Whitespace Partners ตีความศูนย์การค้า Central Chaengwattana ใหม่ ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เชื่อมโยงศิลปะ สิ่งแวดล้อม และผู้คนในทุกมิติของสเปซ
TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO: KETSIREE WONGWAN
(For English, press here)
2025 เป็นอีกปีที่เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าสร้างสรรค์และเริ่มต้นรีโนเวทศูนย์การค้าสาขาต่างๆ ให้เหมาะสมกับ ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ก็เป็นอีกหนึ่งศูนย์การค้าอีกแห่งที่ได้รับการเติมความสดใหม่ภายใต้ฝีมือออกแบบภายในของนักออกแบบชาวไทยอย่าง Whitespace Partners โดยมาในคอนเซ็ปต์ Art Eco Playground ที่ตั้งใจสอดแทรกสีสันที่ถูกใจคนรักศิลปะและบรรยากาศที่เป็นมิตรให้แก่ชาวแจ้งวัฒนะในกรุงเทพฯ รวมถึงชาวนนทบุรี โดยคอนเซ็ปต์นี้ยังเป็นแกนหลักที่ทาง WISHULADA, THINKK Studio และ Patima Design ใช้ในการสร้างสรรค์ art feature ให้กับศูนย์การค้าอีกด้วย

ปัจจุบันงานศิลปะง่ายต่อการเข้าถึงมากขึ้น การไปเดินชมแกลเลอรีศิลปะต่างๆ ก็กลายเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในวันหยุดของคนรุ่นใหม่ Art Eco Playground เป็นคอนเซ็ปต์ที่นำเอาความเพลิดเพลินนี้มาผสมผสานกับประสบการณ์เดินศูนย์การค้า ด้วยลักษณะของสเปซที่แตกต่างกับแกลเลอรี เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และทีมออกแบบจึงสามารถนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ได้มากมาย ผ่านพื้นที่ต่างๆ และ ‘หมี’ ซึ่งเข้ามาเป็นตัวเอกของที่นี่ โดยกระจายอยู่ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นบน


Whitespace Partners เริ่มจากออกแบบไฮไลต์ตรงทางเข้าหลักผ่านการเปิดสเปซขึ้นสูง ปล่อยให้ผนังซ้ายขวาสามารถเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแบบเต็มๆ ต่อด้วยรูปแบบการเข้าสู่พื้นที่ด้านในที่ถูกปรับปรุงให้โปร่งโล่งขึ้น บันไดใหญ่ตรงกลางถูกทุบออกแล้วแทนด้วยทางลงชั้นล่าง ก่อนจะขยับทางขึ้นไปชิดขอบซ้ายขวา ลดความทึบตันของมุมมองจากทางเข้าลง เมื่อเดินเข้ามาแล้วผู้ใช้บริการจึงจะพบกับคอร์ทกลางที่เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม สำหรับคอร์ทนี้นักออกแบบเลือกใช้สีขาวและต้นไม้ที่มีความสงบเป็นฉากหลัง แตกต่างจากพื้นที่ทางเข้าที่ค่อยๆ ไล่สีผนังให้เกิดไดนามิก

ตัวน้องหมีผลงานของทีม WISHULADA ที่เราจะเห็นตั้งแต่หน้าประตูหลัก 2 ตัว ก็ตอบทั้งคอนเซ็ปต์ Art และ Eco ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล ไม่ว่าจะเป็นโลหะจากขยะอุตสาหกรรม ผ้า รวมถึงพลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว ทำออกมาเป็นอินสตอลเลชันหมีที่ถักทอมาจากสีฟ้าและสีส้ม โดยมีทั้งหมด 5 ตัวทั่วศูนย์การค้า ใครที่อยากเยี่ยมชมให้ครบก็สามารถเดินไปทักทายหมีตัวใหญ่ด้านหน้าสุดข้างป้ายแผนที่กันได้

คอร์ทอื่นๆ ที่เหลือเองก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่คอร์ทฝั่งขวามือสุดของศูนย์การค้าที่ตั้งใจใช้สีโทนส้มแดงของกระเบื้องดินเผา ตัดกับคอร์ทถัดมาที่สลับเป็นสีเขียวเข้มขรึม ทำให้บรรยากาศการเดินไม่น่าเบื่อจำเจ ในขณะที่คอร์ทอีกฟากฝั่งหนึ่ง (ทางซ้าย) ของศูนย์การค้า ก็กลับมาสู่คอนเซ็ปต์หลักอย่าง Art Eco Playground องค์ประกอบของ ‘ระเบียง’ ถูกสร้างสรรค์ด้วยวัสดุไม้ เพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะให้เห็นได้จากทุกชั้น


เมื่อลงมาที่ชั้นล่าง ส่วนที่ได้รับการปรับปรุงจะมี 2 ส่วนหลัก คือ Food Patio และ Showcase ด้าน Food Patio นั้นมีฟังก์ชันเป็นศูนย์อาหาร แถมยังมีร้านขนมและเครื่องดื่มจากแบรนด์ที่หลากหลายมาตั้งให้เลือกรับประทาน ทีมออกแบบจึงเลือกที่จะเน้นความหลากหลายนี้ในธีมของตลาด ผ่านการใช้ไม้และกระเบื้องดินเผาซึ่งมีสีโทนอุ่นเข้ามาร้อยเรียงความโดดเด่นของแต่ละร้าน รวมถึงดึงกล่องนมรีไซเคิลมาเป็นวัสดุห่อหุ้มเสาตามคอนเซ็ปต์ Eco ชั้นนี้อยากให้ทุกคนลองสังเกตที่พื้นซึ่งมีแพทเทิร์นการปูกระเบื้องที่ต่อเนื่อง เมื่อถึงรอยต่อระหว่างโซน กระเบื้องจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีสดใส ขับเน้นความโดดเด่นของ Showcase ที่เป็นตลาดแฟชันสมัยใหม่ ร่วมกับโคมไฟกลมและหลังคาโค้งที่โอบล้อมแต่ละร้าน


ที่กล่าวไปคงเป็นเส้นทางที่ผู้ใช้บริการส่วนมากคุ้นเคย ทว่าในการรีโนเวทครั้งนี้ชั้นบนเองก็มีไฮไลต์เพิ่มขึ้นมาด้วยเช่นกัน ทั้งโซน Beauty Wellness ชั้น 3 ซึ่งเป็นมุมรวบรวมบริการด้านความงามที่ได้รับการประดับประดาเสาด้วยแพทเทิร์นของ rammed earth สอดคล้องกับพื้นไม้ปาร์เก้และฝ้าเพดาน มอบความรู้สึกสงบน่านั่งพักให้กับบริเวณนั้น และโซน Tech Space ชั้น 4 ที่ใช้การมีอยู่ของร้านขายโทรศัพท์แบบตู้มาเติมความน่าสนใจให้ภาพรวมของห้าง ทีมออกแบบใช้อลูมิเนียมมาเพิ่มความโฉบเฉี่ยว พร้อมออกแบบตู้ display (สมมุติ) ด้านหลังร้านใหม่ด้วยไฟเส้น LED อีกด้วย

นอกจากนี้หากขึ้นมาด้านบนสุด ยังมี Little Campus บนชั้น 7 ที่เป็นโซนสำหรับโรงเรียนสอนพิเศษของเด็กๆ โซนนี้ Whitespace Connect ใช้งานศิลปะเข้ามาช่วยเพิ่มสีสันให้ได้บรรยากาศสนุกสนาน ด้วยการใช้เส้นด้ายหนานุ่มมาเติมเต็มช่องว่างของตาข่ายขนาดใหญ่ให้กลายเป็นภาพต้นไม้โอบรอบเสาและเหล่าสรรพสัตว์บนฝ้าเพดาน งานนี้ยังเชื่อมโยงกับความต้องการของนักออกแบบที่อยากสอดแทรกงานทำมือเข้าไปในงานออกแบบภายในของศูนย์การค้า โดยส่วนนี้ได้ชาวบ้านจากจังหวัดอุตรดิตถ์มาผลิตชิ้นงานให้

ต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังเสร็จเรียบร้อยทุกส่วนแล้ว เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะที่คืนชีพจะเรียกชีวิตชีวากลับมาได้อย่างไรบ้าง ในแง่การออกแบบนั้นเห็นได้ชัดว่าครั้งนี้ไม่ได้โฟกัสที่การสร้างความหวือหวา แต่เป็นการเสริมความคุ้นเคยเดิมๆ ให้น่าสนใจ น่าเดิน น่านั่งมากขึ้น รวมถึงพยายามสร้างภาพจำให้ศูนย์การค้าสามารถสื่อสารกับการรับรู้ของผู้ใช้บริการ คอร์ทต่างๆ นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ยังช่วยนำทางให้คนที่เข้ามารับรู้ถึงตำแหน่งของตัวเองได้อย่างถูกต้องด้วย




















