เมื่อมาตรฐานกลายเป็นสิ่งที่เรายอมรับ โดยที่ไม่ได้ตั้งคำถาม ไมเคิ้ล เชาวนาศัย จึงชวนมารื้อกรอบเหล่านั้นด้วยอารมณ์ขัน ภาษา และการเสียดสี ในนิทรรศการ ‘ฟรรฅ’
TEXT: SARUNKORN ARTHAN
PHOTO: NOTT JENKETRAKARN EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าไมเคิ้ล เชาวนาศัย ชอบทำงานเสียดสีเสมอมา และวันนี้เขาก็ทำมันอีกครั้งในนิทรรศการ ฟรรฅ ในพื้นที่เล็กๆ ของ Blacklist Gallery ที่ MATDOT Art Center บนถนนหลานหลวง ซึ่งสิ่งที่สะดุดใจเราเมื่อได้เข้าไปดูงานนี้ครั้งแรกก็คือ
“จัสท์ บีคอส เดย์ เซ อิธ ฌูด บี,
อิธ ดัซ น็อท มีน แด็ท อิธ ฌูด บี…นะ จ๊ะ”
(เพียงเพราะพวกเขาบอกว่ามันควรเป็น ไม่ได้หมายความว่ามันควรเป็นอย่างนั้น…นะจ๊ะ)
สิ่งนี้พยายามตั้งคำถามถึงใครเป็นคนบอกว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร
อำนาจในการชี้สิ่งถูกสิ่งผิดอยู่ที่ใคร
ใครคือเจ้าของอำนาจนั้น
มิหนำซ้ำโควตนี้มันยังตั้งคำถามต่อมาตรฐานอยู่แน่ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

Photo: Sarunkorn Arthan
ในวันเปิดนิทรรศการนี้ มีการแสดงสดอันหนึ่งที่กำกับโดยไมเคิ้ล เขาให้อาจารย์อภินันท์ โปษยานนท์ เป็นหนึ่งในตัวดำเนินเรื่องผู้นั่งอยู่บนอาร์มแชร์หนังมันปลาบตัวงาม ด้านข้างมีหญิงสาวถือพานวางกระดิ่งไว้ เมื่อลั่นกริ่งเมื่อใด เฟรมภาพที่อยู่ตรงหน้าจะถูกยกสลับสับเปลี่ยนเวียนมาให้ชม มันเป็นฟอนต์คุ้นตา ภาษาที่คุ้นเคย แต่อักษรดูแปร่งไป
‘ฆ็อฆฅ์’ ‘ฆั้ญฑ์’ ‘ วย!’
หลังจากลั่นกริ่งทำให้ภาพคำทั้งสามสลับสลอนไปมาหลายรอบ จนทำให้มหาชนทั่วห้องได้ ชมฆ็อฆฅ์ ดูฆั้ญฑ์ มอง วย! ด้วยความพอใจแล้ว เสียงฮือฮาก็ดังมาไม่ขาดสายแทบในทันที บ้างลองอ่านออกเสียงแล้วขำ บ้างก็นึกว่าคำนี้หมายความว่าอย่างไร (ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าคืออะไร) บ้างก็ชวนคุยกันจอแจอยู่หลังนักแสดง จนสุดท้ายก็จบการแสดงด้วยการแขวน ฆ็อฆฅ์ ไว้บนขาตั้งเป็นอนุสรณ์แห่งคำ

Photo: Sarunkorn Arthan
ในขณะที่เขียนนี้เอง เราก็นั่งคิดว่าทำไมไมเคิ้ลถึงเลือกอาจารย์อภินันท์มาแสดง ซึ่งจริงๆ มันอาจไม่มีอะไรก็ได้ เพราะว่าเราไม่รู้เลยว่าใครจะไปจะมาในงานวันเปิด มันวุ่นวายเกินจะจัดการ แต่ถ้ามันจะมีอะไรล่ะก็ คุณลองคิดดูว่า อาจารย์อภินันท์นี่แหละที่เป็นทั้งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Bangkok Art Biennale และยังถูกพูดถึงใน ArtReview Power100 ในปี 2025 อีกด้วย เขาจะมีอิทธิพล (ที่หมายถึงในเชิง Influence) ในการสร้างแรงกระเพื่อมในวงการศิลปะได้มากเพียงใด
พอมองในมุมนี้ การลั่นกริ่งของอาจารย์อภินันท์เลยกลายเป็นตลกร้ายที่ชวนให้คิดต่ออย่างน่าสนใจว่าเสียงฮือฮาและการปรบมือหัวเราะให้กับ ‘ฆ็อฆฅ์’ หรือ ‘ฆั้ญฑ์’ ในวันนั้น มันเกิดขึ้นเพราะตัวงานจริงๆ หรือมันเกิดขึ้นเพียงเพราะคำเหล่านั้นได้รับการ ‘ลั่นกริ่งอนุมัติ’ กันแน่?

นอกจากการแสดงสดที่น่าคิดต่อแล้ว ในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยาวนี้ ยังบรรจุอะไรหลายอย่างมาก ถ้าให้เทียบกับอาหารมันคงเป็นแกงโฮะ คือ เอาของทุกอย่างที่เคยทำมาแล้วมารวมไว้ที่เดียวกันและมัน ‘อร่อย’ โดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรฐานและสัดส่วนเครื่องปรุงเลย นั่นเองก็ทำให้รสชาติจัดจ้านและเผ็ดแสบ น้ำหูน้ำตาไหล


ทำทำไปเพื่อในหลวง
สระ -ี โชติช่วงภายใต้นีออนสีแดงของผลงาน ประติมากรรม #8 สอดประสานไปกับสระ -ี บนพื้นหลังสีทองของ คอมโพซิชั่น #7 ซึ่งล้วนทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้มนุษย์ไปอยู่ด้านใต้หรือด้านหน้าของมันเพื่อถ่ายภาพและตีความว่าสระ ‘- ี’ จะหมายถึงอะไรได้บ้าง ซึ่งบางครั้งมันอาจข้ามผ่านเส้นเขตแดนมาตรฐานทางศีลธรรมไปแล้ว แม้จะเคียงข้างผลงานบล็อกสกรีนที่ฉายอักษรว่า ‘ทำทำไปเพื่อในหลวง’ ก็ตาม (แล้วเราจะทำอะไรกันล่ะ ทำดี ทำปี ทำฟรี ทำลี ทำ…) ซึ่งการตีความก็ขึ้นกับ ‘มาตรฐานของตน’ โดยที่ไม่มีมาตรฐานชี้วัดอื่นเลย

ดับเบิ้ล ซีตเท็ด พอร์เทรต

พอร์เทรต ออฟ อะ สแตนดิ้ง แมน โฮลดิ้ง อะ โมบายล์ โฟน
หรือแม้แต่ผลงานจิกกัดศาสนาพุทธ ‘แบบไทยๆ’ ในผลงานดับเบิ้ล ซีตเท็ด พอร์เทรต เล่นกับความย้อนแย้งของพระสองรูปที่ตั้งใจปิดหน้าด้วยตาลปัตรตามกรอบมาตรฐานเดียวกัน รูปหนึ่งแสวงหาปัญญานอกตำรา แต่อีกรูปกลับมัวเมาในกิเลส โลกียะ และโทรศัพท์หลายเครื่องเพื่อพุทธพาณิชย์ เช่นเดียวกับ พอร์เทรต ออฟ อะ สแตนดิ้ง แมน โฮลดิ้ง อะ โมบายล์ โฟน ภาพพระสงฆ์หันหลังที่แอบถือสมาร์ทโฟนเคสสีสายรุ้งเอาไว้ด้านหลัง ที่ชี้ให้เห็นถึงตลกร้ายของกรอบศีลธรรมที่ตัดสินสถาบันสงฆ์ที่เพียรสรรสร้างกรอบความถูก-ผิดขึ้นมาควบคุม แต่หลังจีวรนั้นกลับเต็มไปด้วยกิเลส ตัณหา ทุนนิยม และอัตลักษณ์ทางเพศที่ไม่เคยถูกนับรวมอยู่ใน ‘มาตรฐาน’ เหล่านั้นเลย

ก็อญ-จ็อก
และมันคงสิ้นสุดที่ ก็อญ-จ็อก แผ่นกระจกที่เขียนสีแดงเป็นรอยรูปคำที่คนเป็นไม่อยากมี แต่คนตายมีทุกคน ‘ชาตะ… มรณะ…’ ซึ่งนอกจากจะทำไว้ให้ถ่ายภาพผู้ชมบนกระจกแบบชิคๆ แล้ว มันรวบยอดบทสนทนาทั้งหมดไว้ตรงหน้าแผ่นกระจก ว่าท่ามกลางกฎเกณฑ์ ศีลธรรม และบรรทัดฐานที่ถูกสถาปนาขึ้นมาตัดสินชี้ถูกชี้ผิดกันนั้น—มาตรฐานเดียวที่จริงแท้ และอยู่เหนืออำนาจชี้ขาดของใครหน้าไหน ก็คือความตาย ความดับที่ทุกคนบนโลกต้องส่องสะท้อนเจอกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดูไปดูมาอาจจะอุทานได้ว่า ‘ดิท อิส เวรี่ ฟรรกกิ้ง ออว์ซัม’ ‘ว้อดต์ เดอ ฟรรฅ อิส ดิทส์’ หรืออะไรก็ตามแต่

หมอน
แต่ “ถ้าดูแล้วไม่เข้าใจ ก็ลองถามตัวเองเอาแล้วกัน” ไมเคิ้ล เชาวนาศัย กล่าว
นิทรรศการ ฟรรฅ โดยไมเคิ้ล เชาวนาศัย จัดแสดงอยู่ที่ MATDOT Art Center ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569







