เปิดบทสัมภาษณ์ Aaron Nieh แห่ง aaronniehworkshop ที่ถ่ายทอดมุมมองต่อการทำงานกราฟิกดีไซน์ การเลือกขอบเขตที่เหมาะสม และการเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในงานออกแบบ จากประสบการณ์กว่า 20 ปี
TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO COURTESY OF AARONNIEHWORKSHOP
(For English, press here)
Aaron Nieh เป็นผู้ก่อตั้งและอาร์ตไดเรกเตอร์แห่ง aaronniehworkshop และนักออกแบบชาวไต้หวันคนแรกที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วม Alliance Graphique Internationale (AGI) ในปี 2012 ทั้งยังได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องจากบทบาทและอิทธิพลที่มีต่อพัฒนาการของวงการกราฟิกดีไซน์ในคอมมูนิตี้ผู้ใช้ภาษาจีนตลอดเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา

Caged Time

Quartett
ในงาน ‘Design Perspectives x Golden Pin Salon Bangkok 2026’ ที่ The Standard, Bangkok Mahanakhon ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Aaron เป็นหนึ่งในวิทยากรคนสำคัญที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จากเส้นทางการทำงานอันยาวนานและผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดย aaronniehworkshop (ANW) ซึ่งนำโดย Aaron และ Even Chen ทำงานออกแบบอัตลักษณ์แบรนด์ (brand indentity) มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลงานโดดเด่นในแวดวงดนตรี สิ่งพิมพ์ ศิลปะ และโปรเจกต์สาธารณะ ด้วยแนวทางการออกแบบที่มีลักษณะเฉพาะตัว ผลงานของสตูดิโอจึงเปิดให้เกิดการตีความได้ในหลายระดับ ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับกราฟิกดีไซน์ออกมาอย่างชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย

Formosa Love

No. 223
art4d: เราเห็นว่า aaronniehworkshop ทำงานค่อนข้างหลากหลาย อยากให้ช่วยเล่าหน่อยว่าขอบเขตงานของสตูดิโอไปถึงตรงไหนบ้าง
Aaron Nieh: หลักๆ แล้วผมให้ความสำคัญกับงานกราฟิกดีไซน์และการสื่อสารด้วยภาพ แต่ผมคิดว่าที่เราได้ทำงานหลายประเภทขนาดนี้เป็นเพราะลูกค้าของเรามาจากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณมาก เพราะแต่ละคนเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
ตลอดมาผมได้ทำงานออกแบบที่หลากหลายมาก ถ้าย้อนกลับไปเมื่อราว 20 ปีก่อน ตอนที่ผมเริ่มต้นจากการออกแบบปกอัลบั้มและหนังสือ ผมก็คิดมาตลอดว่าตัวเองน่าจะทำอะไรได้มากกว่านั้น อีกอย่างคือผมสนใจกราฟิกดีไซน์ในหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจจิ้ง แบรนดิ้ง visual identity การออกแบบตัวอักษร การออกแบบระบบป้าย หรือ computational art ผมจึงพยายามเปิดรับโปรเจกต์ใหม่ๆ เพื่อทดลองและพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถไปได้ไกลแค่ไหน ซึ่งก็ย้อนกลับมาที่เรื่องขอบเขตการทำงาน ผมรู้ดีว่าอะไรที่ตัวเองเชี่ยวชาญและอะไรที่ไม่ใช่ เราจะไม่รับงานที่ต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะทางนอกขอบเขตของสิ่งที่เราทำอยู่ อย่างการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือการออกแบบพื้นที่ แต่จะเลือกทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาเหล่านั้นมากกว่าครับ

Real Type, Fake Medium (假平面)

Real Type, Fake Medium (假平面)
art4d: แล้วเวลาทำงานที่ครอบคลุมหลายแขนงแบบนี้ คุณรักษาทิศทางของตัวเองไว้ได้ยังไง
AN: อย่างแรกเลยคือ ถ้าเราไม่แน่ใจ เราก็จะไม่ทำ เพราะนั่นหมายความว่าเราอาจยังมีความรู้หรือความเชี่ยวชาญไม่มากพอ และพอเป็นแบบนั้น ผมก็รู้ว่างานที่ออกมาย่อมไม่มีทางดีพอเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นต่อให้งานจะมีสไตล์หรือรูปลักษณ์แบบไหน สิ่งที่เราต้องเข้าใจให้ชัดเจนก่อนเสมอคือโครงสร้างของตลาด กลุ่มเป้าหมาย สาระที่ต้องการสื่อสาร และจุดประสงค์ของการสื่อสารครับ สิ่งเหล่านี้สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด จริงๆ แล้วงานที่เราทำมีความเป็นวิทยาศาสตร์อยู่มาก เพราะเรากำลังพยายามทำให้บางสิ่งสามารถฟังก์ชันได้ดีขึ้น ถึงผลงานของเราจะดูหวือหวาหรือมีทิศทางที่แตกต่างกันมากขนาดไหน เบื้องหลังสิ่งที่เห็นคือการพูดคุยกันอย่างไม่รู้จบ การคิดอย่างมีเหตุผล และการตัดสินใจบนพื้นฐานของตรรกะทุกครั้ง
art4d: แปลว่าคุณต้องคอยติดตามเทรนด์หรือความเคลื่อนไหวของตลาดอยู่เสมอเหรอ
AN: ไม่ครับ เราให้ความสำคัญกับกลยุทธ์มากกว่า ข้อมูลทางการตลาดจะช่วยบอกว่าเรากำลังสื่อสารกับใคร แต่เราไม่ได้ทำงานตามกระแสจริงๆ ที่ผลงานของเราเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา เป็นเพราะบริบทรอบตัวเปลี่ยนไป และรสนิยมของเราเองก็เปลี่ยนไปด้วย ตัวผมเองก็เปลี่ยนอยู่ตลอด สิ่งที่ผมเป็นเมื่อสองปีก่อน ห้าปีก่อน หรือสิบปีก่อน ย่อมไม่เหมือนกับตอนนี้

ExAvantGarde & NewOldSchool, album series packaging design for One Song Orchestra
art4d: หนึ่งในผลงานเด่นช่วงหลังของคุณคือการออกแบบอัตลักษณ์ทางภาพให้กับ Taichung Green Museumbrary ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลกอย่าง SANAA เราอยากรู้ว่าคุณตีความแนวคิดทางสถาปัตยกรรมที่ไม่คุ้นเคย อย่างการผสานห้องสมุดเข้ากับพิพิธภัณฑ์ เพื่อนำมาพัฒนาเป็น visual identity ได้ยังไง
AN: การนำธรรมชาติของพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดมารวมไว้ในองค์ประกอบเดียวเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเราพยายามทำแบบนั้นกราฟิกจะออกมาซับซ้อนเกินไป หรือไม่ก็จะมีในรูปแบบที่ทุกคนคุ้นเคยเกินไป ซึ่งล้วนไม่ใช่แนวทางของเราครับ แต่ข้อจำกัดนี้กลับเปิดโอกาสให้เราสร้างสัญลักษณ์รูปแบบใหม่ที่มีความเป็นกลางและเปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้ผู้คนสามารถตีความและต่อยอดจินตนาการของตัวเองจากสิ่งที่เห็นได้ ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความเรียบง่ายซึ่งสอดคล้องกับภาษาการออกแบบอันกระชับของ SANAA แต่ที่สำคัญกว่านั้น สำหรับผมมันยังสะท้อนแนวคิดร่วมสมัยของโลโก้ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามขนบเดิมๆ เท่านั้นด้วย

art4d: เราสังเกตว่าคุณมักใช้สีดำร่วมกับสีที่สะดุดตาในผลงาน สีดำมีความหมายอะไรเป็นพิเศษสำหรับคุณหรือเปล่า?
AN: ผมไม่เคยสังเกตเลย (หัวเราะ) แต่คิดว่าผมน่าจะชอบสีดำจริงๆ นั่นแหละ มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมองค์ประกอบต่างๆ ให้ดูนิ่งและลงตัวขึ้นได้ ขณะเดียวกันสีดำก็ทำให้งานดูมีเสน่ห์และมีชีวิตชีวามากขึ้นได้เหมือนกัน บางทีสำหรับผมมันอาจกลายเป็นสัญชาตญาณไปแล้ว เลยไม่เคยรู้ตัวว่ากำลังใช้มันอยู่
art4d: มีโปรเจกต์อะไรที่คุณอยากลองทำในอนาคตไหม?
AN: ผมยังไม่มีโปรเจกต์อะไรเป็นพิเศษในใจครับ งานอะไรก็ตามที่อยู่ในขอบข่ายของกราฟิกดีไซน์ ผมก็ยังอยากทำทั้งหมด แต่ก็นึกอยากลองออกแบบเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น หรือ object ธรรมดาๆ แบบมินิมอลสำหรับบ้านของตัวเองถ้ามีโอกาส แต่คงเป็นการทดลองส่วนตัวมากกว่าจะทำในฐานะนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ถึงจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานกราฟิกเลยก็ตาม สำหรับผม นั่นน่าจะเป็นวิธีหนึ่งในการลองก้าวออกไปนอกขอบเขตที่ตัวเองคุ้นเคย










