MWMWMW.G

Photo: Ketsiree Wongwan

MWMWMW.G แบรนด์ที่ใช้เครื่องประดับเป็นสื่อศิลปะบนเรือนร่าง ด้วยผลงานที่ท้าทายขอบเขตของความงาม การสื่อสาร และความเป็นตัวตนอย่างไม่จำกัดเพศ

TEXT: SURAWIT BOONJOO
PHOTO COURTESY OF MWMWMW.G EXCEPT AS NOTED

(For English, press  here)

“เครื่องประดับเมื่อตกแต่งอยู่บนร่างกาย ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การนำเสนอในแง่ของความสวยงามเท่านั้น แต่สิ่งที่เราสนใจคือ การมีส่วนร่วมระหว่างเครื่องประดับกับผู้สวมใส่ รวมไปถึงกับผู้ที่ได้พบเห็นเช่นเดียวกัน ด้วยการโต้ตอบและกระตุ้นความสนใจอันนำไปสู่การขบคิด อีกทั้งปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องไปกับผู้ที่มอง”

Photo: Ketsiree Wongwan

MWMWMW.G อาจไม่ใช่แบรนด์เครื่องประดับที่สร้างสรรค์ผลงานออกแบบเพียงเฉพาะ Grillz หรือ Tooth Gem ผลงานซึ่งมักเป็นที่ผ่านตาและจดจำของคนส่วนใหญ่ แต่คือแอคเคาท์ Instagram ซึ่งเปิดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่เผยแพร่ชิ้นงานออกแบบจากการพัฒนาหรือหาองค์ประกอบใหม่ๆ ที่เข้ากับร่างกาย ตามคำบอกเล่าของ ฐิตาภรณ์ มหาวัน นักออกแบบเครื่องประดับรุ่นใหม่ไฟแรง ผู้พยายามค้นหาและตีความความหมายของเครื่องประดับบนมิติความเป็นไปได้อื่นๆ ภายใต้กรอบคิดประติมากรรมบนเรือนร่างที่ไม่จำกัดเพศ ดังความหมายของแต่ละอักษร M(an) W(omen) และโดยเฉพาะ G(rillz) ซึ่งกินความไปไกลกว่าเครื่องประดับตกแต่งฟัน โดยเคลื่อนขยายไปถึงศักยภาพความเป็นอื่นของการเคลือบโลหะทั่วทั้งร่างกาย

  • Photo: Ketsiree Wongwan

ฐิตาภรณ์ได้เล่าต่อถึงจุดเริ่มต้นในการทำงานออกแบบเครื่องประดับในครั้งนี้ว่า ภายหลังสำเร็จการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เธอได้มีโอกาสกลับมาเริ่มต้นสร้างผลงานออกแบบและศิลปะบนเรือนร่างอีกครั้ง แม้ภายหลังจากที่จบมานั้นเธอจะไม่ได้ทำงานประเภทนี้เลย นับว่าเป็นวิกฤตที่มาพร้อมกับโอกาสให้เธอได้กลับมาเริ่มต้นนำองค์ความรู้ในการออกแบบเครื่องประดับมาปัดฝุ่นและต่อยอดอีกครั้ง ด้วยความหลงใหลในการสรรค์สร้างเครื่องประดับของเธอที่ต้องมาพร้อมความชุดความคิดที่ชวนให้ตรึกตรองถึงบางสิ่งบางอย่างเมื่อสวมใส่ ก็ได้ขับเคลื่อนให้เธอก้าวเข้าสู่วงการออกแบบเพื่อค้นหาสิ่งแปลกใหม่ และเริ่มต้นเรียนรู้กระบวนการประดิษฐ์สร้างเครื่องประดับ Grillz อันกำลังเริ่มก่อตัวเป็นที่นิยม พร้อมเปิดตัวนำเสนอผลงานออกแบบของเธอเองผ่านแพลตฟอร์ม IG เป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ปี 2021

“เราเริ่มต้นจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เนื่องจากในขณะเรียนหรือที่เคยเดินทางไปแลกเปลี่ยนช่วงเป็นนักศึกษา ก็ไม่มีหลักสูตรหรือวิชาที่สอนการทำงานเครื่องประดับประเภทนี้ ระหว่างที่เราว่างไม่มีอะไรทำตอนโควิด-19 ระบาด เราก็ค่อยๆ ฝึกฝนทำไปเรื่อยมา โดยเราอาจจะได้เปรียบเล็กน้อยตรงที่เราค่อนข้างชอบทำงานประดิษฐ์อยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามก็ไม่มีใครสอนทำ Grillz อยู่ดี เพราะมันค่อนข้างเป็นความลับหรือเป็นเทคนิคลับในการทำของแต่ละคน เราจึงทำซ้ำไปซ้ำมา แต่การทำงานประเภทนี้ของเรา ก็ไม่ต้องการสานต่อใช้ความหมายที่แสดงถึงความร่ำรวยตามวัฒนธรรม Hip-Hop ที่ติดมากับเครื่องประดับ เรามักพยายามจะสร้างสรรค์ให้เกิดความหมายใหม่ๆ และทำให้ผลงานออกแบบของเรามีคอนเซ็ปต์หรือข้อความที่จะสื่อสารในผลงานแต่ละชิ้นอยู่เสมอ อย่างผลงานชิ้นแรกๆ ก็จะมาพร้อมแนวคิดเหมือนผลงานศิลปะ โดยชิ้นนั้นเราทำเป็นเครื่องประดับฟันที่เป็นพระพุทธรูป อันนี้ก็จะเป็นการพูดถึงความเชื่อของคนไทย กับประโยคที่ว่า “อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ” คือเมื่อใส่ผลงานชิ้นนี้เข้าไปแล้วมันก็เกิดผลเลย อีกทั้งยังชวนให้เกิดการตีความหลายทิศทาง”

แม้จะเริ่มต้นจากผลงานออกแบบ Grillz แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะหยิบยืมค่านิยมและความหมายดั้งเดิมที่ผูกติดกับเครื่องประดับเหล่านี้มาต่อยอดหรือขยายความซ้ำ หากแต่เธอดำเนินไปบนกรอบการออกแบบที่สามารถนำงานโลหะนี้ไปประดับตกแต่งบนส่วนใดก็ได้ในร่างกาย อย่างผลงานชิ้นแรกของเธอ ‘Haunted shoes’ ที่นำ Grillz สีทอง 18K ไปประดับแทรกกับฟันสีขาวรอบขอบพื้นรองเท้าหนังสีดำ นอกจากสิ่งนี้จะช่วยชี้ให้เห็นว่า เธอมุ่งหวังจะผลักดันกรอบข้อจำกัดเพื่อเปิดให้เกิดการตีความสิ่งเดิมในบริบทใหม่ ซึ่งในกรณีนี้คือย้ายไปสู่การสวมใส่ในส่วนอื่นของร่างกาย หรือการตีความการใช้งานในบริบทความเป็นไทย อย่างผลงาน ‘อมพระมาพูด/ OM-PRA-MAH-POOD’ ที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้ รวมไปถึงการสานต่อให้เครื่องประดับนี้ได้สื่อสารได้อย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบผ่านรูปลักษณ์อักษรในรูปคำหรือวลี ขณะเดียวกันนั้น ก็ย้ำให้เห็นถึงรูปแบบการทำงานแบบสั่งประดิษฐ์พิเศษที่ตอบโจทย์กับการส่งเสริมให้เกิดลูกเล่นที่น่าสนใจต่อลูกค้าทั่วไป แบรนด์ หรือต่อยอดภาพลักษณ์ให้กับแต่ละโปรเจกต์ที่เข้ามาว่าจ้างได้อย่างชวนติดตาม

เมื่อคุยถึงโปรเจกต์ที่เธอได้ร่วมงานกับองค์กรที่เปิดให้เธอได้สำรวจ พิจารณา และปฏิสังสรรค์งานออกแบบผลงานสร้างสรรค์ของเธอร่วมไปกับการส่งเสริมความหมายหรือรอยเชื่อมซึ่งช่วยร้อยส่วนองค์ประกอบต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ก่อนแล้วให้มีพลวัตอันสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น ฐิตาภรณ์เล่าว่า “อย่างในการร่วมงานกับ Harper’s Bazaar Thailand ซึ่งกำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ เราก็ได้ออกแบบผลงาน Grillz ให้แบบได้สวมใส่ โดยตีความคอนเช็ปต์ futuristic พร้อมพิจารณาร่วมไปกับองค์ประกอบของเสื้อผ้า การแต่งหน้า และเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับฟันของเราชิ้นนี้ในรูปลักษณ์ที่เรียบหรูด้วยเส้นสายหลอกตาแบบกราฟิก ช่วยเสริมให้ลุคโดยรวมดูลงตัวและโต้ตอบไปกับภาพรวมของการถ่ายเซตติ้งทั้งหมด การทำงานในแนวทางนี้ก็จะคล้ายๆ กับผลงานหล่อโลหะทองเหลืองสวมนิ้ว เพื่อการถ่ายแบบนิตยสาร LIPS ร่วมกับแบรนด์เสื้อผ้า LOEWE ที่ต้องเข้าไปช่วยเสริมความอาร์ตและขี้เล่นของแบรนด์ด้วยความเรียบหรู”

นอกจากนั้นแล้ว นักออกแบบสาวรุ่นใหม่คนนี้ ยังมีโอกาสได้ร่วมทำงานในต่างประเทศอีกด้วย เช่น การออกแบบต่างหูที่ดูมีความ futuristic อีกทั้งสอดคล้องกับชุดสวมใส่ให้กับศิลปินระดับโลก Lisa สวมขึ้นเทศกาลดนตรี Coachella เมื่อปี 2023 สังเกตได้ว่า เธอมักจะได้ทำงานออกแบบให้กับบุคคล องค์กร ศิลปิน และแบรนด์ระดับสากลอยู่เสมอ อาจเป็นผลจากความละเมียดละไมใส่ใจในทุกส่วนของการออกแบบทั้งในด้านแนวความคิด และการลงมือควบคุมคุณภาพการทำงานด้วยตนเองในทุกขั้นตอนของการประดิษฐ์สร้างสรรค์เหล่านี้ทุกชิ้น รวมไปถึงการแนะนำและเฟ้นหาเลือกใช้วัสดุที่ไม่เป็นอันตราย ฐิตาภรณ์เน้นย้ำกับเราว่า แม้ตอนนี้เธอยังไม่มีเวลาให้กับงานที่อยากทำอีกมากมาย แต่เธอก็ยังจะการสืบหาและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อตอบโจทย์สร้างความหลากหลายให้กับลูกค้า ด้วยวัสดุที่แปลกใหม่อย่าง silver clay หรือที่เธอไปลงคลาสเรียนเป่าแก้ว นี่จึงทั้งตอกย้ำและเผยให้เห็นความเปิดกว้าง ประนีประนอม และไม่ยอมหยุดยั้งที่จะก้าวข้ามขีดขอบที่จำกัดการสร้างสรรค์ประติมากรรมบนเรือนร่างของเธออยู่เสมอ

instagram.com/mwmwmw.g

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *