THE SHATTERED WORLDS

‘โลกร้าว: เรื่องเล่าขนาดย่อมจากเส้นทางโฮจิมินห์ถึงทุ่งหญ้าสเต็ปป์’ นิทรรศการใหญ่บน 4 พื้นที่จัดแสดงที่จะพาสำรวจผลกระทบของสงครามเย็นผ่านผลงานศิลปินร่วมสมัยจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยูเรเชีย

TEXT: TUNYAPORN HONGTONG
PHOTO: JUKKRIT HANPIPATPANICH EXCEPT AS NOTED

(For English, press here)

ปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปีของ James H.W. Thompson Foundation มูลนิธิที่ตั้งชื่อตาม Jim Thompson สถาปนิกชาวอเมริกันที่เคยทำงานกับกองทัพสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และผู้บุกเบิกพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยให้โด่งดังไปทั่วโลก งานนี้ The Jim Thompson Art Center จึงจัดนิทรรศการใหญ่ขึ้นที่ 4 สถานที่ โดยนอกเหนือจากแกลเลอรีของ The Jim Thompson Art Center แล้วก็ยังมีหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC), ห้องสมุด William Warren และพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน (Jim Thompson House Museum) โดยมีผลงานหลากหลายของ 13 ศิลปินจากทั้งไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยูเรเชีย บอกเล่าเรื่องราวผลกระทบของสงครามเย็นที่แม้จะเสมือนสิ้นสุดไปนานแล้ว แต่ยังคงหลงเหลือผลกระทบต่อการเมืองโลก

Bangkok Art and Cultural Centre (BACC)

ในนิทรรศการที่ BACC เราจะพบกับ ‘A Song from the Forest’ (2025) ของ วัชรนนท์ สินวราวัฒน์ เป็นผลงานชิ้นแรก ในห้องผนังสีแดงสดติดตั้งจิตรกรรมสีน้ำมันภาพทิวทัศน์ในพื้นที่สีแดงของภาคอีสานของไทย 3 ภาพ นอกจากความสวยแบบวังเวงของแต่ละภาพแล้ว สถานที่ที่วัชรนนท์เลือกวาดและชื่อผลงานก็ยังจุดประเด็นให้เห็นว่า การต่อสู้ระหว่างรัฐไทยกับคอมมิวนิสต์ในอดีตเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่แม้จะหลงเหลือผลกระทบมาถึงปัจจุบัน แต่คนส่วนมากกลับมองไม่เห็น อย่าง ‘คืนแล้วคืนเล่า’ ภาพทิวทัศน์ของดงพญาเย็นที่เคยเป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพลเพื่อปิดล้อมคอมมิวนิสต์ในอดีต แต่ปัจจุบันกลายเป็นอุทยานแห่งชาติที่หลายคนเข้าไปท่องเที่ยว และ ‘บทกวีของนายผี’ ก็เป็นชื่อที่ทำให้เราตีความดวงจันทร์ที่อยู่ในภาพถึงเพลง ‘คิดถึงบ้าน’ ที่แต่งโดย อัศนี พลจันทร หรือ นายผี (สหายไฟ) ระหว่างที่จากบ้านเกิดไปเข้าร่วมการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะชื่อของเพลงคิดถึงบ้านที่คนส่วนมากคุ้นเคยนั้นคือเพลง ‘เดือนเพ็ญ’ ที่พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ นำออกจากป่ามาบันทึกเสียงเป็นคนแรก ก่อนที่เพลงนี้จะถูกนักร้องอีกหลายคนนำมาร้องใหม่จนกลายเป็นเพลงที่เรารู้จัก แต่อาจไม่ทราบต้นกำเนิดที่มาของเพลง

ถัดมาเป็นผลงานของ ส้ม ศุภปริญญา ที่ขยับเรื่องของสงครามเย็นออกจากภูมิภาคอีสาน มาสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว ที่ตลอดมาตกอยู่ในความคลุมเครือและเหมือนคนแปลกหน้า แม้จะเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันก็ตาม ‘Two Corners of a Wall’ (2025) เป็นภาพถ่ายขนาดใหญ่สองภาพที่ติดบนผนังโค้งผนังเดียวกัน แต่เพราะความโค้งทำให้เกิดจุดที่ไม่สามารถมองเห็นภาพทั้งสองภาพเต็มๆ ภาพได้พร้อมกัน ภาพแรกเป็นภาพตึกเก่าที่มีป้ายเขียนว่า ‘แมคอาเฑอร์’ ในเชียงใหม่ ส่วนอีกภาพเป็นอาคารเก่าเช่นกัน แต่อยู่ในเวียงจันทน์และมีชื่อติดว่า ‘Atomic’ โดยทั้งสองชื่อต่างเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับสงครามเย็น คือ นายพล Douglas MacArthur ทหารที่มีชื่อเสียงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเกาหลีและสงครามเย็น ส่วนคำว่า Atomic ก็ทำให้นึกไปถึง Atomic bomb (ระเบิดปรมาณู) และ Atomic energy (พลังงานนิวเคลียร์)

แม้สงครามเย็นจะสิ้นสุดลงเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 แต่เงาของมันยังคงส่งผลต่อการเมืองโลก หลักฐานหนึ่งคือวิธีคิดของรัสเซียที่มีต่อยูเครนและชาติตะวันตก เมื่อยูเครนที่รัสเซียมองว่าอยู่ในจักรวรรดิของตน ต้องการเข้าร่วมกับ NATO รัสเซียจึงมองว่าเป็นภัยคุกคามและตัดสินใจรุกรานยูเครนในปี 2022

Rafal Milach และ The Sputnik Photos Collective ศิลปินจากโปแลนด์ประเทศพันธมิตรที่เหนียวแน่นของยูเครน มากับผลงานหลายชิ้นที่พูดเรื่องสงครามครั้งนี้ เริ่มจาก ‘Message from the Future’ (2022-2024) วอลเปเปอร์ลวดลายดอกไม้สีหวานติดบนผนังที่ฉีกขาดออกจนเห็นภาพของสงครามอยู่ด้านใน ‘UATLAS. War Migration Record’ (2022-2023) วิดีโอคำให้การของผู้ลี้ภัยชาวยูเครนในโปแลนด์ และ ‘Solidarity with Ukraine and Anti-War Protests in Warsaw, Poland’ (2022-2023) วิดีโอรวบรวมการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่สนับสนุนยูเครน

นิทรรศการที่ BACC ยังมีศิลปินจัดแสดงอีก 6 ราย แต่เราขอพูดถึงอีกหนึ่งผลงานที่กล่าวถึงผลกระทบของสงครามได้สะเทือนใจราวบทกวี นั่นคือ ‘Vision in the Darkness’ (2015) โดย ดินห์ คิว เล (Din Q. Le, 1968-2024) ศิลปินคนสำคัญของวงการศิลปินสมัยใหม่ในเวียดนาม โดยผลงานชิ้นนี้เป็นเรื่องราวของ ตรัน จุง ติ๋น (Tran Trung Tin, 1933-2008) ศิลปินคนสำคัญอีกคนหนึ่ง

‘Vision in the Darkness’ ประกอบไปด้วยวิดีโอสัมภาษณ์สมาชิกในครอบครัวของ Tin และเพื่อนๆ ของเขาที่รวมถึงเพื่อนศิลปินที่เคยทำงานให้กับกองทัพเวียดกงเช่นเดียวกับ Tin การสัมภาษณ์เป็นการพูดคุยถึงเรื่องราวของการที่ Tin เปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากการวาดภาพและเขียนบทโฆษณาชวนเชื่อให้กับกองทัพ มาเป็นศิลปินที่เขียนภาพแนว abstract ตั้งแต่ปี 1969 จนกระทั่งเสียชีวิต โดยในการวิเคราะห์ผลงานของ Tin นั้น แสดงให้เห็นบาดแผลในจิตใจของเขาที่เกิดจากสงครามและความผิดหวังในระบอบสังคมนิยมของเวียดนาม

The Jim Thompson Art Center

เมื่อย้ายเข้ามาที่ The Jim Thompson Art Center นิทรรศการจะมีเนื้อหาเข้มข้นมากขึ้น โดยผลงานจากทั้งสองห้องแกลเลอรีแสดงถึงความล้มเหลวของกลุ่มประเทศโลกที่สามที่พยายามรวมตัวกันก่อตั้งเป็นกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-aligned Movement หรือ NAM)

‘Two Meetings and a Funeral’ (2017) เป็นวิดีโออินสตอลเลชัน 3 จอ ความยาว 90 นาที ที่ Naeem Mohaiemen ศิลปินชาวบังกลาเทศที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก ใช้เล่าถึงการประชุมสองครั้งของ NAM คือการประชุมที่แอลจีเรีย ปี 1973 และการประชุมองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ที่ปากีสถาน ปี 1974 โดยศิลปินเปรียบเปรยว่าเป็น ‘การพบกันสองครั้ง’ ของประเทศกำลังพัฒนาในการสร้างแนวร่วมทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เป็นอิสระจากมหาอำนาจโลก แต่ความพยายามนี้กลับไม่อาจเป็นจริงได้ เพราะความแตกต่างด้านอุดมการณ์ การเมือง และผลประโยชน์ภายในกลุ่ม รวมถึงแรงกดดันจากสองขั้วอำนาจที่ทำให้สมาชิกแต่ละประเทศต้องโอนเอนไปข้างใดข้างหนึ่ง ความล้มเหลวของอุดมคตินี้จึงกลายเป็น ‘งานศพ’ ที่ศิลปินเปรียบเปรยในชื่อผลงาน

ในแกลเลอรีห้องที่สองเรียงรายไปด้วยภาพถ่าย เอกสาร และสื่อสิ่งพิมพ์มากมาย ทั้งหมดเป็นผลงานวิจัยของ Hyphen กลุ่มนักวิจัยจากอินโดนีเซีย เกี่ยวกับการประชุมที่เมือง Bandung ปี 1995 ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีซูฮาร์โตจัดขึ้นเพื่อรำลึกครบรอบ 40 ปี ของการประชุม Bandung ดั้งเดิมในปี 1955 ที่รัฐบาลในยุคสมัยของประธานาธิบดีซูการ์โนสร้างขึ้นเป็นหมุดหมายสำคัญในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม NAM อย่างไรก็ดี ถึงการประชุมในปี 1995 จะเป็นต้องการตอกย้ำบทบาทของอินโดนีเซียในการเป็นผู้นำทางการทูตของโลกที่สาม แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าซูฮาร์โตนั้นฝักใฝ่ฝ่ายตะวันตก และในนโยบายการเมืองก็ยังเป็นรัฐบาลเผด็จการที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่ออย่างชัดเจน

Hyphen สื่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงของการประชุม Bandung 1995 นี้ผ่าน ‘ดอกไม้’ ที่พวกเขานำเอาแบบของการจัดดอกไม้ต่างๆ จากการประชุมครั้งนั้น มาให้ศิลปินสร้างสรรค์เป็นงานปักผ้าและจิตรกรรม โดยเปรียบดอกไม้เหล่านั้นกับสวนกล้วยไม้แห่งหนึ่งใน Jakarta ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Ibu Tien Soeharto ภรรยาของประธานาธิบดีซูฮาร์โต และในพิธีเปิดสวนอย่างเป็นทางการก็ได้ซูฮาร์โตเป็นประธาน แต่ภายในสวนกล้วยไม้นั้นกลับให้ความสำคัญกับดอกไม้น้อยมาก เสมือนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่สวยงามเกินจริง

นอกจากนั้นในแกลเลอรียังมีผลงานของศิลปินอีกหลายคนจัดแสดงร่วมด้วย เช่น Basoeki Abdullah ศิลปินวาดภาพเหมือนที่โด่งดังจากศตวรรษที่ 20 ผู้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประธานาธิบดีซูฮาร์โตและวาดภาพเหมือนของชนชั้นสูงไว้มากมาย และศิลปินอีกคนที่หลายคนอาจพอจำกันได้จาก Bangkok Art Biennale คือ Nadia Bamadhaj ที่สนใจประเด็นทางสังคมการเมืองและสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิสตรี

Photo: Chitpon Paengwiengjan

Jim Thompson House Museum

ผลงานของประทีป สุธาทองไทย นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ Jim Thompson ผู้เป็นเจ้าของบ้านแห่งนี้ในสองด้าน คือ หนึ่ง-ในบทบาทของอดีตเจ้าหน้าที่ Office of Strategic Services (OSS) ที่ Jim Thompson เคยรับผิดชอบอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยได้รับมอบหมายภารกิจสนับสนุนขบวนการต่อต้านจักรวรรดิญี่ปุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งสนับสนุนกลุ่มเสรีไทย นอกจากนั้น OSS ยังเป็นรากฐานสำคัญของ Central Intelligence Agency (CIA) ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทางการเมืองและสังคมหลายเหตุการณ์ในประเทศต่างๆ และ บทบาทที่สอง-ในฐานะนักสะสมศิลปะวัตถุโบราณของภูมิภาค โดยจากผลงานทั้งสองชุดของประทีป ตัวตนทั้งสองด้านของ Jim Thompson ก็ส่งผลและร้อยเรียงกันกลายเป็นเนื้อเดียว

Photo: Chitpon Paengwiengjan

เริ่มจากงานชุด ‘Aerial photograph’ (1953-1954, 2025) ที่ศิลปินนำแผนที่ทางอากาศเก่ามาพิมพ์ลงบนกล่องไฟและครอบด้วยแก้วที่เป่าด้วยวิธีโบราณ แบบเดียวกับโหลแก้วที่ใช้ครอบพระพุทธรูป แผนที่ทางอากาศเหล่านี้ถูกจัดทำขึ้นโดยกระทรวงกลาโหมของไทยใน พ.ศ. 2494 ซึ่งเพราะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ทำให้ไทยสามารถผลิตแผนที่มาตราส่วน 1/50,000 ที่ครอบคลุมทั้งประเทศได้เป็นครั้งแรก รัฐบาลไทยจึงตอบแทนสหรัฐฯ ด้วยการให้เข้ามาตั้งฐานทัพอากาศในไทยในช่วงสงครามเวียดนาม

Photo: Chitpon Paengwiengjan

แผนที่ที่ประทีปเลือกมาจัดแสดงมีทั้งภาพถ่ายทางอากาศของลานบินในพื้นที่ภาคอีสานที่ขบวนการเสรีไทยเคยใช้ในช่วงสงคราม แผนที่ของเขาถมอรัตน์ เพชรบูรณ์ สถานที่ที่ Jim Thompson ได้โบราณวัตถุมาหลายชิ้นก่อนที่โบราณวัตถุเหล่านั้นจะถูกส่งออกนอกประเทศในช่วงเวลาที่คนไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับการสะสม และแผนที่ทางอากาศของอยุธยา อีกหนึ่งจังหวัดที่ Jim Thompson ได้ตัวบ้านเก่ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งในบ้านไทยของเขาที่กรุงเทพฯ โดยประเด็นที่ร้อยเรียงเรื่องการทำแผนที่และวัตถุโบราณเข้าไว้ด้วยกัน คือ การที่ประเทศไทยจัดทำแผนที่เป็นครั้งแรกในสมัยนั้นได้จุดประกายให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องการค้นคว้าทางโบราณคดี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการสร้างความเป็นชาติขึ้นมาอย่างที่สหรัฐฯ ต้องการ

  • Photo: Chitpon Paengwiengjan

เรื่องความเป็นชาติไทยยังเห็นได้ใน ‘Paintings from Publication Covers’ (2010-2025) ผลงานอีกชุดหนึ่งของประทีปที่จัดแสดงในเรือนไทยหลังเล็ก ในผลงานชุดนี้ ประทีปนำเอาปกหนังสือเก่าหลายเล่มที่เป็นหลักฐานของสงครามเย็นในอดีตมาวาดขึ้นใหม่ เช่น หนังสืออสท.ที่ปกเป็นภาพศาลาไทยในงานเอ็กซ์โปที่ปารีส หนังสือของ น. ณ ปากน้ำ ที่เป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่พูดถึงเรื่องโบราณคดีในอยุธยา หนังสือโบราณคดีเบื้องต้น และหนังสือกลอนลำลาวที่เป็นหลักฐานของการเผยแพร่แนวคิดสงครามเย็น เพราะสมัยนั้นในพื้นที่ทางภาคอีสานที่มีการปะทะกันกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ มีการใช้กลอนลำลาวขับร้องเพื่อปลุกใจกัน โดยปกหนังสือแต่ละเล่มที่เขาวาดขึ้นใหม่ด้วยสีอะคริลิกเป็นการวาดที่เหมือนของจริงมากจนกลมกลืนไปกับจิตรกรรมและเอกสารเก่าชิ้นอื่นๆ ที่จัดแสดงถาวรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เช่นเดียวกับผลงานภาพถ่ายทางอากาศในครอบแก้ว และที่ผลงานทั้งสองชุดมีเหมือนกันอีกอย่างก็คือ ศิลปินเพียงนำหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีมาอยู่แล้วมาสร้างขึ้นใหม่ โดยไม่ได้นำเสนอความคิดเห็นที่ชี้นำไป

William Warren Library

‘Ban Krua Ban Khaek’ (2025) ของ คีต์ตา อิสรั่น น่าจะเป็นผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ที่ให้ความรู้สึกใกล้ตัวกับผู้ชมมากที่สุด ปัจจุบัน คีต์ตาอาศัยและทำงานอยู่ที่ปัตตานีและนราธิวาส แต่เธอเกิดที่กรุงเทพฯ และเคยอาศัยอยู่ในชุมชนบ้านครัวที่ตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบ ฝั่งตรงข้ามกับบ้านของ Jim Thompson

ชุมชนบ้านครัวเป็นชุมชนของชาวจามมุสลิมที่ในอดีตเคยเข้ามาร่วมกับกองทัพไทยเพื่อรบกับพม่าใน พ.ศ. 2328 หลังจากที่ไทยชนะสงครามครั้งนั้น รัชกาลที่ 1 จึงพระราชทานที่ดินริมคลองมหานาคและคลองแสนแสบให้กับชาวจามเข้ามาตั้งรกรากเพื่อเป็นรางวัลตอบแทนความดีความชอบ ชาวจามนั้นมีภูมิปัญญาเรื่องการทอผ้าอยู่แล้ว เมื่อเข้ามาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้สมัยต้นรัตนโกสินทร์จึงทอผ้าไหมชั้นดีส่งให้ราชสำนัก และต่อมาก็ยิ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเมื่อเป็นชุมชนที่ทำหน้าที่ทอผ้าไหมให้กับ Jim Thompson1

ผลงานของคีตต์ตาส่วนหนึ่งจึงบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนและการทอผ้าเหล่านี้ โดยเธอนำผ้าขาวมาพิมพ์ลายเป็นแผนที่ชุมชน ติดตั้งห้อยลงมาตรงช่องกลางห้อง เหมือนกับมุ้งที่คนในชุมชนเคยใช้ในบ้าน นอกจากนั้น เธอยังนำเศษผ้าไหมของ Jim Thompson มาเย็บเป็นปลอกหมอนจัดวางอยู่บนโซฟาในห้องสมุด และมีเครื่องปั่นด้ายเก่าที่หยิบยืมมาจากชุมชนเป็นวัตถุพยานของเรื่องราวในอดีต แต่เรื่องราวของชุมชนบ้านครัวไม่ได้หมดแค่นั้น เพราะราวปี 2530 รัฐบาลต้องการพัฒนาเมืองโดยมีโครงการสร้างเส้นทางพิเศษแจ้งวัฒนะ-บางโคล่ ที่ตามแผนเดิมจะต้องมีการเวนคืนที่ดินในชุมชนแห่งนี้ ชาวชุมชนจึงรวมตัวกันต่อต้านและเกิดเป็นวิกฤตที่มีการเผาไล่ที่กัน คีต์ตาจึงใช้เขม่าควันมาวาดเป็นรูปคนที่เลือนรางบนกระดาษและบนผ้าผืนยาว 18 เมตร ตามช่วงเวลา 18 ปีที่เธอมีความทรงจำร่วมกับชุมชนแห่งนี้

แม้สุดท้ายแล้ว ชุมชนบ้านครัวสามารถรอดพ้นจากการเวนคืนที่ดินครั้งนั้นและยังคงตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบที่เดิมมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ชุมชนที่อยู่มายาวนานกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลายครอบครัวดั้งเดิมย้ายออกไปอาศัยอยู่ที่อื่นเช่นเดียวกับครอบครัวของคีต์ตา และมีผู้คนจากที่อื่นๆ อพยพเข้ามาอยู่ใหม่ เกิดเป็นชุมชนบ้านครัวเหนือและบ้านครัวใต้ รวมทั้งคนในชุมชนก็แตกแยกกันทางความคิด โดยส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่าเป็นผลมาจากการเวนคืนครั้งนั้นที่บางคนเห็นด้วย บางคนไม่เห็นด้วย เพราะได้ผลประโยชน์แตกต่างกันไป ความแตกแยกนี้แม้จะเป็นในระดับชุมชน แต่ก็อาจเป็นตัวแทนให้เห็นความแตกแยกที่ดำรงอยู่ในภาพใหญ่ของสังคมทุกวันนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่สงครามเย็นได้วางรากฐานความขัดแย้งในการเมืองไทย ระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ยึดถือกับอำนาจรัฐแบบจารีตและฝ่ายเสรีนิยมที่เรียกร้องความเท่าเทียมกัน

นิทรรศการ ‘โลกร้าว: เรื่องเล่าขนาดย่อมจากเส้นทางโฮจิมินห์ถึงทุ่งหญ้าสเต็ปป์’ (The Shattered Worlds: Micro Narratives from the Ho Chi Minh Trail to the Great Steppe) คัดสรรโดย กฤติยา กาวีวงศ์ ร่วมกับ รินรดา ณ เชียงใหม่ และ ชนพล จันทร์หอม จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน จนถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2568

_

1 อ้างอิงจาก silpa-mag.com

bacc.or.th
jimthompsonartcenter.org

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *