ART BASEL HONG KONG 2026

ชวนเดินสำรวจ Art Basel Hong Kong 2026 อีกก้าวของฮ่องกงที่ตั้งใจจะทำให้พื้นที่ศิลปะอย่างแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์กลายเป็น ‘พื้นที่สาธารณะ’ อย่างแท้จริง

TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO: NATHATAI TANGCHADAKORN 
EXCEPT AS NOTED

(For English, press here)

Art Basel เป็นชื่อของเทศกาลศิลปะที่จัดขึ้นครั้งแรกในเมืองบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ปี 1970 โดยปัจจุบันนอกจากที่บาเซิลแล้ว งานได้ขยายขอบเขตของงานมาสู่อีก 4 เมืองทั่วโลก ได้แก่ ฮ่องกง ไมอามี ปารีส และกาตาร์ ซึ่งสำหรับเดือนมีนาคม 2026 นี้ Art Basel ก็ถึงคราวมาเยือนเกาะฮ่องกง โดยคู่ขนานไปกับช่วง Art March Hong Kong พอดิบพอดี

งานในปีนี้กินระยะเวลากว่า 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 – 29 มีนาคม 2026 และเปิดให้บุคคลทั่วไปที่ซื้อบัตรเข้าชมหลังวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม ถึงแม้ Art Basel จะเป็นเทศกาลศิลปะจากสวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬาของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงความร่วมมือจากแกลเลอรีท้องถิ่น

ในบรรดาแกลเลอรีกว่า 240 แห่งจาก 41 ประเทศ มีถึงครึ่งหนึ่งซึ่งมีที่มาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและฮ่องกง ผสมปนเปกับแกลเลอรีจากนานาชาติ อาทิ ตุรกี ฝรั่งเศส จอร์เจีย เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สเปน และสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่านอกจากประเภทของงานที่หลากหลายแล้ว ด้านวัฒนธรรมเองก็สนุกไม่แพ้กัน แม้เทศกาลนี้จะมีฐานะเป็นพื้นที่ของงานศิลปะร่วมสมัยก็ตามที อาจเพราะท่ามกลางแกลเลอรีมากมาย Art Basel ยังมี sector สำหรับโปรเจกต์เดี่ยวของศิลปินอย่าง Discoveries โดยเฉพาะด้วย

ในแวบแรกที่พิจารณารายชื่อ sector ต่างๆ ผ่านตัวอักษรบนแผ่นพับและเว็บไซต์ที่ทำการบ้านมาล่วงหน้า ผู้เขียนนึกภาพในหัวว่าแต่ละโซนน่าจะถูกแบ่งพื้นที่เป็นเอกเทศ เนื่องเพราะชื่อของบาง sector ระบุประเภทสื่อที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ในความเป็นจริง ผังพื้นของงานดูจะให้ความสำคัญกับการชักชวนผู้เยี่ยมชมให้เดินจนทั่ว ผ่านการคั่นสลับด้วยอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ของ Encounters เข้ามาเป็นระยะ ทำให้เรามีหมุดหมายในการเดิน ทั้งสามารถสนุกกับงานเพ้นท์ติ้งในระยะใกล้และชมความตระการตาของอินสตอลเลชันที่ได้รับการคัดเลือกจากไกลๆ ไปพร้อมกัน ซึ่งแน่นอนว่าใครอยากเห็นรายละเอียดของงาน sector นี้ในระยะประชิดก็ทำได้เหมือนกัน

  • Suzann Victor, City Lantern (2025)

A work by Kongkee

Masaomi Yasunaga, A Certain Trajectory (2026)

Encounters เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับผู้เขียน ตั้งแต่รายชื่อของศิลปินเจ้าของผลงานและเทคนิคที่ใช้ มองในแง่หนึ่งยังเป็นโซนที่ใกล้ชิดผู้เยี่ยมชมที่สุด เพราะผลงานแทบจะปะทะกับสายตาเราทันที่ที่เข้าฮอลล์ สมกับคำว่า encounter อีกทั้งมีที่นั่งพักคอยรายล้อม พร้อมด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น เข้าใจง่าย อย่างงาน Fireworks (Fans) (2016) ของ เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่จัดแสดงอยู่บนจอใหญ่ยักษ์ ก็กำลังแสดงออกถึงความร้อน และความหมายของ ‘ความร้อน’ ในบริบทหนึ่งด้วยพัดลมที่เคลื่อนไหวและเปลวไฟที่ลุกไหม้ไม่หยุดนิ่ง หากต้องการยืนชมผิวเผินแล้วหัวเราะไปกับมันก็ทำได้ หรือจะพยายามทำความเข้าใจ ‘ความร้อน’ ในบริบทของอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ แบบที่ (ผู้เขียนคิดว่า) อภิชาติพงศ์กำลังสื่อก็ได้เหมือนกัน

Apichatpong Weerasethakul, Fireworks (Fans) (2016)

ความเข้มข้นดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นที่จริงจังเท่านั้น ผลงานบางชิ้นเพียงทำหน้าที่หยุดเราอย่างงดงาม ให้มีจังหวะพักก่อนไปเผชิญกับแนวแกลเลอรีอันแน่นขนัด บนพื้นที่ 2 ชั้น (ชั้น 1 และชั้น 3) ของ Hong Kong Convention & Exhibition Centre นั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือเต็มเปี่ยมไปด้วยแกลเลอรีคละสัญชาติที่สอดแทรกเนื้อหาของแต่ละ sector เข้าไป ไม่ว่าจะเป็น Film ที่จัดแสดงภาพเคลื่อนไหว หรือ Kabinett ที่หยิบเอาธีมพิเศษต่างๆ มาเล่าผ่านงานศิลปะ โดยครั้งนี้ก็มีผลงานของ จ่าง แซ่ตั้ง มาแสดงใน gdm (Gallerie du Monde) ร่วมกับงานของศิลปินคนอื่นๆ ด้วย รวมถึงแกลเลอรีที่เราคุ้นตากันดีอย่าง Tang Contemporary Art ฝั่งฮ่องกง

นอกจากผืนทะเลแห่งแกลเลอรี งาน Art Basel มี 4 โซนที่มีพื้นที่ของตัวเองให้เดินเปลี่ยนอารมณ์ ประกอบด้วย Discoveries สำหรับคนที่อยากซึมซับโปรเจกต์สเกลเล็ก Insights ที่รวบรวมผลงานศิลปะร่วมสมัยในภูมิภาคเอเชียตั้งแต่ปี 1900 จนถึงปัจจุบัน หรือหากอยากอัปเดตสักหน่อย สามารถเดินดูงานจากกลุ่มศิลปินในช่วง 5 ปีหลังได้ใน Echoes ซึ่งอยู่ติดกับ Zero 10 โซนน้องใหม่ในปีนี้ที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีและศิลปะ ชวนให้ผู้เยี่ยมชมตั้งคำถามถึงอนาคตของศิลปะอย่างจริงจังขึ้นมา

Zero 10

Zero 10

ถ้าให้กล่าวโดยสรุป การได้เข้าร่วมเทศกาลศิลปะระดับโลกในช่วง Art March Hong Kong ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นการก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ลังเลของแผนพัฒนาในอนาคตของฮ่องกง ภายใต้บริบทที่ต้องหมายเหตุไว้ตัวโตๆ ว่าตัวเองขาดแคลนความรู้เฉพาะทางและการมองเห็นภาพกว้างของภูมิทัศน์ทางศิลปะทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้เปรียบเทียบได้แค่ในสังคมที่คุ้นเคยอย่างไทยเท่านั้น งานนี้ส่งผลให้ผู้เขียนมองเห็นภาพว่า เมื่อศิลปะเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ พื้นที่ทางศิลปะอย่างแกลเลอรีหรือพิพิธภัณฑ์ย่อมสามารถเป็น ‘พื้นที่สาธารณะ’ ที่ทุกคนมาเยือนได้อย่างแท้จริง

artbasel.com/hong-kong
artbasel.com
westk.hk/en/home
facebook.com/westk.hk