MUANG PHOL HOTEL ตัวอย่างการรีโนเวทโรงแรมอายุกว่า 50 ปีย่านปทุมวัน ที่เปลี่ยนคาแร็กเตอร์ใหม่ด้วยอิฐ ผนังดินเผา และ façade เจาะรูรูปตัว L
TEXT: PHARIN OPASSEREPADUNG
PHOTO: VACHIRA CHAROENRAT
(For English, press here)
หากใครผ่านไปผ่านมาแถว MBK หรือหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ในช่วงนี้ อาจเริ่มสังเกตเห็นอาคารขนาดใหญ่สีส้มอ่อน ตั้งอยู่ตรงหัวมุมซอยเกษมสันต์ 1 ถนนพระราม 1 หนึ่งในย่านโปรดของเหล่านักท่องเที่ยว อาคารหลังนี้คือโปรเจกต์แปลงโฉม ‘อาคารเมืองพล’ โรงแรมเดิมอายุกว่า 50 ปี ให้กลายเป็นโรงแรมโฉมใหม่ที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในย่าน ออกแบบโดย Cloud-floor ส่วนงานออกแบบภายในเป็นผลงานของสตูดิโอ VERB.Project

‘อาคารเมืองพล’ เป็นหนึ่งในอาคารสูงยุคแรกๆ ของย่าน ทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักอาศัยและโรงแรมมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี สำหรับการรีโนเวตครั้งนี้ เจ้าของโครงการและสถาปนิกเห็นร่วมกันว่าจะเก็บโครงสร้างเดิมไว้ แต่ปรับเปลี่ยน façade และงานตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อให้อาคารกลายเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีคุณภาพเทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว พร้อมความตั้งใจที่จะทำให้อาคารหลังนี้แตกต่างจากบรรยากาศโดยรอบ ตั้งแต่งานดีไซน์ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุ

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอาคารหลังนี้คือทำเลที่ตั้งตรงหัวมุมถนนพระราม 1 และซอยเกษมสันต์ 1 ด้านหนึ่งติดถนนใหญ่ ส่วนอีกด้านหันเข้าสู่ซอย ทำให้สามารถมองเห็นอาคารได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่บนชานชาลาสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ฝั่งห้าง MBK ไปจนถึงริมทางเท้า

ที่ตั้งบริเวณหัวมุมนี้เองนำมาสู่การออกแบบโลโก้รูปตัว L สื่อถึงตำแหน่งของอาคาร ผสานกับแนวคิด Corner Stone หรือหินหลักที่เป็นรากฐานของอาคาร เปรียบเสมือนอาคารหลังนี้ที่ทำหน้าที่เป็นฐานของย่านและพร้อมเติบโตไปกับคอมมูนิตี้และพื้นที่ย่านแห่งนี้ จากแนวคิดนี้ทำให้โลโก้รูปตัว L จึงถูกนำมาต่อยอดเป็นองค์ประกอบในการตกแต่งตลอดทั้งอาคาร ทั้ง façade และงานออกแบบภายใน
การเปลี่ยนโฉมอาคารที่ตั้งอยู่ในบริบทเช่นนี้ย่อมมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย เพราะด้านหนึ่งติดถนนใหญ่ ส่วนอีกด้านติดกับซอยที่มีผู้คนสัญจรอยู่เกือบตลอดเวลา สถาปนิกจึงต้องออกแบบให้โรงแรมสามารถตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกได้ประมาณหนึ่ง พร้อมยังคงตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่ และความต้องการในการใช้งานของผู้เข้าพักให้เหมาะสม

โจทย์แรกคือเรื่องเสียง เนื่องจากอาคารตั้งอยู่ใกล้ทั้งถนนใหญ่และสถานีรถไฟฟ้า สถาปนิกจึงเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติในการกันเสียง เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะเดียวกัน ความเป็นส่วนตัวก็เป็นอีกหนึ่งข้อคำนึงสำคัญของการออกแบบโรงแรม façade จึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยพรางสายตาจากผู้คนภายนอก ทำให้พื้นที่ภายในมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

นักออกแบบจึงเลือกใช้แนวคิด Double Skin หรือการออกแบบ façade สองชั้น โดยใช้ผนังอิฐโทนอ่อนเป็นชั้นใน และ façade อะลูมิเนียมเป็นชั้นนอก แทนการใช้กระจกเป็นวัสดุหลักรอบอาคาร โดยอลูมิเนียมด้านนอกนี้ไม่ได้เป็นแผ่นเรียบๆ แต่ยังเจาะช่องบนแผ่นอะลูมิเนียมชั้นนอกให้เป็นรูปโลโก้ของอาคารเมืองพล เมื่อแสงส่องผ่าน ช่องเหล่านี้จะทอดเงาลงบนพื้นจนดูคล้ายโลโก้ของอาคารที่กำลังปรากฏขึ้นอีกครั้งในรูปแบบของแสงและเงา

แผ่นอะลูมิเนียมเหล่านี้ถูกนำมาจัดเรียงซ้อนกันอย่างไม่เป็นระเบียบแบบแผนจนเกินไป โดยเฉพาะด้านที่ติดกับถนนใหญ่ ส่วนด้านที่ติดกับซอยมีการแทรกระเบียงขนาดเล็กเข้าไปเป็นระยะ เพื่อเพิ่มความโปร่งและลดความรู้สึกทึบตันของอาคาร

การจัดวาง façade ยังสัมพันธ์กับผังห้องพักภายใน ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างเดิมของอาคาร ทำให้การเรียงตัวของแผ่นอะลูมิเนียมมีจังหวะที่ไม่ซ้ำกัน และช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวอาคาร ไม่ว่าจะมองจากถนนใหญ่ ภายในซอย หรือชานชาลาสถานีรถไฟฟ้า ก็จะเห็นรายละเอียดของ façade ที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ยังคงเชื่อมโยงเป็นภาพรวมเดียวกัน

บริเวณชั้นหนึ่งของอาคารฝั่งซอยเกษมสันต์ 1 ได้รับการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยยังยึดโครงสร้างอาคารเดิม เพียงแต่สถาปนิกเลือกถอยพื้นที่เข้าไปด้านใน พร้อมเปิดพื้นที่บางส่วนให้เป็นจุด Drop-off สำหรับรับส่งผู้เข้าพัก ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าใช้งาน และทำให้บริเวณทางเข้าดูโปร่งโล่งขึ้น ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่พื้นที่ล็อบบี้ด้านใน

งานออกแบบภายในของโรงแรมหยิบคู่สี Terracotta & Midnight Blue มาใช้เป็นโทนหลัก พร้อมเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผนังดินฉาบจากธรรมชาติ 100% ไม่ผสมหรือเจือปนสารเคมีและอีกวัสดุคือ อิฐโลกา วัสดุอิฐรีไซเคิลจากวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอื่น การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากโลกภายนอก พร้อมสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนของโครงการ


สถาปนิกยังคงความต่อเนื่องระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายในด้วยการเลือกใช้ผนังฉาบดิน โดยคัดเลือกเฉดสีดินจากทั่วประเทศไทย เพื่อให้ได้โทนสีที่ละมุนและสบายตา โดยไม่ดูซีดจางจนเกินไป นวัตกรรมสีดินนี้ยังช่วยให้พื้นที่ล็อบบี้มีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย อีกทั้งเมื่อก่อสร้างเสร็จยังสามารถเปิดใช้งานได้ทันที เนื่องจากไม่มีสารเคมีตกค้าง

พื้นที่ตั้งแต่ชั้น 2 ถึงชั้น 9 ของโรงแรม แบ่งเป็นห้องพัก 3 ประเภท ได้แก่ Standard Bedroom, Triple Bedroom และ Quadruple Bedroom แต่ละห้องเลือกใช้ดินฉาบโทนสีส้มอ่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และหินธรรมชาติ เพื่อรักษาแนวคิดการใช้วัสดุธรรมชาติให้ต่อเนื่องจากพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมด้วยการออกแบบแสงไฟที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของห้อง ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ภายในยังแทรกด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และโคมไฟสีขาวเป็นระยะ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับพื้นที่ และสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการเดินเที่ยวหรือช้อปปิ้งมาทั้งวัน
ด้วยข้อจำกัดจากการใช้โครงสร้างเดิม ผังห้องพักแต่ละห้องจึงมีลักษณะแตกต่างกันออกไป บางห้องตั้งอยู่บริเวณหัวมุม ขณะที่บางห้องมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยม การออกแบบจึงต้องปรับให้เข้ากับพื้นที่ที่มีอยู่ โดยยังคงรักษาภาพรวมของงานออกแบบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

งานออกแบบ MUANG PHOL HOTEL ได้เปลี่ยนภาพจำของอาคารที่ตั้งอยู่ในย่านนี้มายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ให้พร้อมก้าวไปสู่บทบาทใหม่ของพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องลบทุกอย่างที่มีอยู่เดิม แต่เลือกเก็บโครงสร้างเอาไว้ พร้อมปรับเปลี่ยนรายละเอียดให้สอดคล้องกับบริบทและการใช้งานในปัจจุบัน เป็นอีกตัวอย่างของการที่สถาปัตยกรรมสามารถปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับเมืองได้

