‘มอด มอด’ นิทรรศการโดย กนกวรรณ สุทธัง พาย้อนมองกระบวนการกำจัดสิ่งไม่พึงประสงค์ออกจากข้าว ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม เพื่อชวนตั้งคำถามต่อคุณค่าของความขาวและความบริสุทธิ์
TEXT: SARUNKORN ARTHAN
PHOTO COURTESY OF WARINLAB CONTEMPORARY
(For English, press here)
นิทรรศการ ‘มอด มอด’ อาจลาจอจากพื้นที่ของ Warin Lab Contemporary ไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่คำถามที่ถูกทิ้งไว้ในใจกลับไม่ยอมจบลงง่ายๆ เพราะเรื่องราวของข้าวขัดสีและแมลงตัวเล็กๆ นี้ได้พาเราถลำลึกลงไปถึงรากของปรัชญา ‘ความขาว’ อันไร้มลทิน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ควรค่าแก่การหยิบขึ้นมาขุดคุ้ยและย้อนมองกันใหม่อีกสักรอบ
แน่นอน! คนไทยและหมู่มวลชาวเอเชียอาคเนย์ถือข้าวเป็นแหล่งพลังงานหลักโดยมีกับข้าวเคียงกันในจานหรือสำรับอาหารอันต่างกันไปตามแต่ภูมิภาคและกรรมวิธีการปรุง—สารพัดยำ ต้ม ผัด แกง ทอด—แต่สิ่งที่เหมือนกันของทุกคนก่อนจะนำข้าวเข้าปากนั้น คือ การทำความสะอาดข้าวผ่านน้ำ หรือการ ‘ซาวข้าว’ ซึ่งไม่ได้ทำเพียงล้างฝุ่น กรวด หรือสิ่งสกปรกออกไปแล้วจึงหุงให้สุก แต่กรรมวิธีซาวข้าวยังตอบสนองมโนทัศน์และปรัชญา ‘ความสะอาด’ ในข้าวด้วย มนุษย์มองว่าข้าวจะต้องมีคุณสมบัติทั้งความขาวบริสุทธิ์ ข้าวต้องเต็มเมล็ด ไร้ฝุ่น ไร้มอดและแมลง เพื่อเป็นการคัดกรองสิ่งไม่พึงใจ สิ่งไม่สะอาดตา สิ่งที่ไม่กล้ากิน ออกไปจากข้าว เมื่อหุงแล้วข้าวต้องฟูสวยขึ้นหม้อ ร่วนไม่เกาะเป็นก้อนเหมือนข้าวเหนียว เหมาะกับคำว่า ‘ข้าวสวย’ (ที่ในทางภาษาศาสตร์สันนิษฐานว่ามาจาก ‘ข้าวซุย’ หรือข้าวร่วน ไม่ใช่สวยงามน่ากินอย่างในปัจจุบัน)

330 Eggs and 10 Pellets, 2025

330 Eggs and 10 Pellets, 2025
อิง–กนกวรรณ สุทธัง เป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงสนใจเรื่องของข้าวๆ แต่ยังสนใจสิ่งเจือปนในข้าวและระบบนิเวศของข้าวด้วย จากผลงานเดบิวต์ ‘หินในข้าว’ ของเธอใน โครงการ Early Years Project #7 ในปีนี้เธอถลำความสนใจลึกลงไปยังแมลงที่ทุกครัวเรือนต้องพบเจอมันในข้าวอย่าง ‘มอด’ จนกลายเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเธอในชื่อ ‘มอด มอด’ ที่จัดแสดงอยู่ใน Warin Lab Contemporary ย่านเจริญกรุง ซึ่งเราได้มีโอกาสพบกนกวรรณและให้เธออธิบายความรู้สึกของเธอในนิทรรศการนี้ด้วย
“ในนิทรรศการนี้เราพยายามนำเสนอเรื่องราวการสร้างระบบระเบียบบางอย่างของมนุษย์ที่มีต่อข้าว ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดข้าวให้ข้าวสะอาดที่สุด รวมไปถึงการกำจัดมอดออกด้วย ตั้งแต่ขั้นตอนที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดอย่างการซาวข้าว ไปจนถึงการกำจัดมอดด้วยอลูมินัม ฟอสไฟต์ และเครื่องจักรในอุตสาหกรรมข้าวไทย ซึ่งพี่พอใจ (พอใจ อัครธนกุล—คิวเรเตอร์) ได้ให้คำที่น่าสนใจคือ ‘การเมืองของการคัดกรอง’ และนิทรรศการ มอด มอด ก็คงไม่ได้พูดถึงมอดเพียงอย่างเดียว แต่พูดถึงเรื่องมโนทัศน์ของมนุษย์ที่มีต่อความสะอาดและการหมกมุ่นกับสีขาวของข้าวด้วย”

ซีรีส์ซาวข้าว, 2026
จากผลงานของกนกวรรณภายในพื้นที่ของ Warin Lab Contemporary เราจะมองเห็นวัฏจักรไม่เพียงของมอดที่เวียนวนอยู่ในเม็ดข้าวเช่นในผลงาน ‘มอดในข้าว’ (2025) แต่ยังรวมถึงการวนเวียนของกรรมวิธีการคัดกรองข้าวด้วย ทั้งการกำจัดมอดด้วยอลูมินัม ฟอสไฟต์ หรือวิธีอื่นๆ อย่างการร่อนตะแกรงในกระบวนการทางอุตสาหกรรมข้าว หรือแม้แต่การซาวข้าวที่กนกวรรณได้ยืดระยะการซาวข้าวออกมาเป็น ‘Rinsing Rice series’ (2026) กว่าสิบเอ็ดชิ้น ซึ่งทุกๆ ผลงานใน ‘มอด มอด’ ล้วนแสดงให้เห็นถึงวิธีการกำจัดแมลงด้วยความรังเกียจ—รังเกียจในความ ‘ไม่สะอาด’—ที่ตอบสนองมโนทัศน์ความสะอาดของมนุษย์ที่หมกมุ่นในการจัดระเบียบธรรมชาติและความสวยงามบนจานข้าว

ลํามอด, 2026
ในขณะเดียวกัน เมื่อย้อนมองไปในอดีต ชาวอุษาคเนย์เรามีวิธีจัดการ จำกัด และกำจัด ศัตรูข้าวตั้งแต่กระบวนการพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ เช่น การสู่ขวัญข้าว ที่ทำในช่วงข้าวกำลังตั้งท้องต้องประคบประหงมกันมาก หรือพิธีไล่หนู ไล่นก ที่วอนขอแกมไล่ไม่ให้สัตว์และแมลงเข้ามาทำร้ายผลผลิตของชาวนา ซึ่งพิธีอย่างหลังนี้ กนกวรรณได้พบเห็นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาตุภูมิของเธอ และได้นำมาพัฒนาเป็นการแสดงหมอลำพื้น ที่เล่าเรื่องตั้งแต่ขุนบรมจนถึงคาถากันมอด ในผลงาน ‘ลำมอด,’ (2026)
นี่เองทำให้ย้อนมาตั้งคำถามอีกครั้งว่า แล้วปรัชญาความสะอาดและปรัชญาความสวยงามของสีขาวในเมล็ดข้าว มาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วมาได้อย่างไร เพราะสิ่งนี้ทำให้อุตสาหกรรมข้าวไทยเลือกที่จะกำจัดศัตรูทางธรรมชาติอย่าง ‘มอด’ ด้วยสารเคมีที่สามารถฆ่าคนได้มากกว่ามอด เพราะหากเราเห็นมอดในข้าวสวยแสนสะอาดบนจานข้าว เราสามารถเขี่ยออกและทิ้งได้ (หรือไม่มอดอาจเป็นซูเปอร์ฟู้ดแห่งอนาคตของชาวไทย) คำถามที่กนกวรรณทิ้งไว้ให้เราผ่านเสียงลำและภาพนิ่งสีขาวขุ่น จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยทางอาหาร แต่มันอาจเป็นได้ถึงการสำรวจ ‘รอยร้าว’ ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่กินเข้าไป

Mind Map Mod, 2025
เมื่อความขาวบริสุทธิ์กลายเป็น ‘จริยธรรม’ ใหม่บนโต๊ะอาหาร เราจึงยอมแลกเลือดเนื้อของระบบนิเวศ—และอาจรวมถึงสุขภาพของตัวเราเอง—เพียงเพื่อจะรักษาภาพลักษณ์ของข้าวที่ไม่เคยถูกแตะต้องโดยสิ่งมีชีวิตอื่น งานของกนกวรรณใน ‘มอด มอด’ จึงเป็นการกระชากหน้ากากของความสะอาดกริบนั้นให้เผยเห็นความสกปรกที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการจัดการอำนาจ ซึ่งไม่ได้สร้างความชอบธรรมให้กับมอดเสียทีเดียว แต่กลับพาเราตั้งคำถามต่อไปมากขึ้นถึงข้าวสวยที่อยู่ในจาน ในปาก ในกระเพาะ ในกระแสเลือด ว่าร่างกายเรากำลังย่อยเพื่อรับเพียงสารอาหาร หรือมันกำลังกำซาบปรัชญา (พิษ) อะไรบางอย่างหรือไม่?
นิทรรศการ ‘มอด มอด’ จัดแสดงที่ Warin Lab Contemporary เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 11 เมษายน 2569





