MAIBANTAT DESIGN OFFICE

จากบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนทั่วไปสู่สำนักงานสถาปนิก ‘Maibantat Design Office’ ที่วัสดุไม้และบล๊อกคอนกรีตได้รับการตีความใหม่เพื่อนำเสนองานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น

TEXT: XAROJ PHRAWONG
PHOTO: BANDIDTAT TOSAYANCHAI

(For English, press here)

นิยามของคำว่าสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น (Vernacular Architecture) มักจะหมายถึงสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้ผ่านมือสถาปนิก แต่เป็นไปตามสภาพถิ่นที่ ตามปากท้องฝีมือของแต่ละถิ่นที่ ในภาพรวมของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในประเทศไทย จึงผันแปรรูปแบบไปตามเงื่อนไขของช่างฝีมือ วัสดุในท้องถิ่น แต่เรือนพื้นถิ่นที่มีลักษณะร่วมในบ้านที่พบเห็นได้ทั่วไปในเขตชนบทคือเรือนไม้เสาคอนกรีตสำเร็จรูปยกใต้ถุนสูง ชั้นบนใช้อยู่อาศัย ชั้นล่างใช้เป็นที่ทำงานฝีมือ จอดรถ พื้นที่ครัว ห้องน้ำ จวบจนเมื่อเจ้าของเรือนมีงบประมาณในการต่อเติม ชั้นล่างจึงถูกหุ้มด้วยผนังก่ออิฐหรือคอนกรีตบล็อก มีทั้งแบบฉาบไม่ทาสี และทาสีตามงบประมาณ เรือนเหล่านี้ถูกเรียกกันติดปากว่า ‘บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน’

ในบริบทของเมืองโคราช หรืออำเภอเมืองนครราชสีมา บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนถูกพบได้ทั่วไปตามแถบชานเมือง หรือชนบทอย่างชินตา ในสายตาคนทั่วไปมันสื่อได้ถึงบ้านที่เชย พ้นยุคสมัย แต่ดูจะไม่ใช่ในสายตาของสถาปนิกจากสำนักงานสถาปนิกไม้บรรทัดดีไซน์ ที่มองหาที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ให้กับตัวเองในโคราช จนเมื่อสถาปนิกได้ที่ดินพร้อมกับได้นำวัสดุจากบ้านเก่าแบบครึ่งไม้ครึ่งปูนของครอบครัวมาสร้างสำนักงาน ในสายตาของสถาปนิกมองเห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะนำเสนอรูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยด้วยวัสดุเก่า นำมาเรียงเป็นภาษาใหม่จากบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนที่มักถูกเลือกมองข้าม

สิ่งที่สถาปนิกนำความเป็นพื้นถิ่นมาตีความใหม่คือการสร้างผลลัพธ์ตรงข้ามกับวัสดุ และวิธีการก่อรูป แต่เดิมเรือนไม้เก่าจะมีลักษณะเป็นผนังเกล็ดไม้ตีนอน พร้อมกับมีการเจาะช่องแสงทั้งประตู หน้าต่าง จนรูปด้านมีการอ่านว่าผนังไม้มีความเบา สถาปนิกใช้วิธีทำผนังไม้ให้ดูทึบตัน มีความหนัก ด้วยการทำเป็นผนังไม้ตีชิดพร้อมย้อมไม้ให้เป็นสีดำ ในแง่การใช้สอยก็เพื่อให้ป้องกันแสงแดดจากทิศตะวันตก ในแง่การรับรู้คือการอ่านว่าผนังไม้ด้านบนมีความหนัก เป็นแบบตรงข้ามกับการอ่านวัสดุเรือนพื้นถิ่นแบบเดิม

ในส่วนฐาน สถาปนิกออกแบบโดยการใช้วัสดุที่คุ้นเคย ราคาถูก หาได้ตามท้องตลาดจนมองข้ามไปคือคอนกรีตบล็อก สถาปนิกใช้วิธีการก่อรูปด้วยการนำคอนกรีตบล็อกมาเรียงในแพทเทิร์นหลากแบบ จากแต่เดิมบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนส่วนฐานจะเป็นผนังก่อฉาบที่ให้ความรู้สึกแลดูหนัก สถาปนิกนำเสนอผนังกึ่งทึบกึ่งโปร่งด้วยการเรียงบล็อกคอนกรีตสลับ ส่วนกึ่งทึบก่อผนังแบบขัดจนเกิดช่องว่าง วางบนคอนกรีตบล็อกแนวนอน ทำให้ภายในและนอกรั้วสามารถเชื่อมโยงภายในสวนและชุมชนโดยรอบได้ พร้อมไปกับยังคงความเป็นส่วนตัว นอกจากเป็นผนังแล้ว คอนกรีตบล็อกยังเป็นวัสดุพื้นภายนอก พื้นภายใน บันได ชั้นวางของ ให้มีความกลมกลืนกันไปทั้งงาน แต่สร้างความแตกต่างด้วย pattern ทั้งการก่อแบบเต็มแผ่น ครึ่งแผ่น วางตั้ง วางนอน หรือนำคอนกรีตบล็อกมาตัดในขนาดต่างๆ แล้วนำมาห่อหุ้มโครงสร้าง

ตัวอาคารตั้งอยู่ในเขตชุมชน เรียงรายด้วยบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้นโดยรอบ การจัดเรียงที่ว่างเป็นไปตามการสร้างความเป็นส่วนตัวด้วยการใช้ผนังทึบทางทิศเหนือเพื่อให้เกิดสมาธิในการทำงานกับส่วนสำนักงาน ด้านทิศตะวันตกมีลักษณะกึ่งทึบที่ชั้นล่าง เพื่อช่วยทั้งในการเชื่อมโยงสภาพแวดล้อมภายในกับภายนอก ไปพร้อมกับลดความร้อนจากแสงแดด สถาปนิกออกแบบให้ส่วนการใช้สอยที่ชั้น 1 เป็นพื้นที่สาธารณะ จากการเป็นสำนักงานสถาปนิก มีทั้งพื้นที่ทำงาน พื้นที่นันทนาการ ส่วนพื้นที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ประกอบไปด้วย ส่วนเตรียมอาหาร ห้องนอน เปลือกภายนอกจึงสะท้อนการใช้สอยภายในให้รูปด้านของชั้น 2 มีลักษณะทึบเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวกับเจ้าของบ้าน

หากมองภาพรวมทั้งงาน สถาปนิกให้ความสำคัญต่อการใช้แนวคิดสัจจะวัสดุ งานช่างฝีมือแบบช่างท้องถิ่น ที่ไม่จำเป็นต้องนำเสนอความเนี๊ยบ แต่นำเสนอถึงความซื่อ ผ่านร่องรอยเสี้ยนไม้ ความดิบของผิวคอนกรีตบล็อกแบบไม่ฉาบปิดผิว ความงามเหล่านั้นผ่านคราบกาลเวลาจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

บัณฑิตทัศน์ ทสยันไชย ผู้ก่อตั้งและสถาปนิกจากไม้บรรทัดดีไซน์ ได้เล่าถึงสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและความงามสัจจะวัสดุว่า

“ในสายตาของผมเห็นความเป็นไปได้หลายอย่างที่จะต่อยอดจากสิ่งที่บรรพบุรุษทำไว้ เมื่อสัจจะวัสดุที่เราไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องโชว์พื้นผิว แต่เป็นสัจจะที่เกิดจาก tectonic การก่อรูปของวัสดุนั้นๆ เอง”

maibantatdesign.com
facebook.com/MBTD2015