พาชมผลงานของผู้ชนะรางวัลในแต่ละสาขาทั้ง 7 ชิ้นในงาน Degree Shows 2025
TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO: PIBHU DEVAKUL NA AYUDHYA EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา art4d จัดงานประกวดศิลปนิพนธ์ของเหล่านิสิตนักศึกษาด้านการออกแบบทั่วประเทศ หรือ Degree Shows รอบสุดท้าย พร้อมพิธีมอบรางวัลขึ้นที่ Cloud 11 ซึ่งมี Modernform, Cloud 11 และ Adot.maison เป็นผู้สนับสนุนหลัก โดยผลงานปีนี้ผ่านรอบคัดเลือกและรอบพรีเซนเทชันออนไลน์จนได้ผู้เข้ารอบสุดท้ายจำนวนสาขาละ 5 คน จาก 7 สาขา ได้แก่ Architecture Design, Interior Design, Product Design, Graphic Design, Animation & Motion Design, Fashion Design และ Jewelry Design

Fashion Show at Cloud 11 for Fashion Design and Jewelry Design

งานรอบสุดท้ายนี้นอกจากจะเป็นการคัดเลือกผู้ชนะรางวัล ‘Best of’ ของแต่ละสาขาแล้ว ยังเป็นการคัดเลือกผู้ชนะรางวัลสูงสุดอย่าง ‘Best of the Show’ ผ่านการลงคะแนนจากคณะกรรมการทั้ง 18 คนอีกด้วย โดยจะเป็นผลงานของใครนั้น ชวนทุกคนลองชมผลงานจากเหล่าผู้ชนะซึ่งเป็น ‘ที่สุด’ ในแต่ละสาขากันก่อนแล้วทายผลไว้ในใจล่วงหน้ากันได้เลย
สาขา Architecture Design
ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบแม้นศรี โดย กิตติภณ ปัทมมงคลชัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปัจจุบันพื้นที่ว่างในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีเหลืออยู่มากมาย และคนเมืองก็คงไม่อยากใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เบียดเสียดกันมากไปกว่านี้ กิตติภณจึงนำเสนอสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่บนแนวคิด ‘สถาปัตยกรรมบนพื้นที่ไม่ว่าง’ ที่นำเราไปสู่ ‘การใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมทิ้งร้าง’ โดยหยิบยกสำนักงานการประปาแม้นศรีมาออกแบบเป็นโปรเจกต์ Maen Sri Creative and Design Center ซึ่งหยิบอาคารสำนักงานเก่า สำนักงานการประปา และถังเก็บน้ำ มาเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านโปรแกรมที่สนับสนุนการแสดงออกทางความคิดของกลุ่มคนที่เข้ามาใช้งาน เพื่อให้พื้นที่ (place) สินทรัพย์ (asset) และคน (people) สามารถผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมที่มอบความคึกคักและความเชื่อมโยงให้ย่านต่างๆ ในเมือง

กิตติภณ ปัทมมงคลชัย, Best of Architecture Design

สาขา Interior Design
HAY-HEAL, THE CITY LIFE HAPPY CORNER โดย ทองทราย ขวัญอ่อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
HAY-HEAL เป็นการออกแบบปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในของอาคารโรงงานผลิตยาสูบที่ 5 เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะและส่งเสริมการตระหนักถึงสุขภาวะจิตใจ โดยไม่ใช่พื้นที่พักผ่อนจิตใจเชิงศาสนาหรือเชิงการแพทย์ แต่อาศัยการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้งาน นโยบายและแนวทางจากภาครัฐ ประกอบกับศักยภาพของพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่เคียงข้างสวนป่าอย่างเบญจกิติและโครงสร้างขนาดใหญ่ของอาคารเดิม จนเกิดเป็นพื้นที่สาธารณะ 3 โซนใหญ่ คือ HINT (รู้ใจ), HUDDLE (พักใจ) และ HUSH (เข้าใจ) ซึ่งมีทั้งโปรแกรมและโทนการออกแบบที่แตกต่างกันไป โดยคำนึงถึงความยืดหยุ่นต่อผู้ที่เข้ามาใช้และความรู้สึกในพื้นที่ ผ่านสเกลของสิ่งปลูกสร้าง จังหวะ และการจัดวางองค์ประกอบที่หลากหลาย

ทองทราย ขวัญอ่อน, Best of Interior Design

สาขา Product Design
Packaging and Graphic Design for Worshipping Sacred Objects under S&P Syndicate Public Company Limited โดย ณัฐชา พิมพ์ใจพงศ์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
‘จะพรขออย่างไรให้ประสบผล’ นอกจากการบนบานแล้ว วิธีการไหว้ที่ถูกต้องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ละองค์ก็มักอยู่ในบทสนทนาที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างคอมมูนิตี้สายมู จึงเป็นที่มาของ ‘Mutelu Sister’ แบรนด์ใหม่ภายใต้เครือ S&P ที่ณัฐชาออกแบบแพคเกจจิ้งสินค้าเพื่อการไหว้โดยเฉพาะ สินค้าของแบรนด์แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ ชุดเซ็ตไหว้ที่จะวางขายหน้าร้าน S&P และสินค้ายิบย่อย อาทิ ขนมโก๋ ขนมลาดูโมทกะ เจไฉ่ สำหรับวางขายตามห้างร้านทั่วไป โดยความพิเศษอยู่ที่ชุดเซ็ตไหว้แต่ละแบบสามารถคลี่กางออกมาเป็น ‘แผนผัง’ การจัดวางของไหว้พร้อมคู่มือแนะนำได้ ไม่ว่าจะเป็นชุดไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ชุดขอความรัก (พระแม่ลักษมี) ชุดขอความสำเร็จ (พระพิฆเนศ) และชุดไหว้พระจันทร์

ณัฐชา พิมพ์ใจพงศ์, Best of Product Design (online)

สาขา Graphic Design
โครงการออกแบบชุดหนังสือ ‘ลิ้มโภชนา’ โดย นรกร เกษมสุทธิกุล
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ชุดหนังสือ ‘ลิ้มโภชนา’ ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสืบทอดเรื่องราวและสูตรอาหารของครอบครัวให้คนภายในและภายนอกได้รับรู้ จากความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องการลืมสูตรอาหาร ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกันโดยตรง เพราะถ้าคนที่เคยทำให้เราทานไม่อยู่แล้ว รสชาติที่คุ้นเคยก็จะหายไปด้วยนั่นเอง ในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย กว่าจะมาเป็น ‘ลิ้ม’, เมนูจากโพ้นทะเล, วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา, เทศกาลรวมตัว, นำด้วยศรัทธา และครอบครัวขยาย โดยดึงคาแรคเตอร์ของคนในครอบครัวมาแปลงเป็นกราฟิกและรูปประกอบใน ‘ลิ้มโภชนา’ ผ่านกระบวนการ Talking-Sorting-Experiment ที่นรกรก็ได้ชวนให้เราลองทำตามในเวอร์ชันของตัวเองด้วยสมุดโน้ต ‘จากลิ้มสู่คุณ’ ที่เสิร์ฟมาพร้อมหนังสือ

นรกร เกษมสุทธิกุล, Best of Graphic Design
สาขา Animation & Motion Design
Relieve โดย ทยากร จินตวีรพันธ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Relieve มีชื่อเรื่องภาษาไทยว่า ‘ปลดทุกข์’ โดยมีเนื้อหาเล่นกับแนวคิดเรื่องบาปบุญจากการปล่อยสัตว์ในวัด และตั้งคำถามถึงต้นตอของการกระทำว่าเกิดจากความเมตตา หรือเป็นเพียงการปลอบใจตนเองโดยไม่สนใจสิ่งที่จะตามมา ปลดทุกข์มีตัวละครหลักเพียง 2 ตัว คือ ปลาดุก (Catfish) และคนทำบุญ (Merit-maker) โดยเรื่องราวไม่ได้เน้นฉาก ‘ทำบุญ’ ของคน แต่เป็นการเดินทางของปลาที่ลงไปสู่โลกใต้น้ำและได้พบกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย งานภาพของเรื่องนี้โดดเด่นด้วยการใช้สีที่สอดคล้องกับโทนของเนื้อเรื่องภายในระยะเวลาสั้นๆ อย่างไหลลื่น ไม่ว่าจะเป็นคู่สีที่ตั้งใจแสดงถึงความย้อนแย้ง ความสงบของใต้น้ำที่เห็นในแวบแรก ไปจนถึงความอึดอัดเน่าเหม็นที่ส่งกลิ่นรุนแรงได้ทางสายตา ผ่านการสร้างสรรค์ในแอปพลิเคชัน Procreate และ Procreate Dream

ทยากร จินตวีรพันธ์, Best of Animation & Motion Design (online)

สาขา Fashion Design
C.RETRICBLUE โดย จารุวรรณ คงแสงงาม
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
บึ้งประกายสายฟ้า (Chilobrachys natanicharum) หรือ Electric-blue tarantula เป็นแมงมุมชนิดใหม่ที่พบในป่าชายเลนของไทยโดยมีจุดเด่นคือประกายสีน้ำเงินจากส่วนขาเมื่อโดนแสง จารุวรรณได้แรงบันดาลใจจากแมลงชนิดนี้จึงนำโครงสร้างของข้อปล้องและคุณลักษณะพิเศษที่ทำให้เกิดการสะท้อนสีเหลือบมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า โครงสร้างข้อปล้องและและโครงสร้างของไคติน (chitin) ถูกประยุกต์เป็นแพทเทิร์นที่สามารถสร้าง ‘ความพอง’ ในตัวเองได้โดยไม่ต้องใส่โครงไว้ข้างใน ส่วนการเรียงตัวของขนแมงมุมที่เป็นตัวการของสีเหลือบน้ำเงินนั้น ก็ได้รับการดัดแปลงเป็นดีเทลในเนื้อผ้าแต่ละแบบผ่านการเย็บด้วยจักร การต่อผ้า การใช้เลเซอร์คัท และการถัก จนได้ไฟนอลลุคในคอลเล็คชัน C.RETRICBLUE ทั้ง 5 แบบ

จารุวรรณ คงแสงงาม, Best of Fashion Design

สาขา Jewelry Design
Wabi-Sabi โดย วรกมล กิจบรรเทา
มหาวิทยาลัยศิลปากร
การทำงานประณีตศิลป์ประดับมุกเป็นหนึ่งในงานเครื่องรักของไทยที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและทักษะฝีมือชั้นสูง งานประเภทนี้แทบไม่มีที่ว่างให้ตำหนิหรือความผิดพลาดปรากฏอย่างชัดเจน เศษเปลือกหอยที่ไม่มีที่ไปหลังการตัดแต่งเหล่านี้มักจะมีรูปทรงที่โค้งงอ พื้นผิวหยาบ หรือมีความหนาและบางเกินกว่าจะนำไปทำงานต่อ วรกมลจึงใช้ปรัชญา ‘วะบิ ซะบิ (Wabi-Sabi)’ ที่สะท้อนความงามในอีกรูปแบบหนึ่งมาสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นรูปธรรม โดยมีแนวคิด 3 แกนเป็นเครื่องมือ ได้แก่ ความเรียบง่าย (simplicity) ความไม่สมบูรณ์แบบ (imperfection) และสัจจะของธรรมชาติ ซึ่งทำงานร่วมกับเทคนิคถมขี้ผึ้ง การฉลุโลหะ และการหล่อซิลิโคน ก่อนจะทดลองหาตำแหน่งการจัดวางเปลือกหอยลงบนร่างกายในฐานะเครื่องประดับโดยไม่ขัดแย้งหรือรบกวนธรรมชาติของการเคลื่อนไหว

วรกมล กิจบรรเทา, Best of Jewelry Design

ซึ่งสำหรับรางวัลสูงสุดอย่าง Best of the Show ใน Degree Shows 2025 นี้คือ… ผลงาน ‘ลิ้มโภชนา’ โดยนรกร เกษมสุทธิกุล ซึ่งนอกจากเงินรางวัลพิเศษแล้ว Degree Shows 2025 ยังได้ผู้สนับสนุนใจดีอย่างคุณอธิชัย โปษยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา DP Education มามอบทุนการศึกษา 50% ในหลักสูตรปริญญาโทจากสถาบัน Domus และหลักสูตร Summer Course 2027 จากสถาบัน NABA ประเทศอิตาลีให้อีกด้วย

(ซ้ายไปขวา) ณรงค์ชัย ขาวผ่อง, พอล สิริสันต์ (Cloud 11), นรกร เกษมสุทธิกุล (Best of the Show 2025), อธิชัย โปษยานนท์ (DP Education), ประธาน ธีระธาดา และพรรณธร ลออรรถวุฒิ (adot°)

Photo: Worapas Dusadeewijai
สำหรับปีน้องๆ คนไหนที่จบการศึกษาในปีการศึกษา 2026 นี้ สามารถรอติดตามข่าวสารของ Degree Shows 2026 ได้ที่เพจ art4d!























































