Taichung Green Museumbrary แลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมแห่งใหม่โดย SANAA ที่หลอมรวม พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และสวนสาธารณะรอบข้างเข้าไว้ด้วยกัน
TEXT: HSIEN TZU WANG
PHOTO CREDIT AS NOTED
(For English, press here)
สำหรับผู้ที่หลงใหลในสถาปัตยกรรม ไถจง คือหนึ่งในเมืองที่ต้องไปให้ได้สักครั้งของประเทศไต้หวัน ตั้งแต่ โบสถ์ลูซ (The Luce Chapel) แห่งมหาวิทยาลัยตงไห่ ซึ่งเป็นผลงานออกแบบของ สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน I. M. Pei โรงละครแห่งชาติไถจง ของสถาปนิกชาวญี่ปุ่น โทโยะ อิโตะ (Toyo Ito) ไปจนถึง พิพิธภัณฑ์ฉินเหมย (CMP Inspiration) ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น เคงโงะ คุมะ (Kengo Kuma) ซึ่งทยอยเปิดให้บริการในช่วงสองปีที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้ยังคงใช้ ‘สถาปัตยกรรม’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง

ภายนอกของ Taichung Green Museumbrary | Photo courtesy of Taichung Green Museumbrary
ปลายปี 2025 ไถจงได้เปิดแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ นั่นคือ Taichung Green Museumbrary อาคารแห่งนี้เป็นผลงานการออกแบบร่วมกันของ SANAA สตูดิโอสถาปัตยกรรมจากญี่ปุ่น เจ้าของรางวัล Pritzker Architecture Prize และ สำนักงานสถาปนิกหลิวเพ่ยเซิน (Ricky Liu & Associates Architects + Planners) ทีมสถาปนิกแถวหน้าของไต้หวัน
แนวคิดหลักคือการหลอมรวมพิพิธภัณฑ์ศิลปะและห้องสมุด ซึ่งมีบทบาททางวัฒนธรรมที่แตกต่างให้ดำรงอยู่ภายในอาคารเดียวกัน อีกทั้งยังตั้งใจให้ชื่อของสถานที่แห่งนี้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันอีกด้วย จึงเรียกว่า ‘Museumbrary’ ซึ่งมาจากคำว่า Museum (พิพิธภัณฑ์) และ Library (ห้องสมุด) โดยตั้งอยู่ใจกลาง Taichung Central Park ที่โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว
เนื่องจากสถานที่แห่งนี้โดดเด่นในฐานะหนึ่งในอาคารร่วมสมัยไม่กี่แห่งของไต้หวันที่สามารถตอบโจทย์การเข้าถึงของสาธารณะ บทบาททางวัฒนธรรม และการผสานสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน จึงทำให้ Taichung Green Museumbrary สามารถคว้ารางวัล Best Design จาก Golden Pin Design Award ปี 2025

ภายนอกของ Taichung Green Museumbrary | Photo courtesy of SANAA
เมื่ออาคารขนาดใหญ่หลอมรวมกับสวนสาธารณะ
Taichung Green Museumbrary ตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียวที่เปิดโล่งและกว้างขวางของ Taichung Central Park อันมีโจทย์สำคัญในการออกแบบคือตัวอาคารที่กินพื้นที่กว่า 58,000 ตารางเมตร ที่ประกอบด้วยส่วนพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดที่แบ่งออกเป็นแปดส่วน โจทย์หลักจึงเป็นการนำเสนองานออกแบบที่ไม่ดูเทอะทะ ปิดทึบ หรือแม้แต่กลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่รบกวนทัศนียภาพของสวนแห่งนี้
“Taichung Green Museumbrary คือส่วนหนึ่งของสวนเช่นกัน เราอยากให้สถาปัตยกรรมแห่งนี้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับสภาพแวดล้อม” SANAA อธิบายเพิ่มเติมถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาคารกับสภาพแวดล้อมรอบข้างอันเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียในการออกแบบโครงการนี้ โดยพวกเขายกตัวอาคารทั้งหมดขึ้นจากพื้นประมาณ 6 เมตร เปิดพื้นที่ชั้นล่างให้กลายเป็นลานกึ่งกลางแจ้งที่ระดับความสูงของเพดานแตกต่างกัน โดยตั้งชื่อพื้นที่นี้ว่า Shaded Plaza
การจัดวางเช่นนี้ไม่เพียงเปิดให้ผู้คนสามารถเดินทะลุอาคารสู่สวนได้อย่างอิสระ แต่ยังทำให้อาคารกลายเป็นส่วนขยายของเส้นทางภายในสวน โดยการออกแบบนี้ยังช่วยปรับอุณหภูมิอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก่อนก้าวเข้าสู่ภายในอาคาร ทำให้ผู้ที่มาสถานที่แห่งนี้ลดความต่างของอุณหภูมิระหว่างภายในและภายนอก อีกทั้งรู้สึกสบายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในพื้นที่

Shade Plaza | Photo courtesy of Taichung Green Museumbrary
งานออกแบบภายนอกของตัวอาคาร SANAA ได้ออกแบบโครงสร้างภายนอกของตัวอาคารแบบเปลือกสองชั้น (double-layered envelope) โดยด้านนอกเลือกใช้เหล็กฉีกและใช้ผนังกระจก curtain wall ด้านในทำหน้าที่ให้ทั้งการป้องกันความร้อนและเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ชั้นโลหะด้านนอกอาศัยคุณสมบัติของวัสดุที่มีลักษณะโปร่งและมีช่องว่าง ช่วยลดความรู้สึกทึบ และทำให้อาคารดูเบา ละมุน และอ่อนตัวทางสายตามากยิ่งขึ้น

ภาพภายนอกอาคาร Taichung Green Museumbrary | Photo courtesy of Taichung Green Museumbrary
Taichung Green Museumbrary ไม่ได้กำหนดทางเข้าหลักที่ชัดเจนหรือมีนัยเชิงสัญลักษณ์แบบอาคารทั่วไป ผู้มาเยือนจึงสามารถเข้าถึงอาคารจากด้านไหนของสวนก็ได้ จึงไม่มีการกำหนดเส้นทางสัญจรที่ตายตัว จังหวะการเดินเล่นอย่างอิสระในสวนจึงกลายเป็นตัวนำทางให้ผู้มาเยือนค่อยๆ เคลื่อนตัวไปสู่โถงหลักของ Taichung Green Museumbrary

โถงหลักของ Taichung Green Museumbrary | Photo courtesy of Taichung Green Museumbrary
จุดเด่นของโถงแห่งนี้คือ สระน้ำขนาดใหญ่ที่ก่อรูปด้วยแผ่นสเตนเลสโค้ง ริวเอะ นิชิซาวะ (Ryue Nishizawa) สถาปนิกผู้ออกแบบอธิบายว่า น้ำที่ไหลอย่างต่อเนื่องในสระแห่งนี้ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของ ‘บ่อเกิดพลังงานของความรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่หลั่งไหลไม่สิ้นสุด’
ในเชิงการใช้งาน พื้นผิวของน้ำยังสะท้อนกับภูมิทัศน์สีเขียวภายนอกและแสงธรรมชาติเข้ามาสู่ภายในอาคาร ขณะเดียวกันก็ช่วยปรับอุณหภูมิของพื้นที่ภายในอาคาร ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่เหมาะแก่การพักผ่อน

โถงหลักของ Taichung Green Museumbrary | Photo: Yi-Hsien Lee
เมื่อพื้นที่ศิลปะและการอ่านผสานเป็นแห่งเดียว
เมื่อ SANAA ได้รับโจทย์การออกแบบที่ต้องผสานห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน ทีมสถาปนิกมองว่านี่คือความท้าทายที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง “เราชอบการนำอาคารหรือฟังก์ชันแบบดั้งเดิมมาจัดโครงสร้างใหม่ เพราะมันเปิดพื้นที่ให้การจินตนาการรูปแบบใหม่เกิดขึ้น” แนวคิดนี้เองที่กลายเป็นรากฐานของ Taichung Green Museumbrary ในการวางผังและออกแบบพื้นที่ของทั้งพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด
สำหรับฝั่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะ พื้นที่ที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ที่สุดคือ โถงของพิพิธภัณฑ์ที่มีความสูงถึง 27 เมตร ซึ่งเชื่อมต่อกันในแนวดิ่งตลอด 6 ชั้น นับเป็นพื้นที่จัดแสดงพิพิธภัณฑ์ที่มีความสูงมากที่สุดของไต้หวันในปัจจุบัน เมื่อร่วมกับห้องจัดแสดงทั้ง 5 ห้อง พื้นที่แห่งนี้ไม่เพียงรองรับการจัดแสดงงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ชมผลงานจากระดับความสูงที่หลากหลาย จึงทำให้มุมมองที่มองผ่านความสูงแต่ละชั้นนั้นแตกต่างกัน ช่วยเสริมความสัมพันธ์ระหว่างงานศิลปะกับมิติของสถาปัตยกรรม

โถงของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ | Photo: Yi-Hsien Lee
ในขณะที่ฝั่งห้องสมุดเลือกใช้แนวคิด ‘Fluidity’ เป็นหัวใจของการออกแบบ โดยโซนการอ่านถูกจัดวางแบบแบ่งตามช่วงวัย ภายในประกอบด้วย โถงห้องสมุดสูง 7 เมตร ที่เปิดโปร่งและมีเฟอร์นิเจอร์ทรงโค้งทำหน้าที่ราวกับกระแสน้ำที่คอยนำทาง และทำให้นักอ่านสามารถเดิน หยิบหนังสือ หรือหยุดนั่งอ่านได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ Digital Hub ศูนย์การสร้างสรรค์และการเรียนรู้ที่ออกแบบให้มีเพดานสูงถึงสองชั้น ซึ่งจอภาพวงแหวนขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่กลางพื้นที่ แสดงข้อมูลนิทรรศการ กิจกรรม และหนังสือของทั้งห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์แบบเรียลไทม์

โถงห้องสมุด | Photo courtesy of Taichung Green Museumbrary

โถงห้องสมุด | Photo courtesy of Taichung Green Museumbrary

Digital Hub | Photo courtesy of Taichung Green Museumbrary
พื้นที่อ่านหนังสือบนชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของอาคาร ถูกออกแบบโดยการจัดตั้งชั้นวางหนังสือที่ไม่สูงนัก โดยมีความสูงเพียง 110 เซนติเมตร เพื่อตั้งใจเปิดทัศนวิสัยให้ดูโล่งกว้าง Taichung Central Park จึงกลายเป็นฉากหลังสำคัญของการอ่าน โดยนักอ่านสามารถขยับสายตามองไปมาระหว่างหน้าหนังสือกับธรรมชาติ การอ่านหนังสือในที่แห่งนี้จึงไม่ใช่กิจกรรมที่ถูกจำกัดอยู่ภายในอาคารที่ปิดทึบอีกต่อไป หากแปรเปลี่ยนเป็นการอยู่ร่วมกันกับสภาพแวดล้อมได้อย่างกลมกลืน

โซนอ่านหนังสือชั้นบนสุด | Photo: Yi-Hsien Lee
เมื่อการผสมผสานของศิลปะและความรู้นำไปสู่การจินตนาการที่ไม่สิ้นสุด
ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ศิลปะไม่ได้แยกขาดจากกัน หากแต่เชื่อมโยงโดยสะพานทางเดินที่เชื่อมต่อระหว่างตึกและแต่ละชั้นเข้าไว้ด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่กึ่งกลางแจ้งบนดาดฟ้าอย่าง ‘Cultural Forest’ ซึ่งใช้สะพานลอยรูปวงแหวนเชื่อมพิพิธภัณฑ์ศิลปะและห้องสมุด ภายนอกอาคารยังเลือกใช้ expanded metal แบบเดียวกับผนังภายนอกของอาคาร ทำให้ดูราวกับผ้าม่านที่ทอดตัวลงมาอย่างบางเบา เส้นทางแบบวงกลมนี้ไม่ได้กำหนดเส้นทางที่ตายตัว จึงทำให้ผู้มาเยือนสามารถเดินผ่านระหว่าง ศิลปะและการอ่านได้อย่างอิสระ
SANAA กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังโครงการนี้ว่า “เราหวังว่า Taichung Green Museumbrary จะเป็นเหมือนสวนที่ผู้คนสามารถหยุดพักและใช้เวลาได้อย่างสบายใจ” ด้วยมุมมองที่ว่า ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และสวนสาธารณะ คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทีมสถาปนิกจึงคาดหวังว่า แม้ผู้คนจะมาเพื่อชมงานนิทรรศการหรือยืมหนังสือเป็นหลัก แต่ระหว่างการเดินผ่านอย่างไม่ได้ตั้งใจ กลับได้พบกับประสบการณ์ใหม่ที่เหนือความคาดหมาย
ภายใน Taichung Green Museumbrary สถาปัตยกรรมจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงโครงสร้างที่รองรับการใช้งานเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื้อเชิญให้ผู้คนก้าวเข้ามาสัมผัสการผสมผสานกันระหว่าง ศิลปะ ความรู้ และธรรมชาติ และเปิดทางให้จินตนาการใหม่ๆ ค่อยๆ ได้เกิดขึ้น และนี่เองคือเหตุผลที่ Taichung Green Museumbrary ถูกยกย่องในเวที Golden Pin Design Award ในฐานะหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญที่ช่วยนิยามความหมายใหม่ของสถาปัตยกรรมวัฒนธรรมเพื่อสาธารณะ
_
งานรางวัลการออกแบบ Golden Pin Design Award
Golden Pin Design Award เป็นงานรางวัลการออกแบบที่มีชื่อเสียงที่สุดในตลาดการออกแบบแห่งไต้หวัน จีน มาเก๊า และฮ่องกง ซึ่งต้องการเปิดโอกาสและสนับสนุนงานออกแบบไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ ผลงานออกแบบหลากหลายประเภท ที่มีความโดดเด่นจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย
ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทาง https://www.goldenpin.org.tw/en/

Photo: Yi-Hsien Lee 






