EXPO 2025 OSAKA: ARCHITECTURE OF POSSIBILITY

The Grand Ring

Expo 2025 Osaka เปลี่ยนสถาปัตยกรรมให้กลายเป็นบทสนทนาระหว่างมนุษย์ ความเปราะบาง และความหวังที่ยังเป็นไปได้ในอนาคต

TEXT & PHOTO: PHAITHAYA BANCHAKITIKUN

(For English, press  here)

ในโลกที่เต็มไปด้วยวิกฤต ทั้งสิ่งแวดล้อมที่มาถึงจุดหักเห เทคโนโลยีที่แซงหน้าอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ และความเหลื่อมล้ำของสังคมโลกที่สร้างบาดแผลลงในรอยแตกแยกลึกของเปลือกโลก งาน World Expo จึงอาจดูเหมือนสิ่งที่หลุดออกจากโลกความจริง ที่เต็มไปด้วยภาพฝัน จินตนาการ คำสัญญา และความหวัง

การไปเยือน Expo 2025 Osaka ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดูอาคารเก๋ๆ หรือของเล่นจากอนาคต แต่เป็นการตามหาแรงบันดาลใจและความหวัง ผ่านบทสนทนาอันแยบยลระหว่างเทคโนโลยี สถาปัตยกรรม ความรู้สึก ท่ามกลางผู้คนมากมายและเสียงกังวานของหลาย Pavilion แต่ในบางขณะของห้วงเวลา บางเนื้อหากลับทำให้เรารู้สึกอึ้งเงียบ หนัก แน่น และบางช่วงก็ทำเอาเราต้องกลืนน้ำตา

Expo 2025 Osaka ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Designing Future Society for Our Lives’ แนวคิดที่เรียบง่ายในถ้อยคำ แต่ซับซ้อนในความหมาย มันชวนให้เราตั้งคำถามว่า ‘อนาคตของสังคม’ จะถูกออกแบบได้จริงหรือ? ใครออกแบบ? เพื่อใคร? บนความเชื่อใด? ในพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 1.55 ตารางกิโลเมตร ที่แต่ละมุมบอกเล่าเรื่องราวจากอีกฟากหนึ่งของโลก กลิ่นไอทะเลเบาๆ กับไอไม้จากโครงสร้าง Grand Ring สุดอลังการ คิวต่อแถวที่ยาวเหยียดไม่ใช่เพียงแค่การรอเข้าชมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด แต่มันคือการรอสัมผัสบางอย่างที่พวกเขา ‘อยากให้เป็นจริง’ แต่อนาคตที่เราเห็นใน Expo จะเป็นภาพจริงหรือเพียงฉากทัศน์ชั่วคราวให้เราคล้อยตาม?

Pavilion ในฐานะละครเวทีของชาติ

งาน Expo อาจเปรียบได้กับเวทีที่แต่ละประเทศต่างแสดงละครของตนเอง ผ่านรูปทรงอาคารเอกลักษณ์เฉพาะ บางวัสดุเหมือนหลุดจากโลก Sci-fi บอกเล่าเนื้อหาความมหัศจรรย์ผ่านพลังเทคโนโลยีและจินตนาการ อาจพูดได้ว่า Pavilion และเนื้อหาภายในคือสิ่งสะท้อนตัวตนและทัศนคติของแต่ละประเทศ ประเทศที่นับได้ว่า ‘มีของ’ เองก็จะแสดงออกมาได้มาก ในทางกลับกัน บางประเทศก็มีของให้ดูน้อยจนน่าเสียดาย บทบาทของ Pavilion จึงกลายเป็นพื้นที่ของการนำเสนออิทธิพลทางความคิดแบบนุ่มนวล เป็นพื้นที่เพื่อพิสูจน์ว่าอนาคตของใครล้ำหน้า น่าทึ่ง ซึ้งตรึงใจหรือมีความหวังมากกว่า? คำถามนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมและข้อมูล แต่เป็นการวัดกันว่า ‘ความฝันของประเทศไหน’ จะเข้าไปอยู่ในใจผู้ชมได้มากที่สุด

