BLUEPRINT OF THE APOCALYPSE

ชวนดูภาพ ‘ฝุ่น’ ปัญหาไร้พรมแดนที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ บนความล่มสลายที่เกิดในภูมิภาค ผ่านนิทรรศการ Blueprint of the Apocalypse โดย กาญจน์ นทีวุฒิกุล

TEXT: KANDECH DEELEE
PHOTO: PREECHA PATTARA 
EXCEPT AS NOTED

(For English, press here)

ท่ามกลางวิกฤตเรื่องพรมแดนที่กำลังระอุ แรงตึงเครียดในระดับโครงสร้างได้ขยายตัวลงไปเป็นความรุนแรงในแนวระนาบ เส้นล่องหนได้ย้ำความเป็นจริงในตัวมันเองผ่านความเสียหายที่สัมผัสได้อย่างเจ็บปวด ความไม่ลงรอยของถ้อยคำได้กลายเป็นชนวนที่ถูกจุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแผ่นผืนของรัฐทั้งสอง แต่พร้อมกันนั้นที่อีกฟากฝั่งของชายแดนก็ยังคงมีเรื่องบางเรื่องที่ยังเรื้อรัง ค้างคา และแก้ไขไม่ได้ เรื่องที่ไม่อาจใช้ความรุนแรงแบบเดิมปราบปรามให้เข็ดหลาบ เรื่องที่การรุกรานเริ่มต้นตั้งแต่แนวเขาเข้าสู่ใจกลางเมือง เรื่องที่ความรับผิดชอบไม่อาจซ่อนซุกเอาไว้ใต้ ‘พรม’ หรือถูกเบียดขับให้ลับลึกลงไปใน ‘แดน’ ใดได้ เรื่องที่ตอกย้ำว่าเราต่างต้องการความร่วมมือเพื่อรับมือกับสิ่งที่ดูเหมือนจะควบคุมไม่ได้หากไม่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ

เรื่องของ ‘ฝุ่น’

ไม่ใช่ว่าปัญหาเรื่องฝุ่นจะไม่เคยถูกพูดถึงหรือไม่มีพื้นที่สื่อใดให้ความสนใจ ตรงกันข้าม ฝุ่นถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเป็นข่าวที่รอฤดูกาลที่จะเอ่ย จากเลขขนาดอนุภาคที่ไม่คุ้นเคย ได้กลายมาเป็นคำฮิตติดปากที่รอจังหวะสำแดงตัวเมื่อถึงรอบปีของมัน ในที่สุดมันก็กลายเป็นเรื่องชาชินที่ผู้คนต้องอดทนและปรับตัว เพราะทุกครั้งที่สืบสาวถึงต้นเหตุ สาแหรกของฝุ่นที่เราพยายามคว้าก็กระจัดกระจายเหมือนกับคุณสมบัติไมครอนของมัน อยู่ในทุกที่แต่มองไม่เห็น

‘Blueprint of the Apocalypse: พิมพ์เขียววิวรณ์’ ของ กาญจน์ นทีวุฒิกุล (Khan Nathi) ตั้งต้นจากความพยายามที่จะเผยให้เห็นว่า ‘ฝุ่น’ เหล่านี้เป็นภาวะความล่มสลายที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ การไร้ความสามารถที่จะรับมือกับ‘วิกฤตภูมิอากาศร่วมสมัย’ ที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงเป็นการขยับภาพของวันสิ้นโลกให้ใกล้ขึ้น Apocalypse ในชื่อจึงไม่ใช่แค่ความเป็นไปได้ของภูมิทัศน์วันสิ้นโลกที่ ‘อาจจะ’ เกิด แต่เป็นภูมิทัศน์แห่งความล่มสลายที่ ‘กำลัง’ เกิด

Photo: Vinai Dithajohn

สิ่งแรกที่ได้เห็นและคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่เห็น เป็นผืนผ้าใบรูปสามเหลี่ยมทั้งสี่ผืนพาดขวางพื้นที่ห้องจัดแสดง จากรูปร่างและการจัดวางที่เหลื่อมซ้อนกัน จึงชวนสร้างจินตภาพที่ซ้อนทับเข้ากับแนวเขาที่พาดยาว ตั้งแต่เทือกเขาตะนาวศรีตลอดจนทิวเขาผีปันน้ำ ดินแดนซึ่งมักได้รับการกล่าวว่าเป็นต้นกำเนิดฝุ่นอีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาจากฝุ่นมากที่สุด ด้วยรูปแบบการจัดวาง จึงบีบให้การเดินชมนิทรรศการเป็นไปตามทางอันคดเคี้ยว ระยะห่างระหว่างผู้ชมกับชิ้นงานจึงถูกทำลายและกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ผู้ชมจึงตกอยู่ในห้วงล้อมของหุบเขา ดินแดนที่ม่านหมอกกำลังถูกแทนที่ด้วยฝูงควัน

ในด้านหนึ่งปรากฏเป็นแผนที่ดวงดาวที่ระบุฤกษ์ยามดีและร้ายที่ศิลปินได้รับการบอกเล่าจากแม่บ้านชาวเมียนมา แผนที่ดวงดาวจึงเป็นคืนแล้วคืนเล่าที่รัตติกาลและแสงดาวเฝ้าพาดทับหุบเขา การหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านของดวงดาวชี้ให้เราตระหนักว่าภูมิทัศน์อันสลับซับซ้อนนี้ดำรงอยู่มาตั้งแต่ก่อนอารยธรรมมนุษย์จะเริ่ม และเมื่อเราได้เข้ามาในฐานะผู้อาศัย เวลาทั้งดีและร้ายจึงเป็นสิ่งที่ทั้งเราและธรรมชาติต่างร่วมชะตาพร้อมกัน สอดคล้องไปกับอีกด้านหนึ่งของผืนผ้าใบที่ปรากฏภาพของอารยธรรมต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น รัฐฉานในเมียนมา, เชียงใหม่ในไทย, หลวงน้ำทาในลาว และสิบสองปันนาในจีน เมืองใหญ่เหล่านี้ต่างได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันทั้งสิ้น สีดำที่ขูดหยาบซึ่งเป็นภาพของแผนที่ ธง เมือง และทิวทัศน์ในธรรมชาติ จึงถ่ายทอดความเป็นจริงที่ว่าสิ่งเหล่านี้กำลังถูกฝุ่นเกาะ ภาพที่เห็นจึงไม่ได้เป็นการวาดแทนสิ่งกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังขยับไปถึงการที่ฝุ่นเข้าคุกคามและปกคลุมทั่วทุกหนระแหง ฝุ่นที่เราสร้างจึงกำลังเป็นผู้ร่างภาพ ภาพของการล่มสลาย ภาพแห่งความตาย

หลังข้ามพ้นเขาลูกสุดท้าย มีผลงานสีควันจำนวนห้าชิ้นที่เรียงตัวกันบนผนัง เพื่อแสดงให้เห็นถึงซากขี้เถ้าที่ทับถมกันจากการเผาไหม้ ฝุ่นได้เผยตัวเองผ่านพื้นผิวอันขรุขระ หยาบแห้ง และเปราะแตก ราวกับพร้อมจะปลิวร่อนออกมารุกรานเยื่อบุโพรงจมูกของผู้ชม จากคำบอกเล่าของศิลปิน เธอได้เข้าไปในพื้นที่ที่เคยถูกไฟป่าโหมไหม้เพื่อเก็บเศษไม้และขี้เถ้ามาใช้ในการทำงาน1 ในแง่นี้ ศิลปินจึง ‘จับฝุ่น’ ที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศให้มาปรากฏอยู่บนผืนผ้าใบในนามของศิลปะ สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจึงปรากฏกายเมื่อมันถูกทับถม คั่งค้าง และสะสม เค้าร่างที่แท้จริงของผู้ซึ่งคุกคามภูมิภาคนี้โดยไม่มีข้อยกเว้นเรื่องเส้นเขตแดนจึงถูกเผย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผืนผ้าใบทั้งห้านี้ปรากฏในลักษณะนามธรรม ยิ่งสะท้อนให้เราเห็นถึงขีดจำกัดของเราที่สามารถจับภาพของมันได้เพียงบางส่วนเสี้ยว พลานุภาพของมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมองเห็นได้ทั้งร่าง จนอาจกล่าวได้ว่าเรากำลังตกอยู่ในช่องท้องมหึมาของมัน สิ่งที่เห็นก็เป็นเพียงบางส่วนในผนังกระเพาะของมันที่กำลังค่อยๆ ย่อยเราอย่างเงียบเชียบ เพราะมันเพรียกร้องหากัน ฝุ่นผงเกาะอยู่บนพื้นผิวของผืนผ้าใบทั้งห้าจึงท้าทายผงฝุ่นที่สะสมอยู่ในร่างกายของเรา เราจึงรู้สึกถูกคุกคามด้วยอาการหายใจอย่างติดขัดเมื่อได้ชม มวลร่างของมันได้แทรกตัวลงไปในลำคอของเรา สิงสู่อยู่ในปอดของเรา ลิดรอนและเพิกถอนอายุขัยของเราจากภายในอย่างช้าๆ

Photo: Vinai Dithajohn

ข้างกันกับจิตรกรรมร่างฝุ่น มีประติมากรรมที่ประกอบขึ้นจากงานเครื่องสานพื้นถิ่นถูกจัดวางไว้ตรงมุมห้อง ทั้งไซดักปลาและหวดนึ่งข้าวต่างถูกเชื่อมติดกันและเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นหนาสีดำเมี่ยม ในทางหนึ่ง ประติมากรรมชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าฝุ่นได้แพร่กระจาย ตกค้าง และปนเปื้อนไปกับสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์ใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และหากจากขยับให้ไปไกลกว่านั้น ก็ไม่ใช่แค่ร่างกายของเราที่ถูกรุกราน แต่วิถีชีวิตของเราเองก็ถูกรุกรานเหมือนกับไซและหวดที่เปื้อนฝุ่น ต่อให้เราจะป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้าร่างกายด้วยนานาวิธี แต่ผืนดินและท้องน้ำต่างก็ได้รับผลกระทบจากฝุ่นไม่ต่างกัน ดังที่มีการตรวจพบปรอทในปลาซึ่งมีที่มาจากการตกสะสมของฝุ่น2 ข้าวเหนียวที่นึ่งในหวดและปลาที่ดักจากไซ ไม่ว่าจะมาจากแหล่งธรรมชาติเพียงใด เราก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของการปนเปื้อน ฝุ่นจึงหาทางกลับมาทำลายล้างเราอีกครั้ง ต่อให้พื้นที่แรกที่มันเหยียบจะไม่ใช่ร่างของเราก็ตาม และในเวลาเดียวกัน เราก็เป็นผู้ที่ทิ้งให้ภูมิปัญญาและมรดกแห่งเวลาของบรรพบุรุษให้ ‘จับฝุ่น’ ไม่มีความสามารถพอที่จะรักษาและส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป สายธารที่เราเคยภาคภูมิใจจึงอาจจะจบลงตรงนี้ ตรงที่ทุกอย่างถูกทิ้งให้ ‘ฝุ่นจับ’

Photo: Vinai Dithajohn

นอกจากนี้ หัตถกรรมเครื่องสานเหล่านี้ก็ซ้อนภาพเข้ากับไส้กรองอากาศ ทั้งที่อยู่ในตัวเราอย่างโพรงจมูกกับปอดและนอกตัวเราอย่างเครื่องฟอกอากาศที่กลายเป็นสินค้าที่ขายดีจนขาดตลาด3 ร่องรูที่เกิดขึ้นจากซี่ไผ่ที่ถูกสานได้กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของงานหัตถกรรมชนิดนี้ที่ละเล่นอยู่กับการกักกันและการปลดปล่อย ไซและหวดจึงเหมือนกับไส้กรองที่ควบคุมระดับของฝุ่นในอากาศ ฝุ่นที่พอกพูนจนร่องรูของซี่ไม้นั้นอุดตันจึงแสดงให้เห็นถึงความเพลี่ยงพล้ำและพ่ายแพ้ แม้จะรับมือได้ประมาณหนึ่ง แต่หากความเปลี่ยนแปลงระดับพหุภาคียังไม่เกิด ปอดและไส้กรองก็ไม่อาจจะยับยั้งและกักกันฝุ่นไม่ให้ข้ามเข้ามาเขตแดนของเราได้ ภาพของหัตถกรรมไม้สานที่มีแต่คราบเปื้อนจึงซ้อนเข้ากับภาพของปอดที่เต็มไปด้วยคราบดำ บิดเบี้ยวและนูนพอกเป็นเนื้องอกของการทำลายล้าง

ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหาเรื่องฝุ่นจึงกลายเป็นสิ่งที่เข้ามาท้าทายภูมิภาคของเราซึ่งกำลังเต็มไปด้วยแรงเครียดที่เบียดเสียดกันระหว่างเส้นพรมแดน ฝุ่นเผยให้เราเห็นถึงภูมิทัศน์ของภูมิภาคนี้ที่ล้วนเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน ชะตาของภูมิภาคจึงเป็นสิ่งที่เราต่างจะต้องเผชิญร่วมกันอย่างไม่อาจเลี่ยง ปัญหาของฝุ่นจึงอาจจะไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขได้ด้วยอำนาจอันเด็ดขาดหนึ่งเดียวจากรัฐใดรัฐหนึ่ง แม้จะระบุได้ว่ามันเกิดในพื้นที่ใดที่หนึ่งแต่เครือข่ายอันซับซ้อนและทับซ้อน ก็ย่อมชี้ให้เราเห็นว่าเราไม่อาจโยนความรับผิดชอบทั้งหมดไปยังแหล่งที่เกิดได้4 ปัญหาเรื่องฝุ่นจึงต้องการความร่วมมือในระดับพหุภาคีที่รัฐจะต้องหันหน้าคุยกัน หากยังเอาพรมแดนมาเป็นข้ออ้าง มองว่าเป็นเรื่องที่เกิดนอกรั้วบ้าน และต่างผลัดกันปัดความรับผิดชอบ ฝุ่นที่ปกคลุมห่มทับพวกเรานี้ก็จะไม่ได้เป็นฝุ่นมาจากการเผาไหม้ แต่จะเป็นฝุ่นแห่งความล่มสลายที่เกิดจากการพังทลายของภูมิภาค

นิทรรศการ Blueprint of the Apocalypse จัดแสดงที่ VS Gallery ระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 12 เมษายน 2569

_

1 Suwitcha Chaiyong. (2025). Art from ashes. Bangkok Post.
https://www.bangkokpost.com/life/social-and-lifestyle/3223829/art-from-the-ashes
2 ณัฐกานต์ อมาตยกุล. (2562). ไม่ใช่แค่ กทม. แต่ PM 2.5 (และผองเพื่อน) เป็นภัยได้ทุกที่แบบไม่มีพรมแดน:
ผศ. ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์
. The Momentum.
https://themomentum.co/pm25-dr-tanapon-phenrat-model/
3 ปณชัย อารีเพิ่มพร. (2562). PM 2.5 ทำเครื่องฟอกอากาศขายดี เดอะมอลล์เผยยอดขายโต 900% เซ็นทรัลสินค้าขาดตลาดทุกรุ่นทุกราคา. The Standard.
https://thestandard.co/air-purifiers-market-growth-because-pm25-crisis/
4 ยกตัวอย่างเช่น มีงานวิจัยศึกษาว่า ฝุ่นที่ภาคเหนือตอนบนกำลังประสบในหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมีที่มาจากโรงไฟฟ้าหงสาในลาวซึ่งเริ่มเปิดทำการในปี 2558 โดยผู้ที่เข้าไปลงทุนและให้การสนับสนุนโรงไฟฟ้าดังกล่าวก็เป็นกลุ่มทุนจากฝั่งไทยเอง ปัญหาของฝุ่นจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องการความร่วมมือระหว่างรัฐในระดับนโยบาย ไม่อาจผลักให้เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว และนี่ก็ไม่ใช่ที่มาเดียวของฝุ่นทั้งหมดที่เรากำลังประสบ ดู ปัญหาฝุ่นจากโรงไฟฟ้าหงสา เพิ่มใน ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล และคณะ. (2561). โครงการวิจัยเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพชุมชนที่มีความเสี่ยงจากโครงการพัฒนาในพื้นที่ชายแดน: กรณีผลกระทบจากโรงไฟฟ้าหงสา ในจังหวัดน่าน. ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

facebook.com/VSGalleryBangkok