Philippe Starck เปลี่ยนจินตนาการให้เป็นรูปร่าง ผ่านโปรเจกต์โรงแรม Maison Heler กลางเมืองเก่าอย่าง Metz
TEXT: KARN PONKIRD
PHOTO COURTESY OF STARCK
(For English, press here)
“แรงบันดาลใจคืออะไร?” เป็นคำถามเริ่มบทสนทนาที่เรามักคุ้นเคยเมื่ออ่านบทสัมภาษณ์ดีไซเนอร์เกี่ยวกับงานออกแบบเสมอ เพราะการออกแบบมีกระบวนท่าที่หลากหลาย และเทคนิคมากมายให้ดีไซเนอร์เลือกใช้ ทั้งการถอดประวัติศาสตร์ ศึกษาบริบทรอบข้าง ไปจนถึงการวิเคราะห์ความต้องการของตลาดและผู้บริโภคด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ แต่ในกรณีนี้ Philippe Starck ออกแบบ Maison Heler โรงแรมสูง 9 ชั้น ที่ประกอบไปด้วยห้องพัก 104 ห้อง ภัตตาคาร 2 แห่ง และบาร์อีก 2 แห่ง โดยได้ก่อร่างขึ้นมาจากเรื่องสั้น นิทาน บทกวี และอารมณ์ขันของตัวละครสมมติ จากจินตนาการของ Starck และจากการเก็บเล็กผสมน้อยผลงานวรรณกรรม กราฟิก และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เขา (Starck) ชื่นชอบ

Maison Heler เป็นโปรเจกต์ที่ผ่านการปลุกปั้นมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี (ความล่าช้าในการก่อสร้าง การเปลี่ยนมือผู้ลงทุน อัคคีภัย ไปจนถึงโรคระบาดอย่างโควิด 19) ตั้งอยู่ในย่าน Avenue Foch เมือง Metz เมืองหลวงของแคว้น Lorraine ประเทศฝรั่งเศส ลักษณะของโรงแรมภายนอกเหมือนแท่งหินขนาดใหญ่สีเทาตั้งตระหง่าน ที่ชั้นบนสุด มีบ้านทรงประเพณีของแคว้น Lorraine ในช่วงศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่และปกคลุมไปด้วยเหล่าพืชพรรณ ระย้าเถาวัลย์ที่พันเกี่ยวกันเป็นสวนลอยฟ้าดูแปลกตาแต่ก็น่าค้นหาไปพร้อมกัน

เพื่อนำเสนอ ‘โลก’ ที่โลดโผนออกมาจากวิสัยทัศน์เหนือจริง Philippe Starck ต้องเป็นมากกว่าสถาปนิก หรือมัณฑนากร การมองตัวเองเป็น creator ทำให้ Starck ไม่จำกัดตัวเองและทีมไว้เฉพาะการออกแบบที่จับต้องได้ แต่เขายังกระโจนสู่การออกแบบสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างเรื่องราวและประสบการณ์อีกด้วย 1 เดือนก่อนเปิดตัวโรงแรม หนังสือ La Vie minutieuse de Manfred Heler (หรือในชื่ออังกฤษ The meticulous Life of Manfred Heler) ได้ตีพิมพ์ผ่านสำนักพิมพ์ Allary Editions ซึ่งเป็นนิทานจากจินตนาการของ Starck เพื่อเล่าเรื่องของ Manfred Heler ชายนักประดิษฐ์สติเฟื่องช่างฝัน ที่อยู่มาวันหนึ่งพื้นดินใต้บ้านของเขาก็สั่นสะเทือนและยกตัวขึ้น Manfred บ้านและสวนน้อยๆ ของเขาลอยอยู่เหนือท้องฟ้า ผืนดินยกตัวขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนเป็นการตัดแป้งด้วย cookie cutter และเมื่อนั้นจึงเป็นที่มาของ Maison Heler บ้านหลังน้อยที่ลอยขึ้นสู่เส้นขอบฟ้าของเมือง Metz พร้อมจะต้อนรับนักเดินทางผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน
ด้วยระยะเวลาการออกแบบและก่อสร้างที่ยาวนาน ระหว่างนั้น Starck ไม่เคยเฉลยว่าไอเดียของหนังสือนิทานเกิดขึ้นก่อนไอเดียการออกแบบอาคาร หรือไอเดียการออกแบบอาคารเกิดก่อนไอเดียนิทานกันแน่ แต่เป็นที่แน่นอนว่าไอเดียหลักๆ ของ La Vie minutieuse de Manfred Heler นั้น Starck รับอิทธิพลมาจากสไตล์การเขียนหนังสือ Impressions of Africa (1909) ของ Raymond Roussel (1877-1933) กวีและนักเขียนชาวฝรั่งเศส ผู้สร้างชื่อเสียง (หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว) ด้วยการเป็นแถวหน้าของขบวนการศิลปะเซอร์เรียลลิสต์ในวงการวรรณกรรมฝรั่งเศส
Starck ใช้ลูกเล่นของนิทานผจญภัย การลำดับเวลาที่แปลกประหลาด การเล่นคำ การพรรณนาสถานการณ์อันพิลึกพิลั่นซึ่งสร้างความเพลิดเพลินในการอ่านที่จะพบได้ในงานของ Roussel ผสมกับผลงานของจิตรกรและนักวาดภาพประกอบชื่อดัง Jacques Carelman (1929-2012) อย่าง Catalogue of Extraordinary Objects (1969) ซึ่งเป็นหนังสือภาพที่รวบรวมสิ่งประดิษฐ์สุดแลกประหลาดและจินตนาการวิธีใช้งานไม่ออก (เช่น ขวาน 2 ด้าม จักรยาน 3 ล้อ ร่มเสริมรางน้ำ หรือแปรงสีฟันสองหัว) ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Starck นำไปแต่งเติมบุคลิกของ Manfred Heler เจ้าบ้านที่หมกมุ่นกับการสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สมบูรณ์แบบ จากการทดลองประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ตามจินตนาการอันมากมาย การตกแต่งภายในโรงแรมจึงคลาคล่ำไปด้วยวัตถุเหล่านั้นให้แขกเหรื่อได้พบเจอ (มีตู้ที่ใส่ขวาน 2 ด้ามอยู่จริงๆ) รวมไปถึงตัวอักษรลับที่ต้องถอดรหัสเพื่อหาความหมายที่แท้จริง (มีคู่มือถอดรหัสให้ในห้องพัก) เหล่านี้ก็ล้วนเสริมสร้างประสบการณ์การเข้าพักให้น่าจดจำและเกิดจุดเริ่มต้นสนทนาได้อย่างดี


ไม่วาย Starck แต่งเติมเนื้อหาโรแมนติกให้กับเรื่องราวด้วยภัตตาคาร La Cuisine de Rose สิ่งประดิษฐ์ของขวัญที่ Manfred สร้างขึ้นเพื่อแสดงความรักต่อ Rose หญิงสาวในจินตนาการของเขา (ดูเหมือนจะเป็นรักข้างเดียว) ห้องอาหารนี้ให้บริการในชั้น 1 ของโรงแรมที่เปิดบริการตลอดทั้งวัน โอบล้อมไปด้วยผนังสีขาวและเฟอร์นิเจอร์สีเข้ม หยอดแต้มไปด้วยชุดจานชามสีชมพูเฉดต่างๆ ซึ่งเป็นสีสำหรับแทนตัวตนของ Rose อาหารที่จะทำให้ผู้ได้ทานรู้สึกกระปรี้กระเปร่าจากวัตถุดิบซึ่งเป็นผลผลิตในท้องถิ่นของแคว้น Lorraine และเครื่องดื่มตามฤดูกาล


ถัดขึ้นมาที่ห้องพักทั้ง 104 ห้อง ตกแต่งด้วยการผสมผสานเฟอร์เจอร์สไตล์อุตสาหกรรม อย่างชุดโคมไฟหัวเตียง เคียงคู่ไปกับโต๊ะไม้สีเข้มและเก้าอี้บุหนังให้บรรยากาศนุ่มนวล วัสดุแต่ละชนิดล้วนแสดงสีสันและพื้นผิวของตนเอง สีขาวของผ้าฝ้าย สีเทาของคอนกรีต หินอ่อนลวดลายวิจิตร แอบซ่อนไว้ด้วยดีเทลเกมถอดรหัสเล็กๆ ตามมุมเฟอร์นิเจอร์ การผสมผสานเครื่องเรือนที่ดูเหมือนเดินทางมาจากต่างมุมของโลกแต่ก็สอดรับกันอย่างกลมกลืนก็ดูเข้ากับบุคลิกของ Manfred นักประดิษฐ์สติเฟื่องไม่มากก็น้อย

และถ้าหากคุณเดินทางมาถึงปลายยอดของโรงแรม คุณก็จะมาถึงบ้านพักอาศัยของ Manfred เอง ที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นภัตตาคาร La Maison de Manfred ห้องอาหารที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นและคุ้นเคย เป็นสถานที่ที่เหมาะจะรวมตัวและเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะในรูปแบบครอบครัวหรือคู่รัก เฟอร์นิเจอร์ไม้และเบาะบุหนังสีเขียวลายนูน ผนังกรุกระเบื้องดินเผาสีเข้ม และโอบล้อมไปด้วยแสงอาทิตย์อบอุ่นที่ลอดผ่านศิลปะกระจก Stained glass 19 บาน (โดยศิลปินกระจก Ara Starck ลูกสาวของ Philippe Starck) ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมือง ของสถานที่ เมื่อตกเย็นผู้มาเยือนก็ถูกต้อนรับด้วยแสงไฟและบรรยากาศค่ำคืนอันมีสเน่ห์ของเมือง Metz (อีกทั้งจากภัตตาคาร ยังสามารถมองเห็น Centre Pompidou จากระยะไกลได้อีกด้วย)


Maison Heler เป็นภาพแทนของความทะเยอทะยานในฐานะ creator กับความใคร่รู้ว่าดีไซเนอร์สามารถออกแบบ ‘ขอบเขต’ ของงานออกแบบได้มากขนาดไหน ผลงานนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตหลอมรวมกัน เป็นถ้อยแถลงของความสร้างสรรค์ Philippe Starck และทีมประกอบโรงแรมขึ้นมาจากการหยิบยืมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วรรณกรรม อย่างละเล็กละน้อย ร้อยเรียงและประกอบขึ้นมาใหม่ด้วยอารมณ์ขัน ความพิถีพิถัน และรายละเอียด เกิดเป็นสถานพักผ่อนที่รุ่มรวยไปด้วยเรื่องราว และประดับประดาไปด้วยศิลปะ เสมือนดินแดนจากเทพนิยาย