Factory area in Japan pavilion

แต่ละครเวทีนี้เองไม่เคยถาวร โครงสร้างเหล่านี้จะถูกรื้อถอนในเวลาไม่กี่เดือน มันคือความงดงามชั่วคราว ที่ตั้งใจปลุกเร้าเราให้คิดถึงอนาคต แล้วนำความรู้สึกเหล่านั้นกลับไป อาจเป็นเพียงความบันเทิงสั้นๆ หรือเป็นโอกาสใหม่ภายใต้อนาคตยั่งยืนอันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หลายคนคงได้มีโอกาสไปชมงานบ้างแล้ว และหลายส่วนในงานยังสามารถหาดูได้จากหลายสื่อ Pavilion ประเทศใดหรืองานส่วนไหนควรค่ากับเวลา คงหาข้อมูลไม่ยาก จึงอยากกล่าวถึงเพียงบางส่วนที่ประทับใจที่สุด การชวนคิด การตั้งคำถามจากงาน Expo ครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเชื่อว่าบางคนอาจมีคำตอบของตัวเองในใจ

ความเปราะบางของทุกชีวิต

หลาย Pavilion บอกเล่าถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนชีวิต ความยั่งยืนที่ดูจับต้องได้ และความร่วมมือระหว่างคนกับเครื่องจักร แต่ในความงามเหล่านั้นยังมีความเปราะบางแทรกซึมอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นคือ ‘Future of Life’ Pavilion ที่พาผู้ชมสัมผัสกับเรื่องราวอันน่าสะเทือนใจบนแนวคิดของการส่งผ่านตัวตนและความทรงจำของผู้จากไปให้มาอยู่ใน Android หรือ ‘สิ่งสมมติ’ แทนบุคคลนั้นไม่ต่างจากเรื่องราวในหนัง Sci-fi ที่เราได้เคยดูกัน

Future of Life Pavilion

ในช่วงเวลาที่การพัฒนาหุ่นยนต์ทั่วโลกเป็นไปอย่างเข้มข้น ญี่ปุ่นอาจเป็นประเทศเดียวที่เน้นพัฒนา ‘การแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกของหุ่นยนต์’ โดยที่ทำออกมาได้อย่างน่าทึ่ง เกิดเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถ ยิ้มด้วยความเศร้า เหงาด้วยสายตา นิ่งเงียบด้วยความหมาย เป็นสิ่งที่เหนือกว่าคำว่าเทคโนโลยีล้ำสมัย มันคือ ‘ดราม่า’ ที่อาจเกิดขึ้นจริงในช่วงชีวิตเรา ใน Pavilion นี้ นวัตกรรมไม่ได้เพียงพุ่งเข้าหาอนาคต แต่ยังหันกลับมาถามเราเบาๆ ว่า ‘ในวันที่ไม่มีเขาอยู่ เราอยากมีตัวแทนเขาไหม?’ ที่ลึกไปกว่าคำถามนี้ ‘เมื่อเราทำให้ความคิดถึงมีชีวิตขึ้นมาได้ จะแทนที่คนที่เราคิดถึงได้จริงหรือ’ สำหรับคนที่เคยผ่านการสูญเสียบุคคลที่รัก ช่วงเวลานี้ทำเอาน้ำตาซึมเลยทีเดียว

BLUE OCEAN DOME

BLUE OCEAN DOME คืออีกหนึ่ง Signature Pavilion ที่กัดและกินใจ ประติมากรรมครึ่งทรงกลมขนาดยักษ์สีดำสนิทในความสลัวสะกดใจเมื่อแรกเห็น ศิลปะภาพเคลื่อนไหว บน LED ทรงกลมพร้อมเรื่องราวไร้คำบรรยาย เปิดฉากด้วยภาพความสดใสของโลกในยามอาทิตย์ขึ้นโดยมองจากอวกาศ ดำดิ่งสู่ชีวิตในโลกมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ถูกกลืนกินจนดำมืดด้วยมวลขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกมหาศาลในตอนจบ สร้างความหดหู่ ความเปราะบางที่หน่วงใจที่สุด ก่อนจะพาเราออกมาพบแสงสว่างในโถงสุดท้าย เพื่อบอกเราว่า โลกนั้นเปราะบางและกระดาษคือทางออก พร้อมเรื่องราวน่ารักสดใสอบอุ่นใจ ความยาว 5 นาทีผ่านตัวละครกล่องกระดาษคู่แสนน่ารัก การพลัดพรากที่กลับมาพบกันอีกครั้งด้วย Circle of lives (ส่วนตัวผู้เขียนรักเรื่องราวใน Pavilion นี้มาก เล่าไปอาจจะไม่ครบถ้วน อยากให้ทุกท่านลองหาดูเอง)

นอกจากนี้ในอีกหลาย Pavilion ยังนำเสนอความเปราะบางของโลกในหลากหลายมิติ เสมือนเครื่องเตือนใจว่า อนาคตที่เราออกแบบนั้นยังเต็มไปด้วยปัญหาและคำถามมากกว่าคำตอบ พร้อมข้อคิดสำคัญว่า แล้วเราทุกคนเองในฐานะประชากรโลกจะได้มีส่วนร่วมในการหาคำตอบเหล่านี้หรือเปล่า

สถาปัตยกรรมแห่งความหวัง

แม้งาน Expo จะดูเหมือนเป็นพื้นที่ของภาพฝัน แต่สถาปัตยกรรมเองก็เป็นภาษาหนึ่งที่มนุษย์ที่ใช้สื่อสารว่ามนุษย์เราเองอยากที่จะอยู่ร่วมกันอย่างไร มากกว่านั้น สถาปัตยกรรมเองยังตั้งคำถามเช่นเดียวกันว่าเราอยากอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างไร

The Grand Ring

The Grand Ring โครงสร้างไม้ Glulam: glued-laminated timber GLT ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ออกแบบโดย Sou Fujimoto ที่มาพร้อมเส้นรอบวงประมาณ 2 กิโลเมตรนี้ ได้ถูกก่อสร้างด้วยวิธีการเข้าไม้โครงสร้าง Nuki Joint แบบดั้งเดิมผสานวิธีการก่อสร้างสมัยใหม่ พร้อมนำเสนอความมุ่งมั่นเพื่อทำให้โลกเห็นว่า ไม้สามารถเป็นอนาคตของการก่อสร้างได้จริง ไม้อันเป็นวัสดุที่ปลูกทดแทนได้ นำเสนอแนวคิดหลักของ Carbon Offset และการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทั้งวงจรตั้งแต่วันที่ปลูกถึงวันที่นำมาใช้งานและลดการใช้ทรัพยากรได้อย่างยั่งยืน นอกเหนือจากนั้น ประสบการณ์การเดินทั้งด้านบนและด้านล่างของ Grand Ring ซึ่งเป็นแกนหัวใจของทั้งงานยังมอบช่วงเวลาที่สวยงามและสร้างแรงบันดาลใจตลอดเส้นทางที่ขนานไปกับกลิ่นไอไม้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมิติที่น่าหลงใหลของสถาปัตยกรรรมชิ้นเช่นเดียวกัน

The Grand Ring

นอกจาก The Grand Ring อันเป็นเหมือนพระเอกหลัก Japan Pavilion เองยังเป็นเสมือนบทสรุปและผลิตผลของงาน Expo ครั้งนี้อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่ สถาปัตยกรรม ผังอาคารวงกลม วัสดุและการก่อสร้างที่พร้อมรื้อย้าย ตลอดจนเนื้อหาภายใน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวอันเป็นหัวใจสำคัญอย่าง ‘ความหวังด้านความยั่งยืน’ คำนิยามอย่าง Circular Economy, the circle of lives ได้กลับสะท้อนออกมาผ่านวัฒนธรรมระดับรากเหง้าของญี่ปุ่นที่มีมายาวนาน จิตวิญญาณความยั่งยืนที่หยั่งรากลึกในอณูขนบประเพณีของประเทศนี้มาก่อนที่โลกสมัยใหม่จะตระหนักถึงความสำคัญของคำว่า ‘ความยั่งยืน’

The Grand Ring

Farm area in Japan pavilion

หลักคิดลุ่มลึกที่สะท้อนมาในงานออกแบบหลากหลายตั้งแต่ภูมิปัญญาดั้งเดิมจนถึงของเล่นล้ำสมัย ความอ่อนนุ่มเพื่อสร้างความยั่งยืน ความถาวรจากความไม่ถาวร ขยะคือทรัพยากรล้ำค่า สาหร่ายที่เป็นได้ทุกสรรพสิ่ง เนื้อหาจากองค์ความรู้ลึกล้ำ ดูเหมือนยากที่จะเข้าใจ ถ่ายทอดให้ง่ายและเป็นมิตรต่อการเรียนรู้ด้วยตัวการ์ตูนที่ทุกคนคุ้นเคย.. Doraemon และ Hello Kitty

Japan Pavilion วางจุดสิ้นสุดของการชมนิทรรศการมาบรรจบกับจุดเริ่มต้นแบบไร้รอยต่อ สะท้อนปรัชญาวัฏจักรของสรรพสิ่ง สร้างสรรค์เพื่อใช้งาน ใช้งานแล้วสลายหมุนวนมาสร้างสรรค์ใหม่ เวียนไปไร้สิ้นสุด เป็นอนาคตของสังคมที่ออกแบบเพื่อชีวิตยั่งยืนที่ญี่ปุ่นวาดทัศน์ไว้บันดาลใจผู้คน ทุกสิ่งใน Pavilion นี้เป็นความหวังและความยั่งยืนที่ทำได้จริงแล้ว

Farm area in Japan pavilion

ในขณะที่ Pavilion บางประเทศตั้งคำถามเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างตรงไปตรงมาและนำเสนอทางออกเชิงทดลอง บางประเทศเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมเขียนคำอธิษฐาน บางแห่งสื่อสารแบบไร้ข้อความ ผ่านแสง เงา และความสงัด ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อแสดงภาพอนาคตที่แน่นอน แต่เพื่อเปิดโอกาสให้เราได้จินตนาการผ่านประสบการณ์ในชีวิต เผื่อจะจุดความหวัง ในมุมหนึ่งของใจให้สว่างขึ้นได้บ้าง

อนาคต…

Expo ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ทำหน้าที่อย่างเข้มข้นในการเป็นสนามทดลองทางความคิด และอาจเป็นครั้งที่ดีที่สุดที่เคยมีมา สถาปัตยกรรม เนื้อหาภายในและทุกส่วนของงานทั้งหมด เมื่อมองให้ลึก อาจไม่ได้พยายามให้คำตอบที่ชัดเจน แต่กำลังเปิดโอกาสให้เราถามคำถามที่สำคัญที่สุดในยุคของเรา ‘อนาคตควรมีหน้าตาแบบไหน?’ ‘ความหวังความฝันยังมีอยู่ใช่ไหม?’ ‘อะไรคือสิ่งที่เรายังกล้าเชื่อ?’ คำถามเหล่านี้จะไม่มีความหมายเลย หากไม่มีคนใดกล้าตอบว่า ‘ใช่ เรายังอยากมีความหวัง’

หนึ่งสิ่งที่สัมผัสได้ในงาน เป็นบรรยากาศที่น่าชื่นใจคือ ‘รอยยิ้ม’ ช่วงเวลาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แดดร้อน ฝนแรง การรอคอย แม้มีความเหนื่อยล้า แต่ทุกคนยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เด็กวิ่งเล่นร่าเริง ผู้คนหลากหลายที่พร้อมกระโจนเข้าหาทุกการทดลอง ผู้สูงอายุคล่องแคล่วตื่นเต้นเต็มเปี่ยมด้วยความสงสัยเหมือนวัยเยาว์ เป็นโลกที่น่ามอง เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน นี่สิจึงเป็นงาน Expo ของมนุษยชาติอย่างแท้จริง

  • BLUE OCEAN DOME

สถาปัตยกรรมของความเป็นไปได้ (Architecture of Possibility) อาจไม่ใช่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่โครงสร้างล้ำยุค หรือการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด หากแต่คือความกล้าในการตั้งคำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัว ในโลกที่เต็มไปด้วยความคลางแคลง สถาปัตยกรรมที่กล้าพูดถึง ความหวัง จึงอาจเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุด

แม้จะอยู่แค่ชั่วคราว แม้จะถูกถอดรื้อในไม่กี่เดือน แต่ในระหว่างที่ตั้งอยู่ มันได้เปิดพื้นที่ให้เราทุกคนได้ทบทวน ‘เราอยากมีอนาคตร่วมกันในแบบไหน?’ จุดให้เกิดประกายความคิดที่ทุกสิ่งเป็นไปได้ บันดาลใจด้วยความหวัง บางทีความฝันที่กล้าฝัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการเปลี่ยนแปลงเสมอ และหากจะให้สรุปอย่างง่าย Expo 2025 Osaka ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีจริงๆ

The Grand Ring

expo2025.or.jp/en

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *