จากการสังเกตสภาพแวดล้อม สถาปนิกอย่าง Jenchieh Hung และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี ก็ได้ค้นพบแนวคิดที่จะพัฒนาผลงานการออกแบบที่สร้างสรรค์ โดดเด่น และได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม
TEXT: CHIWIN LAOKETKIT
PHOTO: KETSIREE WONGWAN
(For English, press here)
ในงานสถาปนิก’68 ที่จัดโดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และกุลธิดา ทรงกิตติภักดี สองสถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้ง Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research ได้เปิดตัวหนังสือ Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving ที่เปรียบสถาปัตยกรรมเสมือนกิ้งก่า ซึ่งพลิกแพลง ปรับตัว และวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการหลอมรวมระหว่างงานค้นคว้า 12 แห่ง และงานออกแบบ 12 โครงการที่พวกเขาออกแบบ

งานเปิดตัวหนังสือ Chameleon Architecture โดย เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และกุลธิดา ทรงกิตติภักดี
โดยทั้งสองสถาปนิกได้พาผู้เข้าร่วมงานสำรวจการถอดรหัสการออกแบบด้วยคำ 3 คำที่เป็นแกนหลักทั้ง ‘พลิกแพลง ปรับตัว และวิวัฒน์’ ซึ่งมาจากการวิจัย ค้นคว้า ตกผลึกกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมและรูปแบบการใช้พื้นที่ของประเทศไทย จนออกมาเป็นมุมมองต่อการออกแบบกับโปรเจกต์สถาปัตยกรรมในบริบทเอเชีย ทั้งนี้ ยังมีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนบทสนทนากับ อมตะ หลูไพบูลย์ สถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้ง Department of ARCHITECTURE Co. และอรรถพร คบคงสันติ ภูมิสถาปนิกผู้ก่อตั้ง TROP : terrains + open space ได้อย่างน่าสนใจ

เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung), อมตะ หลูไพบูลย์, อรรถพร คบคงสันติ และกุลธิดา ทรงกิตติภักดี
งานเสวนาเริ่มต้นด้วยเจอร์รี่ หง และกุลธิดา ทรงกิตติภักดี ผู้ร่วมก่อตั้งและสถาปนิกหลักจาก HAS design and research ค่อยๆ ไล่เรียงภาพรวมท่วงทำนองนิยามของสถาปัตยกรรมกิ้งก่า จากงานค้นคว้าสิ่งที่อยู่ในบริบท การปรับเปลี่ยนที่พลิกแพลงให้เข้ากับพื้นที่ ทั้งในบริบทของประเทศไทยและประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่ยื่นกันสาดคลุมริมถนน ตลาดร่มหุบ การบูรณะวัดปราสาท อาคารอยู่อาศัยที่วิวัฒน์ไปตามสถานการณ์ของพื้นที่และสร้างปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในการใช้งาน องค์ประกอบเหล่านี้ที่สองสถาปนิกวิเคราะห์มานั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมไปตามๆ กัน การสังเกตหรือแม้แต่ใช้เวลาเฝ้ามองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับสิ่งรอบตัว ทำให้สถาปนิกเจอไอเดียใหม่ๆ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการออกแบบได้อย่างสร้างสรรค์ จนค่อยๆ เกิดเป็นลายเซ็นเฉพาะตัว

ทั้งสองสถาปนิกจาก HAS design and research ยังเล่าต่อถึงป้ายที่เรามักพบเห็นกันบนท้องถนน บ้านเรือนที่ใช้วัสดุใกล้ตัวมาปรับใช้ โดยได้เก็บวิธีการพร้อมวิวัฒนาการไอเดียจากคลังความรู้ที่สะสม นำมาออกแบบสถาปัตยกรรมผ่านโปรเจกต์ Museum of Modern Aluminum Thailand, Simple Art Museum และ Forest Villa ให้มีความยั่งยืนในวัสดุและกลมกลืนไปกับธรรมชาติและวัฒนธรรมของเมืองอย่างลงตัว


บทสนทนาระหว่าง เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung), อมตะ หลูไพบูลย์, อรรถพร คบคงสันติ และกุลธิดา ทรงกิตติภักดี
เมื่อถึงคราวแลกเปลี่ยน อมตะ หลูไพบูลย์ ได้ชวนตั้งคำถามและให้ข้อสังเกตถึงการผสมผสานความเฉพาะตัว และสายตาในออกแบบสถาปัตยกรรมแบบฉบับ HAS design and research พร้อมด้วย อรรถพร คบคงสันติ ก็ได้พาดำดิ่งถึงประสบการณ์ที่สนุกๆ ในช่วงเริ่มต้นอาชีพกับการมองหารสนิยมในการออกแบบที่ต้องปรับตัวให้ทัดเทียมในระดับนานาชาติ

ดังคำกล่าวของ เจอร์รี่ หง และกุลธิดา ทรงกิตติภักดีที่สรุปไว้ท้ายเล่มของหนังสือ “งานค้นคว้าและการออกแบบทั้ง 24 โครงการในหนังสือเล่มนี้ ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวของการสำรวจและตั้งคำถามเกี่ยวกับผลลัพธ์ทางสถาปัตยกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่หยุดนิ่ง แต่ยังสะท้อนถึงกระบวนการที่สถาปัตยกรรมปรับตัวตามเวลา ผู้คน บริบท และสภาพแวดล้อม สถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นจึงเป็นผลลัพธ์จากการพลิกแพลง ปรับเปลี่ยน และพัฒนา เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับสิ่งที่มีอยู่เดิม ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งานและการเปลี่ยนแปลงในสังคม” และแน่นอนว่าความสามารถในการปรับตัวนี้อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างพื้นที่ที่ยั่งยืน เชื่อมโยงทั้งในเชิงกายภาพและจิตวิญญาณที่ไม่เพียงแค่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความหมายและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

art4d.com/product/chameleon-architecture
hasdesignandresearch.com







