KSANA (CENTRALWORLD)

ร้านมัทฉะโดย JUTI architects ที่พาผู้ใช้งานตัดขาดจากโลกภายนอกและเข้าสู่ห้วงเวลาอื่นผ่านธรรมชาติเสมือนจริงอันเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ

TEXT: SURAWIT BOONJOO
PHOTO: PEERAPAT WIMOLRUNGKARAT

(For English, press  here)

หลังจากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้ใช้บริการที่ชื่นชอบในการดื่มด่ำกับมัทฉะและหลงใหลไปกับบรรยากาศถ้ำจำลองสีขาวที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านชาเขียวมัทฉะ Ksana สาขาแรก ที่ตั้งอยู่โครงการ ‘One City Centre’ (OCC) อาคารสำนักงานย่านเพลินจิต ผลงานออกแบบของออฟฟิศสถาปนิก JUTI architects โดย จุติ กลีบบัว ในครั้งนี้เขายังคงรักษาและถ่ายทอดการเสริมสร้างประสบการณ์ตัดขาด พาหลุดเข้าไปยังห้วงขณะเวลาอื่น ด้วยการสรรค์สร้างบรรยากาศซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นขั้วตรงกันข้าม จากภูมิประเทศถ้ำขาวที่เปิดโล่ง สู่ป่าทึบมืดดำในฤดูหนาวที่อึมครึม

ผลงานออกแบบล่าสุดใน Ksana สาขา centralwOrld ของเขา มาพร้อมกับถ้ำขาวที่เปิดโล่งกับป่าทึบมืดดำในฤดูหนาวที่อึมครึม แน่นอนว่า แม้ทิศทางของการเล่าเรื่องจะยังคงไว้ด้วยท่วงจังหวะและเค้าโครงเรื่องที่อาจจะไม่แตกต่าง หากแต่น้ำเสียงในภาษาการออกแบบกลับมีความต่อเนื่องอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในมิติการยอกย้อนโต้ตอบไปกับบริบทพื้นที่รายรอบได้อย่างลงตัว

จุติคัดสรรท่อนไม้ยาง จัดวาง และห้อยระย้ากิ่งไม้เป็นแผ่นพื้นผิวทั้งแนวระนาบด้านข้างและดิ่งปกปิดเพดาน ตั้งอยู่บนฉากหลังสีดำเพื่อสรรค์สร้างบรรยากาศป่าไม้เมืองหนาวราวกับปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนที่พรางกายท่ามกลางบรรยากาศเข้มขรึม อย่างไรก็ตามเส้นสายบิดพริ้วทั่วทั้งพื้นที่ยังนำเสนอไว้ เช่นเดียวกันกับการจัดการบีบขยายให้มีบริเวณกว้างผสมผสานไปกับพื้นที่ลึกตีบแคบลงที่ประสานบิดล้อไปกับพลวัตตามธรรมชาติของวัสดุท่อนไม้ นี่จึงไม่เพียงจะพ้นไปกว่าการขบคิดเลียนล้อธรรมชาติตามแบบเดิม หากกลับเชื้อเชิญให้คิดต่อไปถึงการนำสิ่งจากธรรมชาติมาจำลองสร้างบรรยากาศภูมิทัศน์อันเป็นอื่น ผลักธรรมชาติป่าเงียบสงัดตรงหน้าให้ไกลออกไป กลายเป็นดั่งฉากประดิษฐ์แฟนตาซีด้วยองค์ประกอบอันคุ้นชิน ทั้งยังกลับด้านกิ่งไม้ ปล่อยห้อยทิ้งลงมาแทนหิมะ เปลี่ยนทัศนียภาพแนวกำแพงไม้เปราะให้ประปรายด้วยเกล็ดน้ำแข็งขาว ชวนนึกฉงนและแปลกตา

ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก จัดการพื้นที่ให้ตอบรับกับการทำงานและใช้บริการ ผู้ออกแบบจึงเริ่มต้นจากการสำรวจหาความเป็นไปได้อื่นบนฉากทัศน์เดิมที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถตอบรับการบริการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยขนาดพื้นที่ภายในที่ใหญ่ยิ่งขึ้น เขาจึงเลือกจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามมุมย่อยๆ นอกจากจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในการรังสรรค์ชาแต่ละออเดอร์แล้ว สเตชั่นชงชาที่แยกตัวกระจายอยู่นั้นก็สอดรับไปการออกแบบ ซึ่งนำเสนอประสบการณ์ของพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป กล่าวคือแต่ละมุมจะมีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกัน มีส่วนรับออเดอร์เมื่อเดินเข้ามาถึง พื้นที่บริเวณใช้บริการนั่งดื่มที่สงบทั่วไปในจำนวนมากยิ่งขึ้น และบริเวณที่เงียบสงัดปลีกไปจากการจอแจ ในขณะเดียวกันการเลือกวัสดุหิน ไม้อัดย้อมสีดำ และเก้าอี้ไฟเบอร์กลาส สำหรับเฟอร์นิเจอร์ก็คำนึงถึงการใช้งานจริงที่ยั่งยืนและสมเหตุสมผล อาทิ การหล่อบล็อคบนพื้นรูปหินเป็นแนวทางเดินกำหนดจังหวะการเข้าคิวให้กับลูกค้า ทั้งยังช่วยเสริมสร้างให้ผิวพื้นร้านดูมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้นด้วย

“ในระยะเวลา 13:00 – 15:00 น. บริเวณช่องเปิดที่เราตัดสินใจเว้นว่างไว้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าและความร้อนจากแสงแดดที่จะส่องเข้ามาจากฝั่งผนังกระจก window display นี้ เราจึงนำข้อจำกัดดังกล่าวมาต่อยอด โดยการกำกับลำแสงด้วยการสร้างผนังเบา ส่งผลให้ตลอดเวลากว่าสามชั่วโมงตอนบ่ายของทุกวัน เส้นแสงที่ลอดผ่านพ้นจากช่องเปิดเหนือแนวกำแพงจะพาดผ่านตกกระทบบนผนังหินเทียมด้านหนึ่งที่จะค่อยๆ แคบลงเมื่อบ่ายคล้อย นี่ก็พ้องไปกับคอนเซ็ปต์ในการออกแบบโลโก้ร้านที่เป็นแสงและเงาตกกระทบของนาฬิกาแดดได้พอดิบพอดี”

นับเป็นหนึ่งในไฮไลต์น่าสนใจของร้านสาขาใหม่แห่งนี้ แม้ร้านจะตัดขาดตนเองออกจากบริบทภายนอก (สำหรับด้านมุมที่อาจจะต้องเปิดรับเพื่อการโต้ตอบกับอะไรบางสิ่งบางอย่าง) แต่การไม่เปิดกลับนำไปสู่อะไรที่เปิดเสียยิ่งกว่าอย่างแยบยล อีกสิ่งที่น่าสนใจเช่นกันและยังคงเป็นวากยสัมพันธ์ของการออกแบบที่ต่อเนื่องจากสาขาแรก คืองานออกแบบที่คราฟท์ขึ้นมาอย่างอย่างพิถีพิถัน ครั้งนี้จุติเลือกใช้เทคนิคออกแบบ parametric design เข้ามาช่วยในการสร้างเส้นอันสายลื่นไหลของแนวผนังไม้ยางสีขาว ก่อนช่างผู้ติดตั้งจะทำการดัดและจัดวางยึดไม้แต่ละท่อนเข้ากับโครงสร้าง เขาเล่าเสริมว่า อุปสรรคหนึ่งที่เกิดขึ้นขณะการเรียงไม้นั้น ก็คือลักษณะตามธรรมชาติของไม้ที่เป็นไปอย่างอิสระ ต่างจากภาพการออกแบบ ถึงแม้จะต้องมีการปรับแปลงให้ท่อนไม้ใกล้เคียงกับภาพจำลอง แต่สิ่งเกินควบคุมนี้ กลับมาช่วยส่งเสริมให้พลวัตที่ไหลลื่นมีความเป็นธรรมชาติผสานกับการแจงจัดประดิษฐ์สร้างได้อย่างกลืนกลาย

อีกด้านหนึ่งนั่นคือ ความสลับซับซ้อนของพื้นที่ได้กลับมาสมทบให้ป่าจำลองจากวัสดุไม้จริงกับแผ่นหินเทียมที่วางทำงานร่วมกัน สร้างเป็นนิเวศวิทยาของป่าเสมือนจริงได้อย่างชวนติดตามและขบคิดมากยิ่งขึ้น จากการใช้วัสดุเทียมเลียนล้อธรรมชาติอันแท้จริง การผสมผสานวัสดุจากธรรมชาติกับสิ่งเทียมจำลองบรรยากาศป่าทึบแฟนตาซีเงียบงัน และทัศนียภาพถัดไปจะเป็นเช่นไรต่อไป?

jutiarchitects.in.th
facebook.com/JUTIarchitects

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *