ALESSANDRO SQUATRITO

Alessandro Squatrito

สนทนากับ Alessandro Squatrito จาก Domus Academy ถึงสองหลักสูตรใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ‘ความดั้งเดิม’ (authenticity) บนอนาคตของโรงเรียนงานออกแบบกับ AI ที่แค่ ‘ปรับใช้’ นั้นยังไม่พอ

TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO & IMAGE COURTESY OF DOMUS ACADEMY

(For English, press  here)

นับจากสกิลการวิเคราะห์ข้อมูล สกิลการออกแบบ สกิลการใช้ซอฟต์แวร์ ตอนนี้มาถึงยุคที่นักศึกษาด้านการออกแบบจะต้องทำความรู้จักกับอาวุธชิ้นถัดไป นั่นคือสกิลการควบคุมเครื่องมือที่ต่อยอดมาจากซอฟต์แวร์อีกขั้นอย่างปัญญาประดิษฐ์หรือที่เราเรียกกันจนคุ้นปากว่า AI แต่การเรียนรู้ AI ด้วยตัวเองก็มีขอบเขตจำกัด ทั้งด้วยทรัพยากรที่มี หรือการคาดการณ์ขอบเขตและศักยภาพที่มันจะไปถึงได้ เพราะถ้าเราไม่รู้จักม้า ย่อมไม่อาจวาดม้าได้ดี ไม่ว่าอุปกรณ์ในมือจะเป็นดินสอหรือ AI

เนื่องในโอกาสที่ Domus Academy (Milan) กำลังจะเปิดตัว 2 หลักสูตรใหม่ในระดับปริญญาโท ปีการศึกษา 2026 – 2027 ได้แก่ Design x AI และ Design Futures art4d จึงชวนอาจารย์หัวหน้าภาคอย่าง Alessandro Squatrito มาพูดคุยถึงที่มาที่ไปของหลักสูตรทั้งสอง บทบาทของ AI ที่กำลังเปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือสู่การเป็นคู่คิดของนักออกแบบ กระบวนการเรียนรู้ผ่านโจทย์จริงร่วมกับพาร์ตเนอร์ระดับโลก ไปจนถึงมุมมองต่อทิศทางของวิชาชีพออกแบบในอนาคตที่ยังคงให้ความสำคัญกับแนวคิดของ ‘ความดั้งเดิม’ (authenticity) ของนักออกแบบแต่ละคน

art4d: ช่วยเล่าภาพรวมของแนวคิดเบื้องหลังหลักสูตรใหม่ทั้งสองหลักสูตรให้เราฟังหน่อย

Alessandro Squatrito: จุดเริ่มต้นของเราคือการตั้งคำถามว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ งานออกแบบจะสามารถสร้างบทบาทหรือคุณูปการเฉพาะตัวอะไรได้บ้าง แทนที่จะเป็นเพียงฝ่ายตั้งรับต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หรือเพียงแค่นำ AI มา ‘ประยุกต์ใช้’

สำหรับหลักสูตร Master in Design x AI เป้าหมายคือการทำความเข้าใจว่าความละเอียดอ่อนในการรับรู้ วิธีคิดเชิงวิพากษ์ และความสามารถในการสร้างรูปให้กับสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของงานออกแบบ จะเข้ามาช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ไปสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น มีจริยธรรมมากขึ้น และให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางได้อย่างไร

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไม่ใช่ AI ที่เป็นตัวขับเคลื่อนโปรเจกต์ แต่เป็นงานออกแบบที่วางตัวเองให้เป็นเหมือนเลนส์ที่มองปรากฏการณ์นี้ในเชิงวิพากษ์และเชิงรุก เพื่อพิจารณาว่า AI ควรถูกออกแบบ บูรณาการ และนำมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในชีวิตประจำวันอย่างไร ขณะที่หลักสูตร Master in Design Futures จะเข้ามาเติมเต็มการพิจารณาประเด็นดังกล่าวด้วยมุมมองที่มองไกลออกไปในอนาคต โดยสำรวจต่อว่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ตัวศาสตร์และวิชาชีพด้านการออกแบบเองอาจวิวัฒน์ไปในทิศทางไหน

art4d: ปัจจุบันยังมีนักออกแบบบางส่วนที่มอง AI ในฐานะ ‘เครื่องมือ’ เท่านั้น การเรียนการสอนที่ต้องการผลักบทบาทของ AI ไปสู่การเป็น ‘ผู้ร่วมสร้างสรรค์’ จะพัฒนาและนิยามบทบาทดังกล่าวอย่างไร เรากำลังพยายามทำความเข้าใจเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับ AI ให้ชัดเจนขึ้นอยู่ใช่ไหม?

AS: หลักสูตรนี้ไม่ได้มอง AI ในฐานะเครื่องมือที่เราต้องเรียนรู้วิธีใช้งาน แต่ให้ถือว่า AI เป็นเสมือนหุ้นส่วนที่เราสามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการแลกเปลี่ยนทักษะและความสามารถระหว่างกัน มากกว่าจะเป็นการสั่งการจากฝ่ายหนึ่งไปสู่อีกฝ่ายหนึ่ง นั่นหมายความว่าเราต้องทำงานกับ ‘เส้นแบ่ง’ เหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา ว่าตรงจุดใดที่ความละเอียดอ่อนของมนุษย์ วิจารณญาณเชิงวิพากษ์ และเจตจำนงในการออกแบบยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจทดแทนได้ และตรงจุดใดที่ AI สามารถนำตรรกะ ความรวดเร็ว หรือมุมมองบางอย่างเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งนักออกแบบอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง

ประเด็นนี้ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นเพียงแบบฝึกหัดทางทฤษฎี นักศึกษาจะได้เผชิญและทำความเข้าใจกับมันผ่านการทำโครงการจริง ซึ่งในแต่ละกรณีพวกเขาต้องเป็นผู้กำหนดเองว่า AI ควรเข้ามามีส่วนร่วมในระดับใด และความร่วมมือระหว่างมนุษย์กับ AI ควรมีลักษณะอย่างไร ดังนั้น การทำความเข้าใจเส้นแบ่งดังกล่าวจึงไม่ได้เป็น ‘เงื่อนไขตั้งต้น’ ของโครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกแบบที่ต้องค้นหาและนิยามขึ้นระหว่างทาง

art4d: อีกองค์ประกอบหนึ่งที่น่าสนใจมากคือการได้ร่วมงานกับองค์กรระดับโลกผ่านเวิร์กช็อป กระบวนการทำงานในส่วนนี้เป็นอย่างไร และมีประสบการณ์สำคัญอะไรบ้างที่นักศึกษาควรได้รับจากการทำงานลักษณะนี้

AS: เวิร์กช็อปที่ทำร่วมกับพันธมิตรจากภาคอุตสาหกรรมทำหน้าที่เสมือน bottega ซึ่งการเรียนรู้จะเกิดขึ้นผ่านการลงมือทำงานจริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละบริษัท องค์กรจะนำโจทย์จริงจากบริบทการทำงานของตนเองเข้ามาให้นักศึกษาได้ร่วมแก้ไข โดยนักศึกษาจะใช้ทั้งกระบวนการออกแบบและเครื่องมือ AI ภายใต้คำแนะนำของคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม

สิ่งสำคัญที่เราอยากให้นักศึกษาได้รับจึงไม่ใช่เพียงคำตอบหรือผลงานสุดท้าย แต่คือประสบการณ์จากกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง การทำงานร่วมกับองค์กรที่มีโจทย์และความคาดหวังที่เป็นรูปธรรม ไปจนถึงการเรียนรู้ว่าจะเปลี่ยนความคลุมเครือของโจทย์ทางธุรกิจให้กลายเป็นคำถามเชิงออกแบบที่ชัดเจนและแม่นยำได้อย่างไร

art4d: หลักสูตร Design Futures ให้ความสำคัญกับ ‘การสร้างโลกสมมติ (worldbuilding)’ และ ‘การมองอนาคตเชิงยุทธศาสตร์ (strategic foresight)’ ผ่านการคาดการณ์จากข้อมูลเพื่อดูว่าศาสตร์การออกแบบจะพัฒนาไปในทิศทางใดใช่ไหม แล้วคุณคิดว่ากระบวนการดังกล่าวจะมีโอกาสนำไปสู่ข้อสรุปร่วมแบบรวมศูนย์ หรือเปิดให้เกิดมุมมองที่หลากหลายยิ่งขึ้นมากกว่ากัน?

AS: หลักสูตร Design Futures ไม่ได้มุ่งหาคำทำนายที่ ‘ถูกต้อง’ เพียงหนึ่งเดียวว่าอนาคตของศาสตร์การออกแบบจะเดินไปในทิศทางใด ตรงกันข้าม วิธีการอย่างการสร้างโลกสมมติและการมองอนาคตเชิงยุทธศาสตร์ถูกนำมาใช้ก็เพื่อไม่ให้กระบวนการคิดมุ่งไปสู่ข้อสรุปเพียงชุดเดียว เป้าหมายคือการสร้างฉากทัศน์ที่เป็นไปได้หลายรูปแบบ ซึ่งหลายครั้งอาจมีความตึงเครียดหรือขัดแย้งกันเอง เพื่อฝึกให้นักศึกษาลองจินตนาการถึงความเป็นไปได้ มากกว่าแค่พยายามคาดการณ์อนาคตให้แม่นยำ คุณค่าของกระบวนการนี้จึงอยู่ที่ความหลากหลายของมุมมองที่ได้สำรวจ ไม่ใช่การพยายามหลอมรวมทุกอย่างให้ไปสู่คำตอบเดียว เรียกว่าเป็นเป็นแนวทางที่เปิดกว้างและเน้นการสำรวจ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการตั้งคำถามเพื่อการวิจัย มากกว่าการจัดทำแม่แบบสำหรับอนาคต

art4d: งั้นคุณคิดว่า ‘ความดั้งเดิม (authenticity)’ จะยังคงมีความสำคัญในอนาคตของแวดวงการออกแบบหรือเปล่า?

AS: แน่นอน และมีแนวโน้มว่าจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นด้วยซ้ำ เมื่อเครื่องมือสำหรับการสร้างสรรค์และการผลิตเข้าถึงได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น สิ่งที่ทำให้งานหนึ่งแตกต่างจากอีกงานจึงไม่ได้อยู่ที่ทักษะทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อยู่ที่มุมมอง เจตนา และความสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของวิธีที่สิ่งเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมา ในแง่นี้ ‘ความเป็นตัวตนที่แท้จริง’ จึงกลายเป็นเกณฑ์ที่แยกผลงานซึ่งมีน้ำเสียงเฉพาะตัวและเป็นที่จดจำ ออกจากงานที่แม้จะทำออกมาได้ดี แต่โดดเด่นเพียงในเชิงฝีมือ

art4d: คุณมีคำแนะนำอะไรอยากฝากถึงคนที่กำลังสนใจสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรนี้บ้างไหม

AS: จงเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น มากกว่าความมั่นใจว่าตัวเองมีคำตอบอยู่แล้ว สิ่งที่สำคัญคือความพร้อมที่จะตั้งคำถามกับวิธีการออกแบบของตัวเอง ทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายสาขา และเผชิญกับโจทย์จริงจากบริษัทที่เข้ามาร่วมโครงการ คุณไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้าน AI มาก่อน สิ่งสำคัญคือความพร้อมที่จะทดลอง เรียนรู้จากความล้มเหลว และทบทวนเพื่อปรับทิศทางใหม่อยู่เสมอ นั่นคือจิตวิญญาณของการเรียนรู้ผ่านการฝึกฝนและลงมือทำ ซึ่งเป็นหัวใจของหลักสูตรนี้

_
สำหรับการรับสมัครรอบเดือนกันยายนและพฤศจิกายน 2026 ผู้สมัครสามารถนำเสนอศักยภาพของตนผ่าน Portfolio ที่คัดสรรผลงานอย่างพิถีพิถัน เพื่อรับโอกาสในการพิจารณาทุนการศึกษามูลค่าสูงสุด €9,000

ผู้ที่ต้องการวางแผนการศึกษาเพื่อก้าวสู่สายงานออกแบบในระดับนานาชาติ สามารถขอคำปรึกษาจากพี่ปี๊บ Education Consultant จาก DP Education ได้ที่ 088-895-4445 หรือ LINE: @dpeducation เพื่อเตรียมความพร้อมและวางรากฐานสำหรับเส้นทางวิชาชีพด้านการออกแบบในอนาคต

facebook.com/DomusAcademyOfficial
instagram.com/domusacademy
domusacademy.com