Local Myths #2: ดินแดนในรอยต่อ รวมเรื่องเล่าจากท้องถิ่นผ่านผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงภูมิทัศน์ ความทรงจำ และการมีส่วนร่วมของผู้ชมเข้าด้วยกัน
TEXT: PEERAWICH RUANGPENG
PHOTO COURTESY OF BANGKOK ART AND CULTURE CENTRE (BACC)
(For English, press here)
เมื่อย่างเท้าเข้านิทรรศการ สิ่งแรกที่ผู้เขียนเห็นอยู่ที่ทางเข้างานเลยคือผลงาน‘นัยแม่น้ำ’ โดย ธนนันท์ ใจสว่าง ที่สื่อแสดงนัยยะของแม่น้ำผ่านปลาแค้ ตัวหนึ่งที่นอนแอ้งแม้งอยู่ ในเวลาเดียวกันกับที่ผู้ชมนิทรรศการคนหนึ่งที่กำลังนั่งเย็บปักเศษผ้าผืนเล็กๆ บนตัวปลาแค้ ใกล้ๆ กัน ‘Arsenic Bombs’ โดย ธ.ดา แล๊ป จัดวางงานปั้นหล่อของพื้นผิวเลนโคลนใต้แม่น้ำพร้อมกับหูฟังที่เปิดเสียงคลื่นใต้น้ำของแม่น้ำที่เมื่อหยิบมาใส่กลับให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังอยู่ใต้แม่น้ำกก ทำให้ย้อนกลับไปนึกถึงข่าวเรื่องสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกกอยู่เนืองๆ พาลชวนคิดไปว่าผลงานในนิทรรศการนี้กำลังจะสื่อสารอะไรกับผู้ชมกัน
‘Local Myths: ความงามตามพื้นเพ’ ที่จัดขึ้นเมื่อปี 2568 โดย BACC ได้ชวนให้เราสำรวจ ‘ท้องถิ่น’ และตั้งคำถามถึง ‘ความงาม’ ว่าความงามนั้นเป็นของใคร หรือใครเป็นคนที่นิยามมัน โดยในปีนี้ได้กลับมาจัดอีกครั้งในธีม ‘Local Myths #2: ดินแดนในรอยต่อ’ ที่ได้หยิบยกเรื่องราวของท้องถิ่นมาเป็นเส้นเรื่องหลักของนิทรรศการและได้นำประเด็นเรื่องภูมิทัศน์ ‘รอยต่อ’ มาร้อยเรื่องเล่ากับการรับรู้ในเชิงพื้นที่ที่มีต่อ ‘ท้องถิ่น’
ความน่าสนใจของนิทรรศการในครั้งนี้คือการเน้นให้ผู้ชมได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับผลงานหลายๆ ชิ้น ด้วยนานาอากัปกริยาทั้งเย็บ ปัก ถัก ร้อย ไถ ปั่น แตะ หรือผลงานบางชิ้นที่อนุญาตให้ผู้ชมเข้าไปจับอย่างไม่มีข้อห้าม ชิ้นงานหนึ่งที่โดดเด่นก็คือ ‘Churning Skate’ แรมป์สเก็ตบอร์ดหนึ่งในในชุดผลงาน the Ritual of Things ของกลุ่มศิลปินบ้านนอก ความร่วมมือทางศิลปวัฒนธรรม ที่สร้างแพลตฟอร์มทางศิลปะที่กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรมที่ต่างกันมาไว้ในพื้นที่เดียวกันโดยขับเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเข้ามาไถสเก็ตในหอศิลป์จริงๆ และคงจะมีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่คนเราจะได้ไถสเก็ตในหอศิลป์ ที่โครงการเชื่อมโยงชุมชนหนองโพ และ Mr.Wilson Skatehalle ชุมชนชายขอบเมือง Kassel ในเยอรมนีเมื่อปี 2567 โดยเล่นล้อไปกับการกวนเกษียรสมุทร ที่มีการละเล่นในพื้นที่จำลองที่เป็นแรมป์ขนาดใหญ่ (ดูเพิ่มเติมได้ผ่านสูจิบัตรงาน)

นอกจากนี้ก็ยังมีเบาะและเก้าอี้วางให้เรานั่งชมคนไถสเก็ต จะนั่งพูดคุย จะหยิบหนังสือพิมพ์ ‘Baan Norg Post’ ใกล้ๆ มาอ่าน หรือแม้แต่จะนั่งชมหนังใหญ่ที่ฉายบนผนังใกล้ๆ กันอย่าง ‘Churning Milk: the Rituals of Things’ อีกหนึ่งผลงานในชุดเดียวกันที่เราจะเห็นได้ว่าแรมป์สเก็ตนี้เป็นพื้นที่กลางที่นำเก้าอี้มาจัดกลุ่มตั้งสภากาแฟ จะเป็นทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย หรืออีกหลากหลายกิจกรรมที่ทำได้ในพื้นที่เดียวราวกับจำลองพื้นที่สาธารณะ ที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนต่างจังหวัดมาไว้ในหอศิลป์

‘ภูมิทัศน์ระหว่างการเคลื่อนผ่าน’ โดย ฟาร์มจดจำ อาร์ตสเปซ คอลเลกทีฟ ที่เล่าความทรงจำของเมืองนครปฐม ผ่านผู้คนหลายช่วงวัยที่อนุญาติให้เราสามารถปั่นจักรยานชมโมบายของทารกราวกับว่าเราในวัยผู้ใหญ่กำลังนกชมไม้บนอยู่จริงๆ จักรยานอีกคันหนึ่งใกล้ๆ กันก็จำลองบรรยากาศการปั่นจักรยานริมแม่น้ำของนครปฐมแบบ virtual ที่ทำให้หวนย้อนไปนึกถึงแก๊งจักรยานที่อยู่ใน ‘ความจดจำ’ ช่วงวัยเด็กที่เราได้เคยเที่ยวเล่นกันในหมู่บ้านโดยนำเสนอผ่านหน้าจอโทรทัศน์ที่ฉายให้เห็นบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิดที่เราอาจหาได้ยากในกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติประดิษฐ์

จากชิ้นงานของสองกลุ่มศิลปินที่กล่าวมานี้ ได้ทำให้ผู้เขียนหวนย้อนกลับไปคิดถึงบ้านที่ต่างจังหวัดของผู้เขียนจากปักษ์ใต้ที่ยังคงพื้นที่ธรรมชาติไว้ และหากมองเนื้อหาในนิทรรศการแล้วผู้เขียนกลับไม่เห็นภาพของตึกสูงระฟ้าแบบ International Style ที่ทำลายประเพณีและวัฒนธรรมเมืองเก่า ภาพของตึกระฟ้าตามต่างจังหวัดที่ว่านี้ก็นับว่าหาได้ยาก ภาพความบ้านๆ ที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติก็นับได้ว่าหาได้ยากยิ่งในตัวเมืองหลวง นิทรรศการนี้จึงพาเราออกนอกตัวเมือง กลับไปสัมผัสกับธรรมชาติและวัฒนธรรมเพียงชั่วขณะ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังเห็นถึงนัยยะของการรวมศูนย์อำนาจและทุนนิยมที่ก่อตัวอย่างเหนียวแน่นในเมืองหลวง ที่มองออกไปข้างนอกก็จะเป็นตึกระฟ้ามากมายก็ตาม

นอกจากนี้ชิ้นงานส่วนหนึ่งได้เรียกร้องให้ผู้ชมได้เข้ามามีส่วนร่วมกับชิ้นงานเพื่อให้งาน ‘จบ’ ในตัวมันเอง ความหมายก็คือศิลปินกำลังจัดแสดงงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะหากเราย้อนกลับไปมองที่ชื่อ ‘ดินแดนในรอยต่อ’ รอยต่อที่ว่าก็คือรอยต่อระหว่างชิ้นงานและผู้ชมที่พร่าเลือนลง ผู้ชมได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่ชื่อว่า ‘พื้นที่จัดแสดง’ ความหมายของงานจึงไม่ได้ตายตัวแค่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าแต่ความหมายนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละผู้ชม และเมื่อมีผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมกับชิ้นงานจึงเป็นชิ้นงานและมีความหมายที่เสร็จสมบูรณ์

‘Local Myth #2: ดินแดนในรอยต่อ’ จัดแสดงผลงานของ 9 กลุ่มศิลปินทั้ง ชลิต สภาภักดิ์, ปรีชา รักซ้อน และ วัชรนนท์ สินวราวัฒน์, ณัฐปคัลภ์ เข็มขาว, ธ.ดา.แล๊ป, ธนนันท์ ใจสว่าง, บ้านนอก ความร่วมมือทางศิลปวัฒนธรรม, ฟาร์มจดจำอาร์ตสเปซ, สุดาภรณ์ เตจา, ไส้ติ่ง : โซไซตี้ และ อุบัติสัตย์ x ช่างทอผ้าศรีดอนชัย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 มิถุนายน – 13 กันยายน 2569 ชั้น 8 หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC)


