ART KL 2026 อาร์ตแฟร์น้องใหม่แห่งกัวลาลัมเปอร์ ที่ชวนสำรวจบทบาทของศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ระบบนิเวศศิลปะร่วมสมัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เติบโตไปด้วยกัน
TEXT & PHOTO: SARUNKORN ARTHAN
(For English, press here)
ใครจะรู้ว่าศิลปินก็มีลำดับขั้นทางวิชาชีพเหมือนกับอาชีพอื่นๆ เพราะว่าในความคิดของเราแต่แรกเข้าใจไปว่าศิลปินคนหนึ่งๆ เมื่อเป็นศิลปินก็เป็นไป จะดังหรือดับก็แล้วแต่ผลงานบันดาลไป ที่ไหนได้จริงๆ แล้ววิชาชีพศิลปะอย่างศิลปินก็มีลำดับตั้งแต่ศิลปินรุ่นปรมาจารย์ (Old Masters) ศิลปินรุ่นใหญ่ (Masters) ศิลปินผู้มีชื่อเสียง (Established Artists) และศิลปินรุ่นใหม่ (Emerging Artists) ซึ่งแปรผันตรงกับชื่อเสียงและรายได้จากการทำงานของพวกเขา
ในวันที่ทั้งโลกนึกถึง ปิกัสโซ พากันประมูลผลงานของถวัลย์ ดัชนี หรือรีบไปดูผลงานของอารยา ราษฎร์จำเริญสุข แต่ในขณะที่เรามักจับจ้องไปที่ความสำเร็จและมูลค่ามหาศาลของศิลปินระดับบนสุด คำถามสำคัญที่ต้องกลับมาฉุกคิดคือ เรากำลังให้ความสนใจไปที่ศิลปินที่ ‘ติดลมบน’ ไปแล้วมากเกินไปหรือเปล่า? ซึ่งต้องอย่าลืมว่าศิลปินระดับตำนานทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาของการเป็น Emerging Artist มาก่อนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการให้คุณค่าและสร้างโอกาสแก่ ศิลปินรุ่นใหม่ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการรดน้ำพรวนดินให้ระบบนิเวศศิลปะเติบโตอย่างยั่งยืน ฉันใดก็ฉันนั้น หากวันนี้เราไม่ร่วมกันปลูกเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ วันข้างหน้าเราจะเอาดอกผลที่ไหนมาชื่นชม

ช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา art4d ได้รับเชิญไปเข้าร่วมอาร์ตแฟร์แห่งใหม่ท่ามกลางหมอกจางๆ และควันหนาๆ ของกรุงกัวลาลัมเปอร์ งานนี้คือ ART KL อาร์ตแฟร์ที่เกิดจากความตั้งใจของริชาร์ด โกห์ ที่อยากส่งเสริมให้กัวลาลัมเปอร์เป็นแหล่งพบปะใหม่ของศิลปิน แกลเลอรี่ นักสะสม และผู้ชมทั่วไปในภูมิภาคอาเซียนและระดับนานาชาติ พร้อมกันนั้นยังส่งเสริมศิลปะโดยศิลปินรุ่นใหม่ที่เกิดหลังปี 1990 เพื่อเป็นการรับประกันด้วยว่าพวกเขาจะมีพื้นที่และโอกาสในการจัดแสดงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งในครั้งแรกของ ART KL ได้จัดขึ้นที่ A Place Where (APW) ในย่านบังซาร์



ความน่าสนใจของ A Place Where คือ การดัดแปลงกลุ่มอาคารเก่าของโรงพิมพ์ Art Printing Works (APW) ที่ก่อตั้งขึ้นมาในช่วงทศวรรษ 1950 ให้กลายเป็นย่านสร้างสรรค์และคอมมูนิตี้ฮับใจกลางเมืองได้อย่างมีเสน่ห์ โดยยังคงรักษาโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบ Industrial รวมถึงสิ่งของดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วนำมาผสมผสานกับการออกแบบพื้นที่ใช้งานสมัยใหม่ จนเกิดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์หลากหลายโซน เช่น The Factory และ The Warehouse ที่พร้อมรองรับทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร Co-working Space ตลอดจนพื้นที่จัดแสดงศิลปะและอีเวนต์ร่วมสมัย ซึ่งสะท้อนแนวคิดการฟื้นฟูเมือง ที่เปลี่ยนมรดกอุตสาหกรรมในอดีตให้กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและไอเดียสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในบริบทร่วมสมัย


