที่แปรเปลี่ยนได้และเป็นกระจกสะท้อนพลวัตของสังคมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เนื้อหาในบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือ Chameleon Architecture สามารถสั่งซื้อได้ที่: https://art4d.com/product/chameleon-architecture

facebook.com/hasdesignandresearch
instagram.com/has.design.and.research

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *