PN HOUSE

PN House เริ่มต้นใหม่กับบ้านหลังเดิม งานรีโนเวทบ้าน 20 ปี เพิ่มระแนงไม้ เสริมทางเดิน เปิดพื้นที่ให้บ้านหายใจอีกครั้ง

TEXT: PHARIN OPASSEREPADUNG
PHOTO: SOOPAKORN SRISAKUL

(For English, press here)

PN House คือบ้านไม้ขนาดสองชั้น สีไม้สักตัดกับสีครีมอ่อนละมุนตา ตั้งอยู่ในพื้นที่ขนาด 419 ตารางเมตร ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของแมกไม้สีเขียว พร้อมด้วยคอร์ทน้ำกลางบ้าน แค่เห็นก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและอยากพักผ่อน บ้านหลังนี้เกิดจากงานออกแบบรีโนเวท จากสตูดิโอสถาปัตย์ Design in Motion กับโจทย์เปลี่ยนบ้านเดิมอายุ 20 ปี ให้กลายเป็นพื้นที่บ้านที่เจ้าของ 2 คน และสัตว์เลี้ยงอีก 5 ชีวิต สอดคล้องกับจังหวะการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว

ด้วยความที่อาคาร 2 ชั้นหลังนี้มีอายุมามากกว่า 20 ปี บ้านเดิมเป็นเพียงบ้าน 2 ชั้นสีขาวเรียบง่าย หน้าต่างกรอบอลูมิเนียมสีเงิน และคอร์ทดินกลางบ้าน โจทย์หลักของเจ้าของบ้านมีความต้องการอยากปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้จากคอนกรีต ให้เป็นไม้ และฟังก์ชันบางส่วนของบ้านที่ปรับใหม่ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม อาคารหลังนี้จึงถูกเก็บไว้เพียงแค่โครงสร้างเดิม แต่ก็ได้รับการแปลงโฉมใหม่จนแทบจะจำเค้าโครงเดิมไม่ได้

เริ่มต้นที่ทางเข้าบ้านก่อน เดิมบ้านหลังนี้เป็นอาคารโรงรถแยกออกมาจากตัวบ้านยื่นออกมาเพื่อทำหน้าที่เป็นลานจอดรถ ปัจจุบันได้ถูกรื้อถอนออกไปตามความต้องการของเจ้าของบ้าน พร้อมย้ายพื้นที่จอดรถเข้าไปไว้ด้านในฝั่งขวาของตัวบ้านเพื่อซ่อนโรงรถให้เห็นเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน และเปิดให้พื้นที่หน้าบ้านโล่งมากขึ้นกว่าเดิม ปรับเปลี่ยนจากรั้วเก่าให้รั้วเหล็กกลม ทำสีให้กลมกลืนกับสีไม้สักของตัวบ้าน พร้อมระดับความสูงที่เหมาะกับการใช้งาน และไม่ปิดทึบจนเกินไป

ถัดมาคือการจัดการกับพื้นที่ชั้นหนึ่งใหม่ด้วยฟังก์ชันที่ถูกจัดเรียงใหม่ คือ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องทำงาน เรียงกันล้อมรอบคอร์ทกลางบ้านถูกปรับให้สอดคล้องกับการใช้งานฟังก์ชันใหม่ ส่วนในแง่ของความสวยงามและเหมาะสม สถาปนิกปรับเปลี่ยนพื้นที่ด้วยการทุบกำแพงเก่าของชั้นหนึ่งออกไปเกือบทั้งหมด ให้เหลือเพียงเสา คาน และโครงสร้างเดิมไว้เท่านั้น

จากโครงสร้างเดิมทำให้แต่ละห้องนั้นเชื่อมถึงกัน กลายเป็นว่าถ้าต้องการใช้งานสักห้องหนึ่งจะต้องเดินผ่านอีกห้องหนึ่ง สถาปนิกเลือกถอยพื้นที่ด้านหน้าของแต่ละห้องลงมาประมาณ 1 เมตร เกิดเป็น ‘ทางเดิน’ ขนาดพอดีล้อมรอบคอร์ท เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น คือไม่ต้องเดินผ่านแต่ละห้องเพื่อใช้งานห้องที่อยู่ข้างๆ สามารถเลือกเข้าประตูของแต่ละห้องได้เลย แถมยังช่วยให้ลมและอากาศหมุนเวียนได้ดีมากขึ้นอีกด้วย อีกทั้งโครงสร้างเดิมที่ยังคงอยู่ ทำให้พื้นของชั้นสองเดิมยังทำหน้าที่เป็นกันสาดให้กับทางเดินของชั้นหนึ่งอีกด้วย เสริมด้วยม่านบางๆ ทำให้แดดไม่ส่องเข้ามาโดยตรงนัก

นอกจากบ้านหลังนี้จึงมีความอบอุ่นและโปร่งสบายเพิ่มมากขึ้นด้วยทางเดินแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อบรรยากาศของบ้านมากขึ้น คือ คอร์ทใจกลางบ้านที่แต่เดิมคือคอร์ทดิน ปรับเปลี่ยนกลายเป็นคอร์ทน้ำรายล้อมไปด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ม ทำให้อากาศยิ่งเย็นสบายขึ้นมากกว่าเดิม รวมถึงสวนโดยรอบๆ ของตัวบ้านที่เพิ่มลงไป สร้างความร่มรื่นมากกว่า เพิ่มความสบายตามากกว่าเดิม

นอกจากนี้แล้ว สถาปนิกยังต้องการเสริมความโปร่งโล่งให้บ้านด้วยการเลือกใช้ประตูบานสไลด์ขนาดใหญ่สำหรับห้องต่างๆ ในบริเวณชั้นหนึ่ง โดยเฉพาะห้องครัว เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่รักในการทำอาหาร และดริปกาแฟของเจ้าของบ้าน และอีกหนึ่งความรักของบ้านหลังนี้คือเหล่าสัตว์เลี้ยงทั้ง 5 ตัว งานออกแบบที่คำนึงถึงประตูขนาดเล็กสำหรับพวกเขา เลือกเปิดและปิดได้ตามช่วงเวลาที่ต้องการ ทำให้น้องแมวก็มีพื้นที่เดินเล่นบริเวณทางเดินริมคอร์ท และพื้นที่ในบ้าน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหลุดออกไปซนที่ไหน

เมื่อขยับขึ้นมาที่ชั้นสอง ประกอบไปด้วยห้องนอนมาสเตอร์และห้องนอนแขก ฟังก์ชันของห้องนอนด้านบนยังคงอยู่เหมือนเดิม ต่างกันที่มีการเพิ่ม ‘บันได’ ใหม่เข้ามา ด้วยการรื้อพื้นที่ห้องนอนที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออกไป ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงห้องนอนหลักของบ้าน และห้องนอนแขกอีก 1 ห้อง ที่ตอนนี้เป็นห้องสำหรับน้องแมวไปโดยปริยาย บันไดนี้จัดวางไว้บริเวณด้านขวาของบ้าน เชื่อมต่อมาจากโรงจอดรถของบ้าน เพื่อความสะดวกในการใช้งานของแขก

เมื่อเดินขึ้นมาที่ชั้น 2 ด้วยบันไดเดิมจะสามารถเจอห้องนอนหลัก แต่ก่อนจะถึงห้องนอนหลักของครอบครัว เราเจอกับระเบียงบ้าน ซึ่งเป็นส่วนของห้องนอนเดิมที่ไม่ใช้งานแล้ว พื้นที่ขนาดกว้าง สามารถเป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ในวันสบายๆ พร้อมด้วยแคร่ไม้ เก้าอี้ และต้นไม้แทรกอยู่ประปราย หากมองจากด้านนอก จะเห็นเป็นแผงระแนงไม้ทรงจั่ว ล้อกันไปกับหลังคาจั่วเดิมของบ้าน เป็นทั้งระแนงขนาดยาวที่ช่วยทั้งกันแดดและฝน และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านได้อีกด้วย แถมยังเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของอาคารหลังนี้ที่มองจากไกลๆ ก็เห็นได้ชัดเจน

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สถาปนิกแอบหยอดไว้ในงานนี้ คือการออกแบบกฎเกณฑ์บางอย่าง เช่น การเลือกใช้หน้าต่างกรอบสีเบจเป็นหลักในพื้นที่ชั้นหนึ่ง และหน้าต่างกรอบไม้ในชั้นสองเท่านั้น เพราะพื้นที่ชั้นล่างต้องการการเปิดโล่ง การใช้งานที่สะดวก อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ common area จึงเหมาะกับประตูและหน้าต่างบานใหญ่ เปิดได้ง่าย ในขณะที่ชั้นสองนั้นเลือกใช้หน้าต่างไม้เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว และหยอกล้อไปกับงานออกแบบทั้งหมดของบ้านด้วยเช่นกัน

ท้ายสุดกับเรื่องของวัสดุหลักของบ้าน เพราะเจ้าของบ้านชอบในงานไม้ งานออกแบบ PN House จึงเลือกใช้ไม้สัก หรือ Burmese teak ตามความชื่นชอบของเจ้าของบ้านมาเป็นวัสดุหลัก ส่วนผนังด้านนอกเลือกใช้โทนสีเบจอ่อน เพื่อให้ตัดกันกับสีไม้สักอย่างลงตัว รวมถึงเปลี่ยนหลังคาเดิมให้เป็นหลังคาไม้ซีดาร์ เพื่อให้ไปด้วยกันกับภาพรวมของสถาปัตยกรรมทั้งหมด

เพราะงานออกแบบรีโนเวทอาคารเดิมรูปแบบนี้ก็เปรียบเสมือนการวาดรูปต่อเติมจากที่มีคนวาดมาไว้ก่อน เราต้องหาวิธีใหม่ๆ เส้นสายขีดเขียนภายใต้ข้อจำกัดเดิม เพื่อสร้างสรรค์งานใหม่ที่ต่างจากเดิม บ้าน PN House เองก็เช่นกัน สถาปนิกหาวิธีในการเติมนิด ถอยหน่อย เสริมบางส่วน เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านมากที่สุดทั้งฟังก์ชันและความสวยงามตามที่เราได้เห็น

design-in-motion.net
facebook.com/designinmotionstudio