กลับมาภายในงาน ART KL เมื่อเราฝ่าดงฝุ่นถึงพื้นที่จัดแสดงงานแล้ว บนพื้นที่เราเหยียบเราจะมองเห็นอย่างหนึ่งคือ กรอบหลุยส์มีลูกศรชี้ทิศบอกทางไปยังสถานที่ต่างๆ ของงาน โดยเฉพาะพื้นที่ Galleries ที่บรรจุแกลเลอรี่กว่าสิบแห่งทั่วเอเชียไว้อยู่ในโกดังสูงโปร่งพร้อมเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย เช่น Intersection Gallery จากสิงคโปร์ที่ได้นำผลงานภาพพอร์ตเทรตหญิงสาวบนผ้าลุนตยา โดยศิลปินชาวเมียนมาร์อย่าง Chuu Wai มาอวดโฉมที่นี่เป็นครั้งแรก หรือ Vin Gallery จากเวียดนามที่นำเอาความละเมียดของจิตรกรรมบนผืนผ้าไหมของ Le Thi ปะทะกับความยุ่งเหยิงของผลงานฟุ้งๆ คล้ายแอร์บรัชโดย Son Dang


กนกวรรณ สุทธัง, Rising Rice Series, 2026
และเป็นที่แน่นอนว่าในงาน ART KL ยังมีแกลเลอรี่ไทย และครั้งแรกนี้มาถึงสองแห่ง Warin Lab Contemporary เป็นแกลเลอรี่เจ้าประจำที่เดินทางมาเจอกับ art4d อีกครั้งที่นี่ (หลังจากเจอกันที่ Art Jakarta 2026) โดยครั้งนี้ ฝน–สุคนธ์ทิพย์ นาคเกษม ได้พาศิลปินสองราย คือ กนกวรรณ สุทธัง ผู้คร่ำเรื่องพืชพรรณในธรรมชาติที่ครั้งนี้ได้นำคอลเล็กชั่นจากนิทรรศการ มอด มอด มาจัดแสดงเพราะว่าเข้าใจและเชื่อมโยงกับ Rice-Asian แบบเราชาวอุษาคเนย์ และทีทัช หงษ์คงคา ที่นำถุงพลาสติกมาพูดถึง ‘ชีวิต’ ของมันว่าแท้จริงแล้วมีเพียง 15 นาที ก่อนจะถูกทิ้งหรือเก็บไว้อย่างถาวร เขาได้เอาถุงพลาสติกมาทดลองใช้ความร้อน เป็นผลมาสู่งานที่ไม่ใช้แคนวาสรองเลยแม้แต่น้อย ซึ่งสะท้อนถึงจำนวนถุงพลาสติกที่นำมาใช้ (และยังเหลือในโลกอีกหลายร้อยล้านใบที่ยังไม่ย่อยสลาย)

ผลงานบางส่วนของจูเลีย

ผลงานบางส่วนของจูเลีย

ผลงานบางส่วนของพัลย์สุภา
อีกแห่งคือแกลเลอรี่หน้าใหม่ที่สนับสนุน Emerging และ Early-career Artists อยู่เสมออย่าง SUPPLES ซึ่งใน ART KL ก็ได้นำผลงานของสองศิลปินหญิง คือ จูเลีย เภตรา โอบอร์น ที่ผลงานได้เล่าเรื่องตำนานพื้นบ้านไทยที่ต้องใช้เวลานึกคิด และพัลย์สุภา สิทธิรักษ์ ที่เขียนภาพธรรมชาติใกล้ตัวที่บางครั้งเราอาจไม่ได้ใส่ใจในความงามของมัน

Discovery: When We Touch the Floor by Lee Mok Yee

Discovery: The Way They See Us by Farhan Rizuwan
นอกจากโซน Galleries แล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่เป็นไฮไลต์สำคัญของ ART KL คือโซน Discovery ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะจัดวางเฉพาะพื้นที่ (Site-specific Installation) โดยผลงานเหล่านี้ถูกจัดวางกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วพื้นที่ของ A Place Where เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ออกเดินสำรวจและสัมผัสกับศิลปะอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีสองผลงานที่โดดเด่นและชวนให้หยุดคิดเป็นพิเศษ ชิ้นแรกคือ When We Touch the Floor โดย Lee Mok Yee ที่หยิบเอาเสื่อน้ำมันวัสดุคุ้นตาในบ้านเรือนของเราชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาถ่ายทอดผ่านวิดีโอ เสียง และกลิ่น เพื่อชวนตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายกับพื้นผ่านท่วงท่าในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งพื้น การนั่งยองๆ หรือการนอนพักผ่อน อีกชิ้นที่น่าสนใจคือ The Way They See Us โดยศิลปินงานไม้รุ่นใหม่อย่าง Farhan Rizuwan ที่นำเก้าอี้ไม้มาถอดประกอบและขึ้นรูปใหม่เป็นสัญลักษณ์แทนเรือนร่างและสถานะทางสังคม โดยใช้ความว่างเปล่าของเก้าอี้ไร้คนนั่ง สะท้อนถึงสายตา ความคาดหวัง และการประเมินตัวตนจากสังคมรอบข้าง เพื่อถ่ายทอดสายตาว่า ‘เก้าอี้จะมองเรายังไงนะ’

Discovery: I Throw Rubbish But I Am Not Rubbish by Phillip Wong

Discovery: What do we know? by Neoh Shin Yen
จริงๆ แล้วโซน Discovery ยังเต็มไปด้วยผลงานประติมากรรมและสื่อผสมเชิงวิพากษ์อีกหลายชิ้นที่กระจายอยู่รอบพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรมขยะรีไซเคิลและซากอิเล็กทรอนิกส์ที่ตั้งคำถามกับโลกยุคเทคโนโลยี, งานจัดวางเชิงสัญลักษณ์ที่เล่นกับสภาวะจิตใจและกรอบสังคม ไปจนถึงงานจัดวางทางเสียงจากสิ่งของในชีวิตประจำวัน ซึ่งล้วนสอดประสานและเติมเต็มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชม ART KL (รวมถึงผู้ที่ใช้บริการ APW อีกด้วย)



ภาพรวมของ ART KL สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยกิจกรรมคู่ขนานทั่ว APW ที่สะท้อนการเป็นแพลตฟอร์มสร้างสรรค์อย่างเปิดกว้าง นำโดย UOB สปอนเซอร์หลักที่มาร่วมเปิดพื้นที่นิทรรศการพิเศษพร้อมตอกย้ำการซัพพอร์ตศิลปินรุ่นใหม่ในระยะยาว พร้อมกันนั้นภายในงานยังมีเวิร์กช็อปศิลปะสำหรับเด็ก และเวทีเสวนาเข้มข้นที่เปิดให้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางวงการศิลปะร่วมสมัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตบท้ายด้วยการจัดประมูลผลงานศิลปะการกุศล เพื่อมอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายแก่บ้านพักเด็ก The Lighthouse Children’s Welfare Home โดยตรง

การจัดงานครั้งแรกของ ART KL จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่น่าประทับใจ การได้เห็นผลงานของศิลปินรุ่นใหม่มาจัดแสดงท่ามกลางบรรยากาศโรงพิมพ์เก่าของ APW ทำให้เราได้เห็นว่ากัวลาลัมเปอร์กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เปิดกว้างที่พร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ๆ และช่วยให้ระบบนิเวศศิลปะในภูมิภาคที่รักของเราเติบโตไปพร้อมกันอย่างน่าติดตาม
ART KL จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15-18 ตุลาคม พ.ศ.2569 ที่ A Place Where (APW) ย่านบังซาร์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย



























