UNNATURAL HISTORY MUSEUM OF SINGAPORE

Photo: AlvieAlive

เมื่อประเทศไม่ได้มีรากเหง้าแบบทั่วไป สิงคโปร์จึงเลือกใช้ ‘การออกแบบ’ เป็นรากฐาน และบอกเล่าผ่านนิทรรศการ Unnatural History Museum of Singapore

TEXT: KAMOLTHIP KIMAREE
PHOTO CREDIT AS NOTED

(For English, press  here)

สิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็กที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นได้ไม่นาน แต่สิ่งที่ทำให้ประเทศเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นประเทศที่มีศักยภาพไม่แพ้ประเทศใหญ่คือความสามารถในการออกแบบและการวางแผนตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงชีวิตประจำวัน การวางผังเมืองที่เป็นระบบ การมีวิสัยทัศน์ด้านการลงทุนในงานวิจัยและนวัตกรรม ทำให้ภาพจำของสิงคโปร์คือประเทศที่มีความเป็นระบบระเบียบและมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด

Photo: Penoramic Publishing

แต่หากพูดถึงในแง่ของวัฒนธรรมด้านต่างๆ สิงคโปร์มักถูกมองว่าไม่ได้มีรากเหง้าวัฒนธรรมแบบรัฐชาติที่สืบทอดมาโดยตรงแต่กลับเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม (พหุวัฒนธรรม) ที่ผสมผสานมาจากหลายเชื้อชาติ การกลับมาของ Singapore Design Week 2025 ครั้งนี้จึงมาพร้อมธีม ‘Nation by Design’ ซึ่งเป็นถ้อยแถลงต่อสายตาโลกในฐานะประเทศที่มักถูกพูดถึงว่าไม่มีรากวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เข้มแข็ง ธีมของดีไซน์วีคปีนี้จึงเลือกที่จะพูดถึงข้อเท็จจริงนั้นอย่างไม่ปิดบังโดยประกาศว่าสิงคโปร์ใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับคำว่า ‘ชาติ’

Photo: AlvieAlive

เมื่อเลือกที่จะนิยามตนเองผ่านการสร้างใหม่มากกว่าการสืบทอด กระบวนการขุดหารากทางวัฒนธรรมจึงเกิดขึ้น นิทรรศการหลักปีนี้ที่คิวเรทโดย Kinetic Singapore มาพร้อมกับชื่อว่า ‘Unnatural History Museum of Singapore’ ซึ่งก็สื่อความหมายอย่างตรงไปตรงมาว่านี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติแบบปกติ แต่เป็น ‘ประวัติศาสตร์ชาติที่ไม่เป็นธรรมชาติ’ สิ่งที่น่าสนใจคือนิทรรศการเลือกใช้ ‘พิพิธภัณฑ์’ เป็นกรอบของการสื่อสารเพื่อสะท้อนว่าประวัติศาสตร์ชาติของสิงคโปร์ไม่ได้ถูกลิขิตโดยกาลเวลาและความเอื้ออำนวยทางทรัพยากรธรรมชาติ หากแต่มันถูกออกแบบขึ้นจากผู้คนในชาติ ซึ่งคุณก็อย่าหวังเสียเลยว่าจะได้เห็นวัตถุโบราณ ฟอสซิล หรือเศษซากจากอดีตถูกเก็บรักษาและจัดแสดงอย่างละเมียดละไมที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะสิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อเข้าไปในนิทรรศการหลักจึงเป็นโครงกระดูกขนาดหกเมตรของเมอร์ไลออน (ที่หากเห็นแวบแรกก็อาจเผลอคิดไปว่าหรือเมอร์ไลออนเคยมีอยู่จริง?) ซึ่งเหมือนเป็นการจั่วหัวแบบกลายๆ ว่าแม้แต่สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฉันก็เป็นแค่วัตถุทางดีไซน์นะเออ พิพิธภัณฑ์นี้จึงเป็นการขุดความจริงทั้งหมดมาจัดแสดงให้ดูกันแบบไม่กั๊กว่าทุกอย่างในสิงคโปร์นั้นไม่มีอะไรเป็นของดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นผืนดินบางส่วนที่ถูกถมขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายเมือง หรือดอกกล้วยไม้ประจำชาติที่ไม่ใช่สายพันธ์ุพื้นเมืองแต่ถูกผสมขึ้นมาเพื่อให้มีความทนทานและสามารถอยู่รอดได้ทุกสภาวะ

Pann Lim, Co-founder and Creative Director of Kinetic Singapore | Photo courtesy of Pann Lim

Photo courtesy of HTX (Home Team Science and Technology Agency)

นอกจากนั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีส่วนจัดแสดงที่นำเสนอเรื่องราวในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น เราจึงได้เห็นผลงานเชิงทดลองที่ผสมผสานระหว่างงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กับงานออกแบบที่มุ่งเน้นไปที่การคาดการณ์อนาคตและแนวทางการรับมือกับหายนะ แน่นอนว่าผลงานที่จัดแสดงนั้นไม่ได้มีแนวคิดเพียงแค่เพื่อต้องการสร้างความสะดวกสบายต่อมนุษยชาติ แต่ยังต้องสามารถสร้างสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศด้วย เราจึงได้เห็นผลงานออกแบบเชิงทดลองที่หลากหลายสเกล ตั้งแต่ พืชไฮบริด, แมลงสาบไซบอร์ก (cyborg roaches) ที่ถูกควบคุมด้วยชิปเพื่อทำหน้าที่สังเกตผู้ป่วยและผู้สูงอายุ, คอนโดเพาะเลี้ยงปูและกุ้งเพื่อสร้างแหล่งอาหารสำหรับคนเมือง, การออกแบบระบบอาคารใหม่ให้กับ Hawker Center ที่จัดการกับระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อนำกลับมาใช้, นโยบายสาธารณะด้านสุขภาพไปจนถึงการจัดการเศษซากกายหยาบของมนุษย์หลังความตาย ฯลฯ ผลงานเหล่านี้สะท้อนถึงแนวทางการออกแบบเพื่ออยู่รอดเมื่อประเทศมีต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติต่ำและพื้นที่จำกัด และยังเป็นการตั้งคำถามปลายเปิดกับผู้ชมว่าแท้จริงแล้วมนุษย์จะสามารถออกแบบเงื่อนไขวิวัฒนาการและระบบนิเวศเองทั้งหมดให้กับโลกและมนุษยชาติโดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติได้หรือไม่

Photo: Kamolthip Kimaree

Photo: Kamolthip Kimaree

ในขณะที่หลายประเทศยังติดอยู่กับความพยายามในการรักษาตัวตนและรากเหง้าไปพร้อมๆ กับการปรับตัวให้สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าธรรมชาติจะตามทัน สิงคโปร์กลับเสนอทางเลือกใหม่ที่เชื่อมั่นว่าความเป็นตัวตนหรืออัตลักษณ์สามารถถูกออกแบบ ทดลอง และปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง การประกาศตนว่าเป็น Nation by Design ในครั้งนี้คือการยืนยันว่างานออกแบบไม่ใช่เป็นเพียงงานสร้างสรรค์เชิงสุนทรียะหรือตอบสนองแค่ความต้องการระดับปัจเจก แต่งานออกแบบสำหรับสิงคโปร์คือกลไกเชิงโครงสร้างที่สร้างความเป็นประเทศขึ้นมาได้จากศูนย์ รวมไปถึงใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม นโยบายและอนาคตของประเทศ

Photo: Penoramic Publishing

ทั้งหมดนี้ทำให้ Unnatural History Museum of Singapore ไม่ได้เป็นเพียงนิทรรศการ แต่คือแถลงการณ์ของประเทศเล็กๆ ที่ยืนยันว่า ‘เราเกิดขึ้นและมีอยู่ได้เพราะเราออกแบบตัวเองขึ้นมา และเราจะใช้การออกแบบเพื่อทำให้เรามีอยู่ต่อไป’ โดยผู้สนใจสามารถไปชมนิทรรศการ Unnatural History Museum of Singapore ที่จัดขึ้น ณ National Design Centre ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 11 กันยายน – 26 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Singapore Design Week 2025

Photo: AlvieAlive

sdw.designsingapore.org
facebook.com/designsingaporecouncil

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *