SHEN NONG SHI

มองผ่านม่านตาข่ายของ ‘เสินหนงซื่อ’ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี โดย Üroborus Studiolab ที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับย่านเก่าในไทเปได้อย่างกลมกลืนผ่านวัตถุธรรมดาสามัญ

TEXT: HSIEN TZU WANG
PHOTO COURTESY OF ÜROBORUS STUDIOLAB

(For English, press here)

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะออกแบบศูนย์วิจัยเชิงเทคโนโลยีขึ้นมาสักแห่งท่ามกลางใจกลางกรุงไทเป ด้วยขนาดพื้นที่ย่านที่ซอยย่อยและซับซ้อน อาคารเก่าและตึกสูงสมัยใหม่ตั้งตระหง่านเบียดเสียดกัน อีกทั้งป้ายร้านรวงหลากสีที่แขวนเรียงรายทับซ้อนกัน เมื่อโครงการศูนย์วิจัยล้ำสมัยที่รวบรวมเทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ และการพัฒนาอาหารเครื่องดื่มเข้าด้วยกัน ได้เลือกมาปักหลักอยู่ในย่านแบบนี้ โจทย์สำคัญที่ตามมาคือ จะทำอย่างไรให้ตัวอาคารยังคงรักษาภาพลักษณ์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเอาไว้ได้ และสามารถกลมกลืนไปกับบรรยากาศของเมืองได้อย่างลงตัว

Shen Nong Shi embedded in Taipei’s street landscape

ภายใต้โจทย์ที่ซับซ้อนเหล่านี้เอง ศูนย์วิจัย ‘เสินหนงซื่อ’ (Shen Nong Shi) จึงได้ถูกออกแบบและสร้างขึ้น โดยชื่อ ‘เสินหนง’ มาจากเทพเจ้าจีน เป็นเซียนแห่งยาและอาหาร โครงการนี้ตั้งอยู่ในย่านอาคารเก่าที่มีชื่อเสียงของไทเปที่แวดล้อมไปด้วยวิถีชีวิตคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย ร้านอาหารเล็กๆ หรือผู้คนที่สัญจรไปมา โดยทั่วไปแล้ว ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ห่างไกลจากใจกลางเมือง และสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่ดูปิดมิดชิด ทว่า ‘เสินหนงซื่อ’ ที่พัฒนานวัตกรรมอาหาร กลับเลือกที่จะปักหลักอยู่ในเมือง เพื่อใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน ในขณะเดียวกันก็ยังต้องรักษาความเป็นส่วนตัวและความลับของงานวิจัยไว้อย่างสูงสุด

เพื่อที่จะนำเสนอความขัดแย้งที่น่าสนใจนี้ผ่านตัวตึก เสินหนงซื่อ จึงเลือกทีมสถาปนิกอย่าง Üroborus Studiolab (共序工事) ผู้เชี่ยวชาญในการหยิบยกเอกลักษณ์ท้องถิ่นของไต้หวันมาเปลี่ยนเป็นงานออกแบบพื้นที่ที่ร่วมสมัย หลังจากลงพื้นที่และร่วมหารือกันหลายครั้ง สถาปนิกจึงได้กำหนดแนวคิดหลักสำหรับศูนย์วิจัยแห่งนี้ว่าเป็น ‘โรงฝึกวิชา’ (The Training Ground)

‘ในพื้นที่นี้ คนและหุ่นยนต์ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาเทคนิคการทำอาหาร แขนกลเปรียบได้กับลูกศิษย์ ส่วนเชฟคืออาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา ทั้งคู่ต่างเก็บตัวอยู่ในพื้นที่เร้นลับท่ามกลางเมืองอันวุ่นวาย เพื่อมุ่งมั่นฝึกฝนและยกระดับทักษะของตนอย่างไม่หยุดยั้ง’ แม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเข้าไปเห็นขั้นตอนการทำวิจัยข้างในได้ตรงๆ แต่สถาปนิกก็ยังอยากให้คนข้างนอกรู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นข้างใน ดังนั้น รูปลักษณ์ภายนอกของอาคารจึงสร้างมาให้สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ ทำหน้าที่เล่าเรื่องราว และโต้ตอบกับเมืองได้

  • Curtain Movement

ด้านหน้าของตึกที่หันสู่ท้องถนนเป็นเพียงส่วนเดียวของอาคารที่เปิดให้สาธารณชนได้เห็น โดยทั่วไปแล้ว ตึกเทคโนโลยีไฮเทคมักจะใช้กระจกหรือวัสดุผิวเรียบที่ดูทันสมัย แต่ทีม Üroborus Studiolab กลับเลือกใช้ ‘ตาข่ายกรองแสงสำหรับปลูกกล้วยไม้’ มาเป็นวัสดุหลักของภายนอกอาคาร ซึ่งเป็นวัสดุราคาย่อมเยาที่ใช้ในงานเกษตรกรรมทั่วไป วัสดุตาข่ายสีเทานี้มักใช้เพื่อกรองแสงแดดและฝุ่นในทางการเกษตร

ภายนอกของอาคารที่มีตาข่ายกรองแสงสำหรับกล้วยไม้นี้ มาพร้อมกับระบบควบคุมอัตโนมัติ โดยม่านตาข่ายในแต่ละชั้นสามารถเปิดหรือปิดแยกจากกันได้อย่างเป็นอิสระ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้งานภายในอาคารและสภาพแวดล้อมภายนอก เมื่อม่านตาข่ายถูกกางออกจนสุด อาคารจะมีกลิ่นอายของงานสถาปัตยกรรมเชิงทดลองที่เต็มไปด้วยปริศนา แต่เมื่อมีการเปิดม่านเพียงบางส่วน อาคารจะดูราวกับเป็น ‘ถ้ำ’ ที่ผู้คนภายนอกมองเห็นเงารางๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นภายในอาคาร เมื่อเวลาที่ลมพัดผ่าน ตาข่ายก็จะพลิ้วไสวไปตามลม และเมื่อมีการปรับตาข่ายไปตามสภาพอากาศและช่วงเวลาของเมือง ทำให้อาคารนี้ดูมีชีวิตชีวา

Curtain Movement

ม่านกรองแสงชั้นนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาจริงในเมืองด้วย เพราะโดยปกติแล้ว หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ติดกับถนนมักจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างการรับแสงแดดและความเป็นส่วนตัวของคนข้างในตึก แต่ตาข่ายกรองแสงนี้เปรียบเหมือนแผ่นกรองแสงที่ช่วยกันแดดจัดๆ ได้ดี และในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คนภายในอาคารมองเห็นภาพบรรยากาศภายนอกได้ตามต้องการ ช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการมีปฏิสัมพันธ์กับเมือง

  • Façade interacting with the city

สถาปนิกได้บรรยายถึงอาคารหลังนี้ไว้ว่า “ถึงแม้จะไม่สามารถเปิดเผยกับสาธารณะได้ แต่ก็อยากให้ผู้คนสังเกตเห็น” ด้วยอาคารภายนอกที่แปรเปลี่ยนอยู่เสมอ ศูนย์วิจัยเสินหนงซื่อจึงจงใจสร้างความสงสัยให้แก่ผู้คนท้องถนนว่า ‘ตึกแปลกๆ หลังนั้นคืออะไรกันแน่?’ โดยที่ไม่มีใครสามารถมองทะลุเข้าไปได้ ความคลุมเครือที่มีเสน่ห์นี้เอง ได้กลายเป็นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับตัวเมือง

Façade interacting with the city

พื้นที่ภายในซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะแห่งนี้ ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในเชิงการออกแบบ สถาปนิกผู้สร้างสรรค์อาคารกล่าวว่า ‘ที่ผ่านมา พื้นที่ที่พวกเราออกแบบมักจะสร้างขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของมนุษย์เพียงอย่างเดียว ตอนที่ต้องออกแบบสถานที่ให้คนกับหุ่นยนต์มาทำงานด้วยกัน ช่วงแรกมันยากที่จะนึกภาพตามได้ทันที แต่ก็รู้สึกว่าเป็นโจทย์ที่แปลกใหม่ จากการยึดแนวคิด ‘โรงฝึกวิชา’ (The Training Ground) เป็นแกนหลัก ผนังอาคารจึงถูกฉาบด้วยปูนซีเมนต์เปลือยผิวหยาบเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูดิบและตัดขาดจากโลกภายนอก เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นวัตกรรมไฮเทคได้เติบโตและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ออกมา

ในส่วนของการแบ่งพื้นที่ สถาปนิกได้วางผังให้สอดคล้องกับการใช้งานร่วมกันของคนและหุ่นยนต์ โดยที่ชั้น 1 และ 2 จะเป็นห้องจัดแสดงนวัตกรรม (showroom) ชั้น 3 เป็นส่วนของออฟฟิศและห้องประชุม และชั้น 4 ออกแบบให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่รองรับการจัดนิทรรศการหรือการบรรยายต่างๆ เพื่อให้อาคารมีความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานในอนาคต

Entrance

Peeking at internal activities at the entrance

Interior design

ทั้งหมดนี้ทำให้พื้นที่ภายในนี้ ไม่ได้นำเสนอภาพลักษณ์ของแบรนด์เทคโนโลยีระดับสูงผ่านภาษาทางการออกแบบที่ดูสะดุดตาจนเกินไป แต่กลับเลือกที่จะซ่อนตัวจากการเลือกใช้วัสดุธรรมดาที่เราเห็นกันจนชินตาและตั้งอยู่อย่างไม่โดดเด่นในใจกลางเมืองจนเกินไป พร้อมทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจของคนที่ผ่านไปมาได้ และรักษาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับสภาพแวดล้อมรอบข้างในเมืองไทเปได้อีกด้วย

ท้ายที่สุด ศูนย์วิจัยและพัฒนา ‘เสินหนงซื่อ’ (Shen Nong Shi R&D Base) ก็สามารถคว้ารางวัล Golden Pin Design Award 2025 ในสาขาการออกแบบพื้นที่ (Spatial Design) มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ โครงการยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง Dezeen Awards ประจำปี 2025 อีกด้วย ถือเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จของสถาปัตยกรรมไต้หวัน ในการพยายามสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยี วัสดุ และบริบทเมืองขึ้นใหม่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความหนาแน่นสูงและเต็มไปด้วยการตั้งอยู่ร่วมกันของอาคารเก่าและใหม่

facebook.com/urobrous
instagram.com/uroborus_studiolab

_
งานรางวัลการออกแบบ Golden Pin Design Award

Golden Pin Design Award เป็นงานรางวัลการออกแบบที่มีชื่อเสียงที่สุดในตลาดการออกแบบแห่งไต้หวัน จีน มาเก๊า และฮ่องกง ซึ่งต้องการเปิดโอกาสและสนับสนุนงานออกแบบไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ ผลงานออกแบบหลากหลายประเภท ที่มีความโดดเด่นจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทาง https://www.goldenpin.org.tw/en/