FORMS OF EXPRESSION

ชมรมทดลอง ‘คำ typography พื้นที่’ ที่อยากแค่ให้ทุกคนมาจอยๆ กันจาก มานิตา ส่งเสริม คิวเรทโดย เบญจรัตน์ เอี่ยมรัตน์

TEXT: PIYAPONG BHUMICHITRA
PHOTO: KETSIREE WONGWAN

(For English, press  here)

มานิตาและเบญจรัตน์ hack พื้นที่อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ติดตลาดกรุงธน ย่านบางพลัดนานราว 1 เดือน ทั้งสองคนเปลี่ยนอาคารหลังนี้ จาก Kinjai Contemporary ให้กลายเป็นชมรมทดลองอะไรสักอย่างที่พวกเธอเรียกมันว่า forms of expression มีชื่อภาษาไทยว่า ‘คำใด ที่ ปรากฏ’

ชมรมทดลองนี้ประชาสัมพันธ์กับสาธารณะว่าเป็นนิทรรศการศิลปะที่ใช้การออกแบบจัดวางตัวอักษรเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารจากตัวศิลปินและคิวเรเตอร์ เป็นการร่วมงานกันลักษณะนี้เป็นครั้งแรกของ ใหม่–มานิตา ส่งเสริม นักออกแบบกราฟิกที่มีวิธีคิดและมีวิธีจัดวางตัวอักษร / ข้อความแบบที่เป็นสกุลของตัวเองมากที่สุดคนหนึ่งของไทย และ เบน–เบญจรัตน์ เอี่ยมรัตน์ นักออกแบบกราฟิกที่มีผลงานทดลองที่ไขว้และเชื่อมกันไปมาระหว่างงานกราฟิก งานฝีมือและช่วงชีวิตแต่ละช่วงของเธอ ทั้งคู่รักษามาตรฐานและสกุลงานของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ถ้าสองคนนี้มาจัดนิทรรศการด้วยกัน ทุกคนคงอยากทราบว่าพวกเธอจะพาเราไปได้สุดขนาดไหน

art4d สนทนากับมานิตาในวันเปิดนิทรรศการ ที่จริงๆ ใช้คำว่าวันเปิดชมรมจะเหมาะกว่า

“เอาจริงๆ ตัวใหม่เองไม่ได้มีความคิดว่าจะทำเลย นิทรรศการเดี่ยว (นิทรรศการ Individual Characters ที่ The Jam Factory Gallery เมื่อปี 2019)  ที่ผ่านมาก็เกิดจากการถูกชวนนี่แหละค่ะ อาจจะทำกราฟิกให้กับนิทรรศการศิลปะมาตลอดก็จะรู้ว่ากระบวนการมันกินพลังงาน มันเหนื่อยมาก ยิ่งพอเราเป็นดีไซเนอร์เองแล้วต้องทำงานตัวเองมันก็คือการจัดการทุกอย่าง แต่พอเบนชวน ใหม่ก็เลยเอาด้วยเพราะไว้ใจส่วนหนึ่ง แล้วก็คิดว่าถ้าให้เพื่อนที่รู้จักเราดีมาคิวเรทงาน เขาจะมีมุมมองอะไร เห็นอะไรที่ใหม่ไม่ได้สังเกตก็ได้ ตอนทำก็เลยกลายเป็นคน 2 คนที่สปอยล์กันค่ะ แกว่าไง เอางี้ไหม ฉันอยากทำ บางอย่างที่เราไม่เคยลองทำสักทีก็มีคนมาบอกว่าเอาเลยสิ มันก็ออกมาเป็นเช่นนี้นะเอง”

โชว์นี้เริ่มต้นจาก Kinjai ชวนเบญจรัตน์เพราะทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน เป้–สหวัฒน์ เทพรพ ไดเรกเตอร์ของ Kinjai ทั้งสงสัยและสนใจงานของมานิตาที่มีภาษาและน้ำเสียงที่เฉพาะตัว เขามองว่างานสกุลมานิตาเป็นทั้งงานออกแบบทั้งงานศิลปะที่บาลานซ์กันอย่างลงตัว จากที่เห็นงานตั้งแต่โชว์ครั้งก่อน เขาอยากจัดขึ้นมาใหม่ในพื้นที่ของ Kinjai โดยตั้งใจตั้งแต่ต้นว่าอยากทดลองทำนิทรรศการที่เป็นงานออกแบบกราฟิกทั้งโชว์ แล้วเบญจรัตน์ก็ชวนมานิตาในฐานะคนที่ชอบและติดตามงานมานิตามาตลอดหลายปี

“ชวนมาทำตั้งแต่กลางปีที่แล้ว คุยจริงจังเมื่อเดือนธันวา แล้วตั้งแต่ต้นปีก็เริ่มติดต่อ รวมงานทั้งหมดมาให้เบนเลือก เพราะเค้าจะต้องกำหนดพื้นที่เพื่อเล่าเรื่อง หลังจากนั้นก็ช่วยกันคิดคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับพื้นที่ว่าอยากทำอะไร พื้นที่มันเหมือนบ้าน ก็ตั้งใจว่าเราจะวางงานของเราให้เหมือนการจัดวางของใช้ ของตกแต่งในบ้าน”

forms of expression ยึดพื้นที่อาคารทั้งหลังของ Kinjai Contemporary ตั้งแต่ทางเข้า ตรงกระจกบานใหญ่ด้านหน้าอาคาร มานิตาและเบญจรัตน์แขวนผ้าพิมพ์ลายงานกราฟิกของมานิตา 3 ผืนขนาดใหญ่ ชั้นล่างสุดเมื่อเดินเข้ามาเรียกว่า The GROUND (พื้น) เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับดูโชว์ครั้งนี้ เราจะเจอกับกล่องกระดาษคราฟต์สีน้ำตาลวางอยู่จำนวนมาก เหมือนสต๊อกเก็บสินค้าตามร้านขายของ เปิดดูถึงรู้ว่ากล่องพวกนี้คือ storage ที่เก็บขั้นตอนในการคิดงานต่างๆ เหมือน folder ใน desktop ที่เก็บงานสเก็ตช์ ไอเดีย รีเสิร์ชข้อมูลต่างๆ ของแต่ละโปรเจกต์ที่มานิตาเก็บไว้เวลาทำงาน บางกล่องมีของจำนวนมากน้อยต่างกันไป ที่หน้ากล่องจะติดป้ายกำกับไว้ว่าเป็นงานอะไร ตรงชั้นนี้มี ‘คำ’ กระจายอยู่ทั่ว เป็นความตั้งใจให้เห็นคนที่เริ่มต้นเข้ามาในชมรมนี้ทำความรู้จักว่าผลงานส่วนมากของมานิตามักเริ่มจาก ‘คำ’ ที่อยู่ในแต่ละบรีฟนั่นเอง

ชั้น 2 และชั้น 3 กลายเป็นสเปซที่เรียกว่า The EDGE (ขอบ) เป็นส่วนแสดงผลงาน retrospective ของมานิตาตั้งแต่ปี 2013-2025 โดยที่ชั้น 2 คืองานทดลองที่พยายามทำขึ้นมาเพื่อท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง มีทั้งงานที่ทำขึ้นมาสำหรับโชว์นี้โดยเฉพาะ และผลงานส่วนตัวอื่นๆ มีงานชุดหนึ่งที่มานิตาบอกไว้ในแคปชันว่านี่คืองานที่สะท้อนตัวตนของเธอได้ดีที่สุด และบริเวณ The EDGE นี้มีงานหลายชิ้นที่มานิตาทดลองทำกับวัสดุที่นอกเหนือจากกระดาษ หลายชิ้นเป็นของที่มีฟังก์ชัน ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

พอขึ้นไปชั้นที่ 3 ชั้นนี้คือผลงานที่มีบรีฟ ผลงานในโลกแห่งความเป็นจริงที่มานิตาทำเป็นอาชีพเสมอมา แทบทุกชิ้นเป็นการบาลานซ์ระหว่างความอิสระและข้อจำกัด ความรู้สึก-นามธรรม-สัญลักษณ์และการสื่อสารเนื้อหา เนื้อหางานในชั้นที่ 3 ส่วนมากข้องเกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรมร่วมสมัย วรรณกรรม และเหตุการณ์ที่สะท้อนความเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย การใช้ชีวิตแบบคนเมือง การเรียกร้องของผู้หญิง ความเชื่อ หรือแม้แต่ผลกระทบจากสงคราม ผลงานในชั้นนี้ทำให้เห็นถึงความไม่ต้องการหยุดอยู่กับที่ของเธอได้ชัดเจน และเพิ่งจะรู้ว่ามานิตาเป็นนักออกแบบกราฟิกที่วาดภาพได้ดีเกินคาด

ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคาร ถูกเรียกว่า The SKY (ฟ้า) เป็นพื้นที่ที่มีโปรแกรม หมายเลข 1. คำใด เปิดโอกาสให้คนมางานได้แสดงความรู้สึกด้วยการสร้างสรรค์คำของตัวเองจากอุปกรณ์ที่มีเตรียมไว้ให้ ภายใต้คำถามเรียบง่ายจากศิลปิน ‘ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร?’ บริเวณนี้จะเป็นเหมือนสตูดิโอขนาดย่อม บนโต๊ะขนาดใหญ่มีกองกระดาษพิมพ์ตัวพิมพ์สีดำเป็นอักษรต่างๆ พร้อมคัตเตอร์และกาว ผู้ร่วมกิจกรรมมีหน้าที่สร้างคำตอบของแต่ละคนจากวัสดุอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วเอาไปติดบนผนังสีขาวขนาดใหญ่ด้านหนึ่งของชั้นนี้ ที่วันสุดท้ายของโชว์จะกลายเป็นผนัง typography ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของคนที่มาดูงานตลอด 30 วัน ในโซนนี้ยังมีกิจกรรมให้คนมางานได้ร่วมทำกันอีกแบบจริงจังยิ่งกว่าผนังความรู้สึก นั่นคือโต๊ะปิงปองพร้อมเน็ตขนาดมาตรฐาน ไม้ปิงปองและลูกปิงปอง เรารู้วันนั้นว่ามานิตาชอบตีปิงปอง เธอบอกกับเราว่าอยากให้คนมานิทรรศการศิลปะได้สนุกและผ่อนคลายหลังจากดูงานศิลปะติดๆ กัน

นอกจากผลงานที่ถูกเลือกจัดวางตามพื้นที่แต่ละจุดอย่างละเอียด มีลำดับและจังหวะที่ลื่นไหล มีเหตุผลที่มาที่ไปและรู้ว่าผ่านการคิดเป็นอย่างดี มีโครงสร้างการเล่าเรื่องกับการใช้สเปซเป็นระบบที่ออกแบบมาอย่างดี ไม่ต่างจากการออกแบบบนพื้นที่ 2 มิติที่มานิตาและเบญจรัตน์ถนัด พวกเธอยังตั้งใจชวนเพื่อนๆ ของพวกเธอมาทำกิจกรรมที่ชมรมนี้อีก เพราะอยากให้คนมางานเห็นความช่างเชื่อมว่า typography เป็นเครื่องมือสื่อสารร่วมของทุกคน โปรแกรมจะถูกคิดโดยเพื่อนรับเชิญจากหลายสาขาให้มาจัดกิจกรรมร่วมกับคนที่มาชมงานบนพื้นฐานแนวคิดจากงานของของมานิตา เราจะได้เห็นไลน์อัพศิลปิน นักออกแบบข้อมูล นักเย็บหนังสือ เจ้าของร้านหนังสืออิสระ หรือแม้แต่นักออกแบบเครื่องดื่มมาร่วมสร้างกิจกรรมทุกสุดสัปดาห์ ตั้งแต่ workshop การสร้างงานด้วยการสานผลงานของมานิตาที่จัดโดย พันทิพา ตันชูเกียรติ การพิมพ์ silk screen งานมานิตาลงบนวัสดุอื่นนอกเหนือจากกระดาษโดย The Archivist และทุกวันเสาร์สำหรับผู้ชื่นชอบการดื่ม คุณจะได้เครื่องดื่มที่เจนจิรา จินตนาเลิศ ผู้ก่อตั้ง Be____ep Books and Bar ออกแบบและทำขึ้นจากการตีความงานของมานิตาในชื่อ ‘a Mysterious Bridge’ ที่บริเวณ The SKY (เช็คตารางเวลา รายละเอียดและค่าใช้จ่ายของแต่ละกิจกรรมได้ที่ manita.kinjaicontemporary.com)

