‘Drawing’ โดย ปริณต คุณากรวงศ์ ชวนสำรวจความทรงจำที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องราวส่วนตัว แต่ยังทับซ้อนกับประวัติศาสตร์ และอาณานิคม
TEXT: PEERAWICH RUANGPENG
PHOTO: KRITTAWAT ATTHASIS
(For English, press here)
‘Drawing’ นิทรรศการ โดย ปริณต คุณากรวงศ์ จัดแสดงระหว่างวันที่ 18 มิถุนายน – 4 ตุลาคม 2569 ณ มูลนิธิ 100 ต้นสน เป็นนิทรรศการที่ใช้ ‘การวาดเส้น’ เพื่อพาเราไปสำรวจความทรงจำว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร โดยปริณตได้เปลี่ยนภาพของความทรงจำออกมาเป็นภาพวาดและชิ้นงานจัดวางในนิทรรศการนี้
คำโปรยนิทรรศการได้ให้ที่ทางของภาพวาดในฐานะองค์ประธานของนิทรรศการ แต่ชิ้นงานจัดวางสองชิ้นกลางแกลเลอรีกำลังดึงความสนใจจากภาพวาดด้วยแท่งชาร์โคลบนผืนผ้าใบที่เรียงรายอยู่รอบห้องแกลเลอรี ภาพที่ขัดแย้งของสองชิ้นงานในห้องจัดแสดงเดียวกันที่ดูเผินๆ จะไม่ได้สนทนากันเลยแม้แต่น้อย แต่งานสองชิ้นนี้กลับสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ ราวกับว่าชิ้นงานกำลังยืนสนทนาอยู่กลางถนนในซอยต้นสนเลยก็ว่าได้

แท่งชาร์โคลที่ขีดเขียนบนเฟรมผ้าใบวางเรียงรายอยู่รอบห้องแกลเลอรี อารมณ์มากมายที่พวยพุ่งไปด้วยความใคร่ที่สำเร็จออกมาอย่างปลื้มปิติ มือสองข้างกำลังจับตาดู puppet ที่กำลังสนทนากัน อัตตาที่กำลังกลืนกิน งูที่กำลังกลืนกินคนเข้าไป ขาที่กำลังใช้ขาเดิน กลุ่มคนที่กำลังแจกกล้วย มือสามข้างที่ชูนิ้วกลางและนิ้วนางให้เป็นเลขสอง หนึ่ง หนึ่ง เส้นสีดำที่ขีดเขียนลงบนผ้าใบขับเน้นอารมณ์มากมายในห้องแกลเลอรี


ในห้องแกลเลอรีนี้ยังจัดแสดงชิ้นงานจัดวางสองกลุ่ม กลุ่มแรกจัดวางแผ่นกระจกที่ถูกทาทับด้วยสีขาวกำลังทับถุงกระดาษที่โผล่แง้มออกมา ชามก๋วยเตี๋ยวเปื้อนโคลนวางอยู่บนกระจกแผ่นเดียวกันนั้นก็กำลังสนทนากันกับงานจัดวางอีกชิ้นตรงข้ามกัน ชามก๋วยเตี๋ยวเปื้อนโคลนวางบนเสื่อม้วนใกล้ๆ กันกับบันไดขนาดเล็กที่วางแผงไข่เป็ดอยู่ ชุดชามวางซ้อนกันบนแผงไข่ที่ตรงกลางมีตุ๊กตาขุนนางจีนโบราณขนาดเล็กมากกำลังนั่งเล่นหมากกระดานกันอยู่


เห็นได้ว่าภาพวาดเส้นและงานจัดวางในห้องแกลเลอรีนั้นดูเผินๆ จะไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่เมื่อได้พิจารณาถึงเนื้อหาในชิ้นงานทั้งสองชุดในนิทรรศการนี้กลับกำลังสนทนากันอย่างออกรสออกชาติถึงบริบทและเรื่องราวนอกตัวชิ้นงานที่พูดถึงเข้ามาตั้งสถานีการค้าที่เกาะเดจิมะ ประเทศญี่ปุ่น และอาณานิคมในอินโดนีเซียของดัตช์ ก่อนจะถึงมูลนิธิ 100 ต้นสนเราจะเห็นสถานทูตเนเธอร์แลนด์ตั้งอยู่เยื้องๆ กับมูลนิธิฯ บนถนนเส้นเดียวกัน
ส่วนหนึ่งของ Archive ที่จัดแสดงอยู่ห้องเล็กๆ ทางตรงเข้านิทรรศการได้เผยให้เห็นว่าปริณตกำลังเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น ที่บิดา-มารดาของเขาได้ไปฮันนีมูนกัน ภาพถ่ายที่ไดบุตสึเมืองคามาคุระที่บิดา-มารดาเคยถ่ายภาพไว้ด้วยกันและปริณตที่ได้ถ่ายภาพในสถานที่เดียวกันแต่คนละเวลา ภาพถ่ายวิวทะเลที่เมืองเดียวกัน และแผนที่เมืองโตเกียว ใกล้ๆ กันนั้นสูตรนาซีโกเร็ง ของซูการ์โน ที่วางอยู่ก็ยิ่งตอกย้ำถึงการปลดแอกชาติที่ถูกปกครองโดยดัตช์ให้เด่นชัดมากขึ้น

นอกจากนี้ในวันเปิดนิทรรศการได้มี Performance ที่น่าสนใจในความหมายที่ว่าการแสดงนี้จะเชื่อมโยงงานทั้งหมดเข้าด้วยกันด้วย โดยผู้แสดงได้หยิบของพร้อมมือมาจัดวางระหว่างชิ้นงานจัดวางทั้งสองชิ้น หลังจากนั้นผู้แสดงเริ่มด้วยการรัวฉาบพร้อมเปล่งเสียงอย่างไร้ภาษาในเวลาเดียวกัน หลังจากนั้นก็เล่นกีตาร์และเป่าแคนด้วยท่วงทำนองที่จับทางไม่ได้ ภาพวาดเส้นที่ขมุกขมัวก็เผยตัวออกมาอีกครั้งในฐานะภาพแสดงแทนภายในจิตใจของปริณต ที่ทั้งเต็มไปด้วยความสับสน ขมุกขมัว และอัตตา พื้นที่แบ่งแยกระหว่างผู้แสดงและผู้ชมให้ความรู้ราวกับกำลังชมพิธีทรงเจ้าอยู่ ขณะเดียวกันก็ทำให้เข้าใจได้ว่าเรากำลังทำความรู้จักกับปริณตผ่านนิทรรศการนี้นี่เอง

และนอกจาก Drawing จะบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวของปริณตราวกับว่านี่คือบทสนทนาอันไหลลื่นในวงสนทนาคลุ้งกลิ่นสุรา ในขณะเดียวกันนิทรรศการนี้ก็กำลังจิกกัดอาณานิคมดัตช์อย่างออกรสออกชาติ และข่าวการประกาศขายสถานทูตเนเธอร์แลนด์เพื่อย้ายออฟฟิศไปอีกแห่งหนึ่ง ภายหลังจากผู้ชมเข้ามาชมนิทรรศการนี้คงทำให้เราพูดคำว่า ‘Merdeka Sekarang’ ได้อีกครั้งหนึ่ง


