สัมผัสงานสถาปัตยกรรมที่นำภูมิทัศน์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมชายฝั่งอันดามัน มาหลอมรวมกันจนกลายเป็น เซ็นทรัล กระบี่ โดย Stu/D/O Architects
TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO: KETSIREE WONGWAN EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
‘Made by Krabi สัมผัสความสุข จากทุกความเป็นกระบี่’ คือคอนเซ็ปต์ของศูนย์การค้าแห่งใหม่ในฝั่งอันดามันจากเซ็นทรัลพัฒนา กระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งไม่เคยมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่มาก่อน โดยตามแผนในช่วงไม่กี่ปีนี้ของเซ็นทรัลพัฒนาที่ต้องการมุ่งพัฒนาพื้นที่ในทำเลเมืองรองและเมืองท่องเที่ยว เซ็นทรัลกระบี่จึงต้องตอบสนองความต้องการของทั้งคนท้องที่และนักท่องเที่ยวให้ได้ การสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ของจังหวัดกับความสะดวกสบายของศูนย์การค้าเลยเป็นโจทย์ที่เข้ามาท้าทายสถาปนิกหลักอย่าง Stu/D/O Architects

พื้นที่กว่า 47,500 ตารางเมตร ของศูนย์การค้าได้รับการออกแบบโดย Stu/D/O Architects โดยมี Landscape Collaboration เป็นทีมออกแบบภูมิทัศน์ และ Dot Line Plane เป็นทีมออกแบบภายใน ผังของเซ็นทรัลกระบี่เป็นลูปที่มีร้านค้าหรือโซนใหญ่เป็น anchor กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ แต่ไม่ได้มีลักษณะเป็นก้อนอาคาร indoor ขนาดใหญ่ แต่ถูกแยกย่อยออกเป็นกลุ่มอาคารขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่ semi-outdoor และงานแลนด์สเคปสอดแทรกอยู่กับทางสัญจร นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเผื่อให้สามารถต่อเติมได้ในอนาคต


โจทย์ของเซ็นทรัลพัฒนาคือ ‘Made by Krabi’ ซึ่งไม่ใช่แค่การพยายามทำอาคารให้กลมกลืนกับบริบท แต่เป็นการผสมผสานวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นกระบี่ เข้ากับการใช้งานอาคาร โดยมุ่งหวังให้โครงการสะท้อนถึงความพหุวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนกระบี่ที่อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ ผู้ออกแบบแต่ละเจ้าจึงได้ร่วมมือกัน (collaborate) และตีความคอนเซ็ปต์นี้ออกมาเป็นแนวทางการออกแบบ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Landform & Nature ซึ่งแสดงถึงภูมิประเทศที่มีลักษณะโดดเด่นของเทือกเขาและหมู่เกาะ Local Living ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชน และ Craft & Culture ซึ่งนำเสนอวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์ ทำให้ศูนย์การค้าสามารถตอบโจทย์คนในพื้นที่ได้มากที่สุดและยังช่วยยกระดับสู่สากล

Photo courtesy of Stu/D/O Architects

เริ่มจากพื้นที่ด้านหน้าของศูนย์การค้าซึ่งโดดเด่นเป็นภาพจำของโครงการ โดยต่อยอดจากคอนเซ็ปต์ Landform & Nature มาเป็นแรงบันดาลใจจากรูปทรงของหมู่เกาะหินปูน (Krabi’s Archipelago) มาดึงดูดสายตา โดยแบ่งเป็นสองอาคารใหญ่ซ้าย-ขวา และมีร้านค้ากระจายอยู่ตรงกลาง ตัวอาคารใหญ่นั้นถูกย่อยแมสด้านหน้าให้มีมิติยิ่งขึ้น คล้ายหมู่เกาะที่เรียงรายอยู่กลางท้องทะเลกระบี่ นอกจากเรื่องรูปทรง สถาปนิกยังเล่นกับวัสดุปิดผิวที่ใช้โทนสีน้ำตาลธรรมชาติ ด้วยการใช้เมทัลชีทพ่นสีเทคเจอร์สีน้ำตาล คล้ายโขดหินของหมู่เกาะ ตัดกับสีเขียวมรกตของทะเล ที่ออกแบบเป็นฝ้าเพดานสีเขียวเทคเจอร์ผืนใหญ่คลุมพื้นที่ด้านหน้าโครงการ


ถัดเข้ามาคือโซน ‘Beach Walk’ ซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์ Nature โดยตั้งใจให้ผู้ใช้งานสัมผัสกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายและธรรมชาติของกระบี่อย่างหาดทรายขาวริมทะเล บริเวณพื้นภายนอกจึงกรุด้วยทรายล้างสีอ่อนที่เล่นแพทเทิร์นเส้น โดยมีไฮไลต์คือหลังคาใหญ่คลุมพื้นที่คอร์ทยาร์ดตรงกลาง 2 ผืน ซึ่งมีที่มาจากเส้นสายของ ‘เปลือกหอย’ และ ‘ปีกนกนางนวล’ ออกแบบเป็นผืนผ้าใบที่เคลื่อนไหวตามสายลม เพื่อทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเสมือนเดินอยู่ริมชายหาด