art4d เห็นไม่ต่างจากที่สหวัฒน์บอกไว้ว่าวิธีคิดและกระบวนการทำงานของมานิตามีความเป็น ‘ระบบ’ หรือ ‘โปรแกรม’ ซ่อนอยู่ในเนื้องานเสมอ ทั้งการวางระบบในงานออกแบบ ลำดับ รูปแบบ จังหวะ แพทเทิร์น ให้ความรู้สึกคล้ายการเขียนโปรแกรม เราขอเพิ่มเติมเล็กน้อยว่าหลายครั้งเธอมักจะ hack ระบบที่ตัวเองออกแบบไว้ ในผลงานหลายชิ้นเราจะเห็นเธอสร้าง bug ขึ้นมาด้วยการทดลองที่เราก็ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือมันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ

สำหรับคนที่อ่านบทความนี้แล้วตั้งใจจะไปดูด้วยตัวเอง ขอแนะนำให้ลองอ่านแคปชันสุดพิสดาร ที่เป็นข้อความถาม-ตอบ ระหว่างมานิตา เบญจรัตน์ และ Kinjai Contemporary บางชิ้นงานก็ให้แขกรับเชิญที่ชวนมา collab เขียนอธิบายถึงชิ้นงานที่เราอ่านแล้วเราชอบมาก เหมือนได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน และไม่ได้คุยกันน้อยๆ อย่างที่เราเห็นพวกเธอไม่ค่อยพูดตอนเจอกันนะ พวกเขาคุยเก่งมาก

เราถามเธอว่าต้องการอะไร และคิดว่าได้อะไรจากการทำโชว์ครั้งนี้

“อยากให้ทุกคนมาจอยๆ กัน เพราะนี่น่าจะเป็นการทำนิทรรศการแบบเปิดใจสุดๆ กับรู้สึกว่ามันได้ challenge ตัวเองหลายอย่าง เรื่องการทำงานกับคนอื่นๆ คิดว่าออกจากคอมฟอร์ตโซนมาก รู้สึกว่ากล้าดี ในแง่ที่อยากทดลองทำอะไรที่มันนอกเหนือจากที่ตัวเองถนัด อย่างของใหม่ก็คือทำแต่จะไม่ไปพึ่งใคร จัดการคนเดียว หาทางอยู่คนเดียว แต่ของเบนจะแบบว่าดึง specialist คนอื่นๆ เข้ามาหาเรา มันก็รู้สึกว่างานเรามันเปิดกว้างขึ้น พูดกับคนอื่นมากขึ้น ซึ่งแต่ก่อนก็คงพูดแหละแต่เป็นแบบเงียบๆ”

ในฐานะเป็นคนที่ไปดูงาน forms of expression เป็นงานที่เห็นการโต้ตอบกันไปมาระหว่างคนที่มาชมงานกับตัวผลงานและข้อความของศิลปินอย่างสนุกสนาน และจะสนุกเพิ่มขึ้นอีกถ้าได้เจอตัวศิลปินและคิวเรเตอร์ ซึ่งเราขอยืนยันว่านี่ไม่ใช่นิทรรศการศิลปะโชว์ผลงาน typography หรือ retrospective ผลงานที่ผ่านมาของมานิตา และคิวเรทโดยเบญจรัตน์ แต่นี่คือชมรมทดลองอะไรบางอย่างของทั้งสองคน ที่ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่พวกเธอกำลังสนุกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาคนเข้ามาดูงานนี้อยู่ คำเตือนสำหรับคนที่ไปชมงาน ควรอ่านคู่มือเข้าชมนิทรรศการอย่างละเอียดทุกครั้ง อย่าลืมลงชื่อและหมายเลขติดต่อ ตรง The GROUND ถ้าคุณอยากรู้ว่าชมรมนี้ทดลองทำอะไรกันแน่

นิทรรศการ forms of expression (คำใด ที่ ปรากฏ) โดยมานิตา ส่งเสริม จัดแสดงขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ถึง 15 มิถุนายน 2568 ณ Kinjai Contemporary

facebook.com/Kinjaicontemporary

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *