
Lantern House | Photo: Rungkit Charoenwat
REAL AS TECT ถ่ายทอดงานสถาปัตยกรรมผ่านการออกแบบที่เชื่อมโยงจินตนาการ การใช้งาน และบริบทของพื้นที่เข้าด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมที่มีความหมายต่อผู้คนและการใช้ชีวิตจริง
TEXT: REAL AS TECT
PHOTO & IMAGE CREDIT AS NOTED
(For English, press here)
WHO
REAL AS TECT ก่อตั้งขึ้นโดย เมธวินท์ อิศรัตน์ และ หทัยกาญจน์ รัตนุศักดิ์ กลุ่มสถาปนิก/นักออกแบบรุ่นใหม่ที่รวมตัวกันด้วยแพสชันในการพิสูจน์นิยามของชื่อสตูดิโออย่าง ‘Real as Architect’ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างเต็มกำลังในฐานะสถาปนิก
WHAT
เรามุ่งเน้นการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมผ่านการตีความงานออกแบบให้กลายเป็น ‘งานศิลปะที่สามารถอยู่อาศัยได้จริง’ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างงานที่กลมกลืนกับบริบทและมีความหมาย ผ่านการยึดถือความจริงของพื้นที่และตอบสนองต่อผู้ใช้งาน

Binary Cafe | Image courtesy of REAL AS TECT
WHEN
สตูดิโอเริ่มต้นรวมตัวกันและก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2023 จากความเชื่อพื้นฐานที่ว่างานออกแบบที่ดีต้องไม่แยกขาดจากความเป็นจริง และต้องสามารถถ่ายทอดคุณค่าของพื้นที่นั้นๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน
WHERE
พื้นที่ทำงานของเราไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าโครงการจะตั้งอยู่ในบริบทเมืองที่วุ่นวายหรือท่ามกลางธรรมชาติที่สงบเงียบ เราพร้อมที่จะเข้าไปสำรวจเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดและสร้างบทสนทนาใหม่ๆ ระหว่างสถาปัตยกรรมกับพื้นที่นั้นๆ เสมอ
WHY
เพราะเราเชื่อว่าหัวใจของสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน เปรียบเสมือนงานศิลปะที่มีหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่าง ‘จินตนาการ’ และ ‘วิถีชีวิตจริง’ ของผู้คนเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

Terrarium House | Photo: Rungkit Charoenwat

Terrarium House | Photo: Rungkit Charoenwat
คุณนิยามสไตล์งานของตัวเองไว้อย่างไร
เรานิยามสไตล์งานของ REAL AS TECT ว่าเป็น ‘Practical Artistic Reality’ หรือการสร้างสรรค์งานศิลปะที่สามารถใช้งานได้จริง โดยเราไม่ได้มองว่าสถาปัตยกรรมเป็นเพียงแค่สิ่งก่อสร้างที่มีฟังก์ชัน หรือเป็นแค่งานประติมากรรมที่ตั้งอยู่เฉยๆ แต่เราพยายามออกแบบรูปทรงและที่ว่าง (Form & Space) ให้มีความเป็นศิลปะในตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลื่นไหล งานของเราจึงมักนำเสนอความเรียบง่ายที่ผสมผสานเข้ากับเส้นสายที่โค้งมน พร้อมเน้นการโชว์สัจจะวัสดุเพื่อให้บริบท แสง และเงาตามธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของวัน
อะไรคือแรงบันดาลใจและหลักการในการทำงานแต่ละครั้ง
แรงบันดาลใจของเรามักเริ่มต้นจาก ‘ความธรรมดาที่แฝงไปด้วยเรื่องราว’ (The Extraordinary in the Ordinary) เราเชื่อว่าบริบทของพื้นที่และวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้ใช้งานคือวัตถุดิบที่ดีที่สุดในการสร้างงานศิลปะ เราจึงนำแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว เช่น ทิศทางของแสงที่ตกกระทบในแต่ละช่วงเวลา หรือความรู้สึกของลมที่พัดผ่านพื้นที่นั้นๆ มาแปรเปลี่ยนเป็นเส้นสายสถาปัตยกรรมที่โค้งมนและลื่นไหล
ส่วนหลักการทำงานที่เรายึดถือเสมอคือ ‘Sincerity & Balance’ หรือความซื่อตรงและความสมดุล เราซื่อตรงต่อสัจจะของวัสดุและหน้าที่ใช้สอย (Function) ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสมดุลระหว่าง ‘สุนทรียภาพแบบงานศิลปะ’ กับ ‘ความสบายในการอยู่อาศัยจริง’ เพื่อให้งานของ REAL AS TECT เป็นพื้นที่ที่มอบแรงบันดาลใจให้กับผู้ใช้งานในทุกๆ วัน

Lantern House | Photo: Rungkit Charoenwat
โปรเจกต์ไหนที่คุณภูมิใจมากที่สุด เพราะอะไร
โปรเจกต์ที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ ‘LANTERN HOUSE (Hachi Khaoyai)’ เพราะเป็นงานที่ท้าทายในการผสานสถาปัตยกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของบริบทธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ของเขาใหญ่ โจทย์สำคัญคือการสร้างความเป็นส่วนตัวในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดรับทัศนียภาพรอบด้าน เราจึงออกแบบภายใต้แนวคิด ‘บ้านตะเกียงกลางป่าใหญ่’ ที่ไม่ใช่แค่การส่องสว่าง แต่คือการสร้างสุนทรียภาพแห่งแสงเงาในความมืด เราใช้เส้นสายที่โค้งมนพริ้วไหวเพื่อลดทอนความแข็งกระด้างของอาคาร และจัดวางช่องเปิดเพื่อให้แสงธรรมชาติทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายในในช่วงกลางวัน ในขณะที่ช่วงเวลากลางคืน แสงไฟจากภายในจะแผ่ออกมาอย่างนุ่มนวล ทำให้ตัวอาคารทำหน้าที่เป็นเหมือนตะเกียงที่ให้ความอบอุ่นและนำทางท่ามกลางผืนป่า โปรเจกต์นี้จึงไม่ใช่แค่ที่พักอาศัย แต่เป็นข้อพิสูจน์ว่าความซื่อตรงต่อพื้นที่และการออกแบบสามารถสร้างสุนทรียภาพที่ยั่งยืนได้จริง

Lantern House | Photo: Rungkit Charoenwat
คุณชอบขั้นตอนไหนระหว่างทำงานมากที่สุด
ขั้นตอนที่ผมชอบมากที่สุดคือช่วงเวลาที่เส้นสายในจินตนาการเริ่มปรากฏขึ้นเป็นความจริงในหน้างาน ตั้งแต่วินาทีที่สเก็ตซ์เส้นโค้งแรกลงบนกระดาษ ไปจนถึงวันที่ได้เห็นช่างฝีมือค่อยๆ บรรจงก่อร่างสร้างผนังหรือโครงสร้างตามแบบที่เราวางไว้ โดยเฉพาะในโปรเจกต์อย่าง Lantern House ช่วงเวลาที่แสงไฟดวงแรกถูกเปิดขึ้นท่ามกลางป่าในยามค่ำคืน แล้วเราได้เห็นว่าที่ว่าง (Space) นั้นสามารถมอบคุณค่าและความรู้สึกให้กับผู้ใช้งานได้จริงตามที่เราตั้งใจไว้ นั่นคือช่วงเวลาที่เติมเต็มพลังในการทำงานและย้ำเตือนถึงความหมายของการเป็นสถาปนิกที่แท้จริงสำหรับเรา

Patta House | Image courtesy of REAL AS TECT

Patta House | Image courtesy of REAL AS TECT
ถ้าคุณสามารถเชิญ ‘ครีเอทีฟ’ สักคนไปดื่มกาแฟด้วยกันได้ คุณจะเลือกใครและทำไม
ถ้าเป็นไปได้ผมคงเลือก Frank Gehry เพราะเขาคือสถาปนิกที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าสถาปัตยกรรมสามารถเป็นงานศิลปะที่มีพลังและไร้ขีดจำกัดได้จริง ผมหลงใหลในความกล้าหาญของเขาที่เปลี่ยนเส้นสายอันซับซ้อนและรูปทรงที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ หากมีโอกาสได้ดื่มกาแฟด้วยกัน ผมอยากแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการจัดการกับ ความต่อเนื่องและพื้นที่ในงานออกแบบ และวิธีที่เขารักษาสมดุลระหว่างจินตนาการอันสุดโต่งกับฟังก์ชันการใช้งาน เพราะสำหรับ REAL AS TECT แล้ว ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการทำให้งานศิลปะชิ้นหนึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

Patta House | Image courtesy of REAL AS TECT