Beach Walk
ส่วนหน้าร้านได้ถูกออกแบบให้คล้ายร้านค้า บ้านเรือนในชุมชน โดยมีหลังคาคลุมทางเดินและแนวหน้าร้านที่ยุบยื่นสลับกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินสบายๆ และเป็นร่มเงาท่ามกลางแดดสดใสของกระบี่ ลักษณะการออกแบบหน้าร้านเหล่านี้ยังต่อเนื่องมายังโซน ‘Fisherman’s Village’ หรือหมู่บ้านชาวประมงด้านหลัง แต่มีการปรับเพิ่มรูปแบบความหลากหลายของวัสดุชายคาหน้าร้านจากผ้าใบเป็นกระเบื้องโทนสีธรรมชาติ รวมทั้งวัสดุอื่นๆ ทั้งแบบทึบและโปร่งแสง

โดยโซนร้านอาหารภายใต้ธีม ‘Fisherman’s Village’ นี้ ต้องการนำเสนอวิถีชีวิตชาวประมงที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวกระบี่ ภายใต้แนวคิด Local Living โดยทีมออกแบบเลือกสร้างสรรค์ผ่านการนำเครื่องไม้เครื่องมือของชาวประมงเข้ามาผสานเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ เป็นการเผยแง่มุมใหม่ๆ ของอุปกรณ์ทำมาหากินที่คนกระบี่คุ้นเคย และถ่ายทอดวิถีชาวประมง ที่เริ่มตั้งแต่การจับปลา การเลี้ยงปลา และการตากปลา ด้วยการนำเสนอผ่านองค์ประกอบการตกแต่งพื้นที่คอร์ทยาร์ดที่เป็นไฮไลต์ โดยทั้ง 3 คอร์ทจะมีวัสดุตกแต่งหลังคาที่แตกต่างกันไปเป็น ‘กระด้ง’ ‘กระชังอวน’ จนถึง ‘กระชังขวด’


สำหรับแนวคิด Craft & Culture นั้นถูกนำมาใช้ในโซน ‘Andaman Market’ ซึ่งเป็นพื้นที่ indoor ขนาดใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่ทอดตัวอยู่เป็นแกนกลางของเซ็นทรัลกระบี่ เป็นอาคารปรับอากาศชั้นเดียวแผ่กว้าง ซึ่งรวมร้านค้าขนาดเล็กมากมาย ทั้งอาหารและสินค้าแฟชั่น อาคารมีจุดเด่นที่หลังคาช่วงกว้าง ซึ่งทีมออกแบบนำแรงบันดาลใจมาจากทรงหัวเรือของ ‘เรือหัวโทง’ ที่เป็นพาหนะหลักในการทำประมงและเป็นเรือท่องเที่ยวที่เป็นอีกหนึ่งในเอกลักษณ์ของจังหวัด มาวางเหลื่อมซ้อนกันเป็นหลังคา สะท้อนให้นึกถึงภาพจำของการจอดเรือริมชายหาด และมีการเปิดช่องแสงด้านข้าง ให้แสงแดดส่องลงมาได้บ้าง

โซนนี้ยังเชื่อมต่อกับ ‘Palm Square’ ที่ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของโครงการ คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากบริเวณลานจอดรถ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่านระหว่างโซน Nature ด้านหน้า เข้าสู่โซน Local Living ด้านหลัง การออกแบบลานอีเวนต์ส่วนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนปาล์มที่เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรหลักของจังหวัดกระบี่ ระยะห่างอันเฉพาะเจาะจงที่เกิดขึ้นระหว่างการปลูกปาล์มในสวนและรูปทรงใบปาล์มถูกตีความเป็นแพทเทิร์นส่วนฝ้าและพื้น เกิดเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นภาพจำให้แก่ตัวโครงการ ต้นปาล์มยังมีบทบาทในงานออกแบบ information center รวมถึงดีเทลต่างๆ ในบริเวณนี้ด้วย


ปัจจุบัน หากผู้ใช้งานศูนย์การค้ามองย้อนลอดหมู่เกาะด้านหน้าออกมา ก็จะสามารถเห็นทิวทัศน์ภูเขาได้อย่างชัดเจน และเมื่อโครงการ mixed-use แห่งนี้พัฒนาแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ ทั้งส่วนที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม และโรงแรม ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยโครงการ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ จะเป็นศูนย์การค้าต้นแบบความยั่งยืน มุ่งสู่ EDGE Certification – Zero Level สร้างคุณค่าระยะยาวให้กับเมืองกระบี่ สิ่งแวดล้อม และชุมชนโดยรอบอย่างแท้จริง





















