MAKE FEDERAL ARCHITECTURE BEAUTIFUL AGAIN

เมื่อผู้นำสหรัฐฯ ใช้สถาปัตยกรรมเป็นเครื่องมือกำหนดภาพลักษณ์และอุดมการณ์ของชาติ ภายใต้การลงนามคำสั่ง ‘Make Federal Architecture Beautiful Again’

TEXT: PRATCHAYAPOL LERTWICHA
PHOTO CREDIT AS NOTED

(For English, press  here)

วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งบริหารชื่อ ‘Make Federal Architecture Beautiful Again’ ที่กำหนดให้สิ่งปลูกสร้างของรัฐบาลกลาง ทั้งศาล (Federal Courthouse) สำนักงานใหญ่ของหน่วยงานต่างๆ (Agency Headquarters) รวมถึงอาคารสาธารณะของรัฐบาลกลางที่ใช้งบประมาณก่อสร้างมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ ใช้สถาปัตยกรรมรูปแบบคลาสสิก (Classical Architecture) และสถาปัตยกรรมประเพณี (Traditional Architecture) เพื่อ ‘เป็นเกียรติกับประเพณีปฏิบัติ ส่งเสริมความภาคภูมิใจในความเป็นพลเมือง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชน’

นี่เป็นความพยายามอีกครั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการควบคุมรูปแบบสถาปัตยกรรมรัฐ หลังเขาเคยลงนามคำสั่งบริหาร ‘Promoting Beautiful Federal Civic Architecture’ ตอนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2020 แต่คำสั่งนี้ถูกยกเลิกไปในปี 2021 เมื่อโจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ทว่าทรัมป์ก็ไม่ลดละความตั้งใจ ประกาศกร้าวระหว่างหาเสียงเลือกตั้งปี 2023 ว่าจะ “กำจัดอาคารน่าเกลียด และหวนคืนสู่สไตล์คลาสสิกที่ยิ่งใหญ่ของอารยธรรมตะวันตก” และเมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 เขาก็ไม่ลืมทำตามสัญญา

แม้ผิวเผินจะเป็นเพียงคำสั่งกำหนดรูปลักษณ์อาคาร แต่แวดวงสถาปนิกอเมริกาก็สะท้อนความกังวลว่า การบังคับใช้สไตล์อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการออกแบบและก่อสร้าง รวมถึงจุดชนวนให้ ‘ความเผด็จการ’ หยั่งรากลงในอเมริกา

Treasury Building (Washington D.C.) สถาปัตยกรรมรูปแบบ Neoclassical | Photo: commons wikimedia (https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Us-treasury-building.jpg)

เกิดอะไรขึ้นหลังลงนามคำสั่ง

คำสั่งบริหารกำหนดแนวทางชัดเจนให้ General Services Administration (GSA) หน่วยงานที่ดูแลอาคารของรัฐบาลกลาง ต้อง ‘สรรหาบริษัทสถาปัตยกรรมและนักออกแบบที่มีประสบการณ์ด้านสถาปัตยกรรมคลาสสิก (Classical Architecture) และสถาปัตยกรรมประเพณี (Traditional Architecture) เข้าร่วมการประกวด’ รวมถึง ‘ตรวจสอบให้แน่ใจว่า มีหลายผลงานในรูปแบบนี้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของการประเมิน’

คำสั่งยังให้นิยามของสถาปัตยกรรมคลาสสิกและประเพณีไว้อย่างเฉพาะเจาะจง สถาปัตยกรรม ‘คลาสสิก’ หมายถึง รูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากกรีกและโรมันโบราณ อย่างเช่น Neoclassical, Georgian, Federal, Greek Revival, Beaux-Arts และ Art Deco ส่วนสถาปัตยกรรม ‘ประเพณี’ คือสถาปัตยกรรมมานุษยนิยม เช่น Gothic, Romanesque, Second Empire, Pueblo Revival, Spanish Colonial รวมถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ตามภูมิภาคต่างๆ ของอเมริกา

U.S. Post Office and Courthouse, New Bern, NC สถาปัตยกรรมรูปแบบ Colonial Revival ออกแบบโดย Robert F. Smallwood | Photo: Carol M. Highsmith (https://picryl.com/media/photographs-of-the-u-s-post-office-and-courthouse-in-new-bern-north-carolina-6)

รูปแบบสถาปัตยกรรมเหล่านี้ถูกยกเป็นแบบแผน เพราะสามารถ ‘สะท้อนศักดิ์ศรี ความมุ่งมั่น ความมีชีวิตชีวา และความมั่นคงของรัฐบาลอเมริกัน’ แม้จะเน้นที่สถาปัตยกรรมสองรูปแบบ แต่คำสั่งบริหารก็เปิดช่องให้ใช้สถาปัตยกรรมรูปแบบอื่นในบางกรณี เพียงแต่ GSA ต้องแจ้งให้ประธานาธิบดีทราบและพิจารณาเสียก่อน

ชื่อคำสั่ง ‘Make Federal Architecture Beautiful Again’ ยังสะท้อนคำขวัญ ‘Make America Great Again’ ที่ทรัมป์ใช้รณรงค์หาเสียง ปลุกขวัญกำลังใจให้อเมริกากลับมาเป็นมหาอำนาจของโลกอีกครั้ง หลังเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจ การออกคำสั่งนี้จึงมองได้ว่าเป็นอีกวิธีที่เขาพลิกฟื้นจิตวิญญาณของชาติ ผ่านการเปลี่ยนโฉมสถาปัตยกรรม

William Kenzo Nakamura United States Courthouse สถาปัตยกรรมรูปแบบ Art Deco ออกแบบโดย Gilbert Stanley Underwood | Photo: Carol M. Highsmith (https://commons.wikimedia.org/wiki/File:William_Kenzo_Nakamura_U.S._Courthouse,_Seattle,_Washington_LCCN2010720890.tif)

สถาปัตยกรรมคลาสิก = สถาปัตยกรรมของมหาชน?

หากย้อนดูประวัติศาสตร์การออกแบบอาคารรัฐบาลกลาง จะพบว่าอาคารรัฐมีสไตล์ที่หลากหลาย ไม่จำกัดตายตัวอยู่กับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ในช่วงก่อตั้งชาติ ระหว่างปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 สถาปัตยกรรมกรีกและโรมันเป็นรูปแบบที่รัฐบาลยึดโยงเป็นหลัก จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) และโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ประธานาธิบดีคนแรกและคนที่สาม ซึ่งต่างเป็นบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกา สร้างอาคารรัฐที่สำคัญด้วยรูปแบบ Neoclassical ที่สมมาตร ยิ่งใหญ่ และองค์ประกอบตกแต่งเลียนแบบวิหารกรีกและโรมัน อย่างเช่น อาคารรัฐสภาสหรัฐ (U.S. Capitol Building) หรือทำเนียบขาว (The White House) เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าระบอบประชาธิปไตยของกรีกและสาธารณรัฐโรมัน ว่าเป็นรากฐานอุดมการณ์ของชาติที่ก่อตั้งใหม่

U.S. Capitol Building สถาปัตยกรรมรูปแบบ Neoclassical | Photo: Architect of the Capitol (https://commons.wikimedia.org/wiki/File:United_States_Capitol_-_west_front_tilt_correct.jpg)

The White House สถาปัตยกรรมรูปแบบ Neoclassical | Photo: Matt H. Wade (https://commons.wikimedia.org/wiki/File:WhiteHouseSouthFacade.JPG)

ในช่วงต่อไป สถาปัตยกรรมที่สืบสาแหรกจากอารยธรรมกรีกและโรมัน อย่างเช่น Federal Style, Greek Revival, Gothic Revival หรือ Beaux-Arts เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยม แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลกลางเริ่มโอบรับรูปแบบสถาปัตยกรรม Modernism หรือ Brutalism ที่เน้นความเรียบง่าย เพราะตอบโจทย์เรื่องการใช้งาน ความมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีวิศวกรรมและการก่อสร้างของยุคนั้น แม้อาคารหลายหลังเน้นตอบการใช้งานจนขาดความงาม แต่ก็มีบางผลงานที่โดดเด่น อย่างเช่น Robert C. Weaver Federal Building ออกแบบโดย มาร์เซล บรูเออร์ (Marcel Breuer) หรือ Chicago Federal Center ออกแบบโดย มีส ฟาน เดอร์ โรห์ (Mies van der Rohe)

Robert C. Weaver Federal Building ออกแบบโดย Marcel Breuer | Photo: Carol M. Highsmith (https://en.wikipedia.org/wiki/Robert_C._Weaver_Federal_Building#/media/File:Robert_C._Weaver_Federal_Building,_headquarters_of_ HUD,_the_U.S._Department_of_Housing_ and_Urban_Development,_Washington,_D.C.,_LCCN2011633627.tiff)

Chicago Federal Center ออกแบบโดย Mies van der Rohe | Photo: commons wikimedia (https://commons.wikimedia.org/wiki/Category:Federal_Center_(Chicago)#/media/File:Chicago_Federal_Center.jpg/2)

ในปี 1962 รัฐบาลสมัยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) วางแนวทางการออกแบบอาคารรัฐบาลกลาง ‘Guiding Principles for Federal Architecture’ ที่มีหลักสำคัญคือ หลีกเลี่ยงการกำหนด ‘รูปแบบที่เป็นทางการ’ ของงานสถาปัตยกรรม และระบุด้วยว่า ‘การออกแบบต้องมาจากวิชาชีพสถาปัตยกรรมไปยังรัฐบาล ไม่ใช่จากรัฐบาลไปยังวิชาชีพ’ หลักการนี้เกิดขึ้นใต้บริบทสงครามเย็นที่สหรัฐอเมริกาต้องการสร้างความหลากหลายทางสุนทรียภาพ เพื่อเป็นตัวแทนอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตย ตรงกันข้ามกับการควบคุมสุนทรียภาพอย่างเข้มงวดของกลุ่มโลกคอมมิวนิสต์ที่เชื่อในการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง

ต่อมาในปี 1994 GSA ออกโครงการ Design Excellence Program เพื่อส่งเสริมการออกแบบอาคารรัฐที่โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและมีคุณภาพ สะท้อนความเป็นอเมริกา โดยสร้างกระบวนการคัดสรรยอดฝีมือสถาปนิก วิศวกร มาออกแบบอาคารหลักทั้งสองกลายเป็นรากฐานสำคัญของการออกแบบและก่อสร้างอาคารรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกามาอย่างยาวนาน

San Francisco Federal Building ออกแบบโดย Morphosis | Photo: commons wikimedia (https://commons.wikimedia.org/wiki/File:San_Francisco_Federal_Building_%28main_structure,_seen_from_Mission_and_7th,_2020%29.jpg)

แต่คำสั่งของทรัมป์หักล้างหลักการเหล่านี้ โดยอ้างว่าโครงการ Design Excellence Program ผลิตแต่อาคารที่ถูกใจสถาปนิกชั้นนำ คนทั่วไปไม่ได้เห็นพ้องว่างดงามด้วย และยังพูดถึงการแทนที่สถาปัตยกรรมคลาสสิกด้วย Modernism และ Brutalism ว่าไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอาคารเหล่านั้นเป็นอาคารที่ ‘สาธารณชนยอมรับว่าไม่น่าดึงดูด’ และคำสั่งนี้ ถือเป็นการปรับหลัก ‘Guiding Principles for Federal Architecture’ ที่รัฐบาลหลายยุคสมัยเคยยึดถือเป็นครั้งใหญ่อีกเช่นกัน

ใช่ว่าคำกล่าวอ้างของทรัมป์จะเลื่อนลอยไร้น้ำหนัก เพราะปี 2020 กลุ่ม National Civic Art Society เคยสำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกา 2,000 คนโดยคละช่วงอายุ เพศ เชื้อชาติ และระดับเศรษฐกิจ ว่าชื่นชอบสถาปัตยกรรมรัฐบาลกลางรูปแบบใด ผลสำรวจพบว่า 72% ของกลุ่มตัวอย่างชื่นชอบรูปแบบสถาปัตยกรรมประเพณี (Traditional) มากกว่าสถาปัตยกรรมร่วมสมัย (Modern)

การหวนกลับสู่สถาปัตยกรรมคลาสสิกและประเพณีของทรัมป์ จึงอาจหมายถึงการละทิ้งสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ล้มเหลว ผิดพลาด ออกแบบโดยนักออกแบบชั้นนำหัวก้าวหน้าที่ไม่เข้าใจผู้คน ไปสู่รูปแบบสถาปัตยกรรมตามขนบที่สะท้อนความต้องการของสาธารณชน และเป็นสถาปัตยกรรมของมหาชน

Eisenhower Executive Office Building สถาปัตยกรรมรูปแบบ Second Empire ออกแบบโดย Alfred B. Mullett | Photo: commons wikimedia (https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Eisenhower_Executive_Office_Building_-_DSC08279.JPG)

เป็นประโยชน์กับประชาชน หรือเป็นประโยชน์กับใคร

ถึงรูปแบบคลาสสิกจะเป็นรูปแบบขวัญใจมหาชน แต่ American Institute of Architects (AIA) องค์กรวิชาชีพของอเมริกาโต้กลับคำสั่งบริหารว่า การบังคับใช้สไตล์ใดสไตล์หนึ่งคือการปิดกั้นทางเลือกของการออกแบบ และเน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการรับฟังความเห็นคนท้องถิ่น เพื่อให้ได้อาคารที่ตอบโจทย์ชุมชนอย่างแท้จริง

“การจำกัดรูปแบบสถาปัตยกรรมอาคารรัฐบาลเป็นรูปแบบยุคโบราณ ละเลยการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของงานสถาปัตยกรรม และจำกัดอิสระในการก่อสร้างอาคารที่ตอบความต้องการของชุมชนร่วมสมัยอย่างแท้จริง”

“ความคิดเห็นจากคนท้องถิ่นควรเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจออกแบบอาคาร เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนมีเสรีภาพก่อร่างอาคารที่รับใช้พวกเขาไปหลายชั่วอายุคน”

J. Edgar Hoover Building สถาปัตยกรรมรูปแบบ Brutalist ออกแบบโดย Carter Manny และ Stanislaw Z. Gladys | Photo: ajay_suresh (https://commons.wikimedia.org/wiki/File:FBI_Headquarters_-_J._Edgar_Hoover_Building_(53840035941).jpg)

ส่วนกลุ่ม The Architecture Lobby ที่เกิดจากการรวมตัวกันของคนทำงานสถาปัตยกรรม ชวนมองให้ลึกซึ้งถึงระดับอุดมการณ์ ว่าการยึดถือรูปแบบสถาปัตยกรรมใดรูปแบบหนึ่ง ถือเป็นลักษณะเด่นของเผด็จการ

“ในยุโรป ระบอบเผด็จการที่ขึ้นชื่ออย่างเยอรมนีในยุคฮิตเลอร์และสหภาพโซเวียตในยุคสตาลิน ได้สั่งให้สร้างอาคารด้วยสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกอย่างชัดเจน ซึ่งการกระทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ต้องจำกัดสไตล์การออกแบบก็เพราะพวกเขากลัวความคิดของประชาชนและศิลปะที่มาจากคนทั่วไป”

ไม่เพียงแค่นั้น The Architecture Lobby ยังตีความว่ารูปแบบ Neoclassic คือสุนทรียศาสตร์ที่รับใช้คนขาว เป็นการแบ่งแยกตัวเองออกจากคนพื้นเมืองชาวแอฟริกันที่ถูกบังคับให้เป็นทาส

“คฤหาสน์เจ้าของไร่นาทาสเลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบนี้ โดยอ้างว่าเลียนแบบ ‘วัฒนธรรม’ ของกรีกโบราณ เพื่อสร้างความแตกต่างจากชนพื้นเมืองที่ถูกช่วงชิงที่ดิน และเพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์ของทาสชาวแอฟริกันที่ถูกบังคับให้สร้างและทำงานในคฤหาสน์เหล่านั้น”

และ 18 กันยายนที่ผ่านมา ส.ว. คริส แวน โฮลเลน (Chris Van Hollen) ตัวแทนพรรคเดโมแครตจากรัฐแมรีแลนด์ และ เบน เรย์ ลูฮัน (Ben Ray Luján) ตัวแทนพรรคเดโมแครตจากรัฐนิวเม็กซิโก ก็โต้กลับด้วยการเสนอกฎหมาย ‘Democracy in Design Act’ เพื่อให้แน่ใจว่าอาคารรัฐบาลกลางจะสะท้อนความหลากหลายของชาติและความต้องการของชุมชน

แน่นอนว่าคำสั่งบริหารนี้ส่งแรงสะเทือนต่อวงการสถาปัตยกรรมและก่อสร้างอเมริกา นิตยสาร ARCHITECT ให้ความเห็นไว้ว่า นโยบายใหม่อาจเปลี่ยนเส้นทางของสัญญารัฐบาลกลางมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ไปยังบริษัทที่เชี่ยวชาญในรูปแบบคลาสสิกและประเพณี กลุ่มสถาปนิกที่ทำงานร่วมสมัยถูกลดบทบาทลง รูปแบบการจ้างงานเปลี่ยนไป และส่งผลกระทบต่อการเลือกเรียนต่อสาขาต่างๆ ด้านสถาปัตยกรรมในอนาคต

William Jefferson Clinton Federal Building สถาปัตยกรรมรูปแบบ Neoclassical ออกแบบโดย William Adams Delano และ Chester Holmes Aldrich | Photo: commons wikimedia (https://commons.wikimedia.org/wiki/File:EPA_HQ_-_WJ_Clinton_Building_-_Main_entrance_-_2018a_(cropped).jpg)

เสียงของมหาชน หรือเสียงของทรราชย์

โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกจับตาอย่างต่อเนื่องว่าเป็นผู้นำที่พาอเมริกาไปสู่ระบอบเผด็จการ เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าบริหารงานที่โดยใช้อำนาจเกินขอบเขต อย่างเช่น การออกนโยบายตรวจคนเข้าเมืองและผู้อพยพที่เข้มงวด หรือการปลดลูกจ้างรัฐบาลกลางเพื่อรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ภายใต้บริบทการเมืองของอเมริกาที่ร้อนแรง การออกคำสั่งบริหาร ‘Make Federal Architecture Beautiful Again’ จึงเป็นประเด็นน่าจับตา ยิ่งไปกว่าการควบคุมหน้าตาสถาปัตยกรรม คือการตั้งคำถามว่า การควบคุมหน้าตาตามใจมหาชนจะเรียกขวัญกำลังใจผู้คนกลับมา หรือจะเป็นการเดินหน้าสู่ความเผด็จการ

เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

อ้างอิง

https://www.whitehouse.gov/presidential-actions/2025/08/making-federal-architecture-beautiful-again/

https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2025/08/fact-sheet-president-donald-j-trump-directs-administration-to-make-federal-architecture-beautiful-again/

https://abcnews.go.com/Politics/trump-stay-2024-presidential-race-indicted-tells-cpac/story?id=97628469

https://www.gsa.gov/real-estate/historic-preservation/historic-building-stewardship/architecture-and-government

https://www.aoc.gov/explore-capitol-campus/buildings-grounds/neoclassical

https://www.civicart.org/americans-preferred-architecture-for-federal-buildings

https://www.aia.org/about-aia/press/aia-statement-federal-architecture-executive-order

https://architecture-lobby.org/news/t-a-l-statement-on-trumps-executive-order-affecting-federal-architecture/

https://www.vanhollen.senate.gov/news/press-releases/van-hollen-lujan-reintroduce-the-democracy-in-design-act-to-democratize-federal-architecture-design

https://www.architectmagazine.com/design/back-to-the-future-white-house-mandates-classical-style-as-default-for-federal-buildings/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *