Thematic Pavilion พื้นที่แห่งไอเดียของ Exhibitor x Designer ในงานสถาปนิก’69 ภายใต้แนวคิด ‘สติมา ปัญญา พร้อม(ท์) – SATI : WISDOM : PROMPT’
TEXT: NATHANICH CHAIDEE
IMAGE COURTESY OF TTF
(For English, press here)
ชวนมองแนวคิดการออกแบบ ก่อนเริ่มงานจริงสำหรับ ‘สถาปนิก’69’ กับ Thematic Pavilion พื้นที่ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยในทุกปี
เพราะพื้นที่แห่งนี้เปิดให้เห็นศักยภาพของงานออกแบบที่กว้างขวางกว่าจากความร่วมมือกันระหว่างผู้ผลิตวัสดุ สานต่อโดยจินตนาการของสถาปนิก โดยในงานสถาปนิก’69 นับว่ามีการรวมตัวเพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมและประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมสัมผัสได้จริงด้วยตัวเองถึง 8 พื้นที่ ซึ่งนับว่ามากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา พร้อมต้อนรับให้สถาปนิกและคนรักงานออกแบบได้เข้าชมและใช้งานพื้นที่อย่างใกล้ชิด

Watsadu niyom x HAA Studio
นำความท้าทายของการรักษาสภาพของวัสดุต้นทางทุกชิ้นที่ประกอบขึ้นเป็นพาวิลเลียน ได้แก่ APC (Aluminium Plastic Composite) และ WPC (Wood Plastic Composite) ซึ่งเป็นวัสดุที่รีไซเคิลได้ ไม่ให้เสียสภาพและสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ต่อหลังจากจบงานอีเวนต์ ด้วยภาษาสถาปัตยกรรมที่มาจากข้อเท็จจริงของวัสดุผ่านวิธีคิดเชิงโครงสร้างและจริยธรรมของวัสดุ
ความชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องเท่ากับความสิ้นเปลือง และพาวิลเลียนกลายเป็นจุดจดจำทั้งในเชิงพื้นที่ และความรับผิดชอบที่มีต่อวัสดุเชิงระบบได้ในเวลาเดียวกัน จึงใช้รูปฟอร์มที่พลิ้วไหวของแสงออโรร่าบนท้องฟ้าที่สื่อถึงการเดินทางที่ไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ Watsadu niyom จากวัสดุชินตาอย่างระแนงไม้เทียมที่นำมาตีความใหม่ในเชิงศิลปะและการจัดวางในพื้นที่ เปิดมุมมองใหม่ให้กับวัสดุ สื่อสารผ่านความงามของสิ่งแวดล้อมที่ตีความด้วยจิตสำนึกรักษ์โลกของวัสดุตลอดวงรอบการใช้งาน

Vanachai x Studio Tofu
มาพร้อมกับ ‘งอน พาวิลเลียน’ ที่หยิบเอาผลิตภัณฑ์ไม้ในชื่อ Woodsmith หนึ่งแบรนด์ของวนชัยกรุ๊ป ที่เป็นเสมือนมิตรของเจ้าของบ้านและมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาจัดวางในรูปแบบศิลปะจัดวางเป็นรูปทรงที่คุ้นเคยกับพฤติกรรมบนพื้นของชาวไทยเป็นอย่างดี ทั้งการนั่ง นอน หรือพักผ่อน โดยพื้นที่เป็นส่วนประกอบหลักของพาวิลเลียนจะค่อยๆ ยกระนาบขึ้นจนกลายเป็นอัฒจันทร์ทรงโค้งงอจากพื้นสู่ผนัง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำกิจกรรมบนพื้นที่ได้ตามอัธยาศัยอย่างใกล้ชิด

ในกระบวนการติดตั้ง ถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้นด้วยการคำนวณให้เหลือเศษของวัสดุให้น้อยที่สุด หรือหากมีเศษวัสดุจากการผลิต ทางวนชัยจะมีกระบวนการนำไปใช้งานต่อกับโรงไฟฟ้าชีวมวลในการเปลี่ยนเศษวัสดุให้กลายเป็นพลังงาน จึงนับเป็นการทำงานโดยคำนึงถึงวัสดุตลอดกระบวนการ เพื่อให้วัสดุทุกชิ้นถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

TODA x Supermachine Studio
แนวคิดการออกแบบตั้งต้นจากประโยคที่ว่า ‘Artificiality in the New Reality’ สะท้อนถึงบริบทของโลกที่เส้นแบ่งของธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นกำลังเลือนรางลง สอดประสานไปกับการทำงานของแบรนด์ TODA ที่พัฒนาวัสดุทดแทนสำหรับโลกอนาคตมาตลอด ทั้งหนังเทียม วัสดุปูพื้น หรือ Interior Film ซึ่งแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่เราดำรงอยู่ทุกวันอย่างคุ้นชินในโลกร่วมสมัย


ไอเดียของงานออกแบบจึงดึงเอาบรรยากาศแบบนวนิยายวิทยาศาสตร์เข้ามาสร้างยานภาชนะสิ่งมีชีวิตเชิงกลที่ห่อหุ้มด้วยกลีบโลหะจำนวน 860 แผ่น โดยวัสดุธรรมชาติทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ หนัง ไม้ หิน และทราย ในฐานะตัวแทนทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นที่มาของการพัฒนาวัสดุทดแทนของ TODA จะทำหน้าที่ขนส่งความคิดและข้อความสำคัญที่ว่า โลกในอนาคตเป็นโลกที่งานออกแบบและพัฒนาวัสดุต้องมุ่งสู่ความรับผิดชอบเพื่อโลกที่อยู่กับผู้คนได้ในระยะยาว

Panel Plus x ACa Architects
ถ่ายทอดประสบการณ์การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ราวกับรายล้อมด้วยสวนยางที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ผสานความเป็นระบบของกริดในแนวคิดสถาปัตยกรรมเข้ากับความรู้สึกของป่าที่ไร้ขอบเขต โดยแปลงคุณค่าของวัสดุ Panel Plus ที่เป็นแผ่นไม้บอร์ดมาตรฐานด้านความยั่งยืน เข้ามาสร้างประสบการณ์เชิงสถาปัตยกรรม ไปพร้อมกับการแสดงให้เห็นคุณสมบัติของ Perfect Wood และ Perfect Match ที่ลวดลาย สี และขอบวัสดุต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว
การวางผังในพาวิลเลียนซึ่งมีพื้นที่จำกัดจึงใช้แกนเฉียงกับสเปซที่ซับซ้อนเพื่อเพิ่มพื้นผิวของวัสดุและฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมปลดล็อคศักยภาพของวัสดุให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ไม้บอร์ดก็สามารถเป็นตัวตั้งต้นในการสร้างสรรค์ได้มากกว่าเดิมเช่นกัน ผ่านการผสมผสานพื้นผิวของวัสดุลายไม้และสี สลับกับแผ่นอะลูมิเนียมกระจก เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ด้านการสะท้อนและความลึกของพื้นที่ และการออกแบบแสงที่ช่วยเน้นรายละเอียดของวัสดุด้วยประสาทสัมผัสของผู้ชมเอง

Häfele x Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research
งานออกแบบพาวิลเลียน ASA Megä Hill ที่เกิดจากการตีความบริบทของงานสถาปนิกในฐานะพื้นที่แห่งการรวมตัวและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิชาชีพสถาปัตยกรรม รูปทรงเสมือนของภูเขาที่เชื่อมโยงแนวคิด ผู้คน และกิจกรรมเข้าด้วยกัน จึงทำหน้าที่เป็นทั้งโครงสร้างและเส้นทางการเคลื่อนไหวเป็นภูมิประเทศที่ผู้ชมสามารถเดินสำรวจ สร้างปฏิสัมพันธ์ และเรียนรู้กับองค์ประกอบและโซลูชั่นต่างๆ ของ Häfele ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การออกแบบและติดตั้งพาวิลเลียนคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรและลดปริมาณของเสียหลังจัดการแสดง ด้วยการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถสร้างรูปทรงสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อนได้ ร่วมกับการลดภาระโครงสร้างหลัก โดยออกแบบให้สามารถถอดประกอบ และสามารถนำมาประกอบกลับใช้งานใหม่ได้ในอนาคต จึงนับเป็นการสร้างสรรค์ผลงานพร้อมกันกับทิศทางโซลูชั่นอาคารแบบยั่งยืนในอนาคตของแบรนด์ไปพร้อมกัน

SCG x SaTa Na
มาพร้อมกับ The Delta Stack Pavilion ซึ่งมาจากการตีความโจทย์ ‘Beyond Materials, Into Life’ โดยเริ่มต้นจากวัสดุเป็นผู้เล่นหลักของงาน พื้นที่ออกแบบในลักษณะถ้ำที่ผู้คนสามารถใช้งานกับอากัปกิริยาของตนเองในการสัมผัสกับวัสดุด้วยทุกส่วนของร่างกาย พร้อมกันกับการทำความเข้าใจวัสดุผ่านโครงสร้างสามเหลี่ยมซ้อนชั้นที่มาจากการจัดวางวัสดุหลักในมุมเอียง 45 องศา ร่วมกับวัสดุ DECAAR ที่ติดตั้งในแนว 90 องศา เพื่อสร้างจังหวะ โครงสร้าง และมิติของพื้นที่


พาวิลเลียนนี้แสดงให้เห็นว่า วัสดุเป็นองค์ประกอบที่เปิดเผยกระบวนการคิด ความแข็งแรง และศักยภาพเชิงสถาปัตยกรรม ไปพร้อมกันกับพื้นผิวที่ผู้คนสามารถสัมผัสได้ใกล้ตัว และเมื่อวัสดุถูกสัมผัส เข้าใจ และประกอบแล้ว พื้นที่สถาปัตยกรรมแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่แห่งผู้คนที่สามารถใช้งาน และเกิดชีวิตชีวาขึ้นภายในพื้นที่ได้จริง

SMARTMATT INTO SPEC x Context Studio
นำเสนอ ‘ปราณสถาน’ พื้นที่สำหรับรวบรวมสติท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วและสถานการณ์ต่างๆ ที่รายรอบ โดยนำการตั้งสมาธิของลมหายใจมาแปลเป็นการบีบเข้าและเปิดออกของพื้นที่ภายใน ซึ่งแบ่งเป็น 3 โซนหลัก ตั้งแต่อุโมงค์แห่งการรวบรวมสติ พื้นที่สำหรับเข้าใจสถานะปัจจุบันของตนและสภาพแวดล้อมรอบตัว และศูนย์กลางรวบรวมสมาธิสู่จุดสูงสุดของการมีสติสัมปชัญญะ
วัสดุไม้สังเคราะห์ SPC ของ SMARTMATT ถูกนำมาเรียบเรียงอย่างละเอียดอ่อน เว้นจังหวะช่องว่าง จนเป็นรูปทรงโค้งมนพลิ้วไหว สร้างอารมณ์และความรู้สึกร่วมให้กับผู้คนที่เดินผ่านเข้ามายังปราณสถาน โดยวัสดุและโครงสร้างทั้งหมดนี้สามารถถอดประกอบ และปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการได้ตามขนาดและพื้นที่ตั้งที่ต้องการ นับเป็นการเล่าเรื่องราวของแนวความคิดผ่านรูปทรงและกระบวนการออกแบบอย่างสมบูรณ์

Aluframe x Unknown Surface Studio
เริ่มต้นแนวความคิดจากภายในโรงงานของ Aluframe ผ่านภาพของอะลูมิเนียมโปรไฟล์เส้นยาวที่เรียงซ้อนทับอย่างเป็นระเบียบบนชั้นวางอุตสาหกรรม เกิดเป็นการตั้งคำถามถึงคุณค่าที่แท้จริงของวัสดุ และการสร้างความตระหนักถึงวัสดุผ่านพาวิลเลียนในฐานะระบบหมุนเวียนของทรัพยากร จึงนำเอาคลังวัสดุมาคลี่ออกบนพื้นที่สาธารณะที่ผู้ชมสามารถสัมผัสและรับรู้ถึงศักยภาพของอะลูมิเนียมในมิติใหม่


โครงสร้างสามเหลี่ยมที่คลี่ออกคล้ายพัด สร้างสรรค์เป็นเลเยอร์ทับซ้อนหลายชั้นราวกับวัสดุบนชั้นวางที่ถูกดึงออกมาสร้างสรรค์พื้นที่เชิงสถาปัตยกรรม โดยมีช่องว่างระหว่างชั้นทำหน้าที่กรองแสงและสร้างจังหวะของแสงเงาจากผู้คนที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา พื้นผิวเกิดจากการนำหน้าตัดของอะลูมิเนียมมาเรียงต่อกันเป็นแพทเทิร์นเพื่อสร้างชีวิตให้กับวัสดุอุตสาหกรรม ร่วมกันกับระบบบานเลื่อนอะลูมิเนียมของ Aluframe ที่เชื่อมโยงงานออกแบบเชิงพื้นที่เข้ากับระบบวิศวกรรมอย่างลงตัว
พบกับ Thematic Pavilion ทั้ง 8 ได้ในงานสถาปนิก’69 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้แล้ววันนี้: https://architectexpo.prereg.biz/default.aspx?lang=TH
โดยสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.ArchitectExpo.com , Facebook Page : งานสถาปนิก : ASA Architect Expo และ Instagram : ASA Architect Expo 2026








