ถ่ายทอดมุมมองสดใหม่จากนักออกแบบแถวหน้าทั้งจากไทยและไต้หวัน สู่แรงบันดาลใจในงานออกแบบจริง ที่งาน Golden Pin Salon Bangkok 2025
TEXT: PRATCHAYAPOL LERTWICHA
PHOTO COURTESY OF art4d EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
เปิดประตูออกจากบ้าน เดินลัดเลาะไปตามถนน หันหน้ามองสองข้างทาง จะเห็นว่าตึกรามบ้านช่องนั้นช่างมีหน้าตาที่แตกต่าง บ้างเล็ก บ้างใหญ่ บ้างประดับประดาเต็มที่ บ้างเกลี้ยงเกลาธรรมดา สถาปัตยกรรมทั้งหลายแตกต่างด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคม ความต้องการของเจ้าของ รวมถึงแนวความคิดเบื้องหลังจากนักออกแบบ ยิ่งเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปต่างแดน สถาปัตยกรรมก็ปรากฏรูปแบบแตกต่างกันออกไป
งาน Design Perspectives x Golden Pin Salon Bangkok 2025 ในวันที่ 27 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา เป็นงานเสวนาจัดโดย Golden Pin Design Award ที่เชิญชวนนักออกแบบมากฝีมือทั้งไทยและไต้หวันจากหลายสาขามาร่วมแชร์แนวคิดการออกแบบ แม้จะอยู่ในภูมิภาคเอเชียเหมือนกัน แต่งานนี้แสดงให้เห็นว่า นักออกแบบแต่ละคนก็มีแนวทางสร้างสรรค์ผลงานที่ดีในแบบฉบับของตัวเอง

Borden Tseng, กาจวิศว์ ริเริ่มวนิชย์ และ ยศพล บุญสม
‘Hidden Codes – The Language of Space, Form and Nature’ เป็นการบรรยายช่วงแรกของงานที่ได้ 3 นักออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรมมาแลกเปลี่ยนกัน การบรรยายเปิดฉากด้วย Borden Tseng ผู้อำนวยการจาก Q-LAB Architects ออฟฟิศออกแบบสถาปัตยกรรมจากไต้หวันที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมามากมาย ทั้ง Golden Pin Design Award, Architizer A+ Awards หรือ World Architecture Festival (WAF)

Borden Tseng ผู้อํานวยการจาก Q-LAB Architects
Borden ยก 6 ผลงานเด็ดมาเล่าถึงที่มาที่ไปและจุดเด่นของแต่ละงานให้เราฟัง แม้แต่ละงานจะมีหน้าตาและเงื่อนไขเบื้องหลังที่ต่างกัน แต่จุดร่วมที่สังเกตได้ของแต่ละงานคือ การออกแบบโครงสร้างอย่างชาญฉลาดที่มอบรูปโฉมสถาปัตยกรรมอันงดงาม และตอบโจทย์ข้อจำกัดการใช้งานไปในตัว ตัวอย่างงานที่สะท้อนใจความนี้ได้เด่นชัดก็คือ Lian Yun Yue Heng Residence (連雲玥恆集合住宅) ในย่าน CBD ของไต้หวัน

Lian Yun Yue Heng Residence | Image courtesy of Q-LAB Architects
โครงการเป็นโครงการ mixed-use ที่มีทั้งพื้นที่ retail ในชั้นล่างและส่วนที่พักอาศัยด้านบน ส่วนชั้นใต้ดินของอาคารจัดสรรเป็นที่จอดรถ ความพิเศษของโครงการคือการออกแบบโครงสร้างเสาไว้ที่เปลือกอาคาร โดยเสาเหล่านี้เป็นเสาที่โค้งออกบริเวณพื้นดินด้านล่าง Borden เลือกออกแบบในวิธีนี้เนื่องจากที่ดินมีหน้าแคบ หากปักเสาลงมาโดยตรง เสาจะเกะกะที่จอดรถที่อยู่ชั้นใต้ดิน ทำให้จอดรถได้ไม่สะดวก เสาที่โค้งออกในชั้นใต้ดินจึงช่วยให้จอดรถชั้นใต้ดินได้ไม่ติดขัด นอกจากนั้นแล้ว แนวเปลือกเสาโค้งยังทำให้เกิดพื้นที่ทางเดินใต้แนวอาคาร ที่อำนวยให้ผู้ใช้งานเดินออกกำลังกายและช็อปปิ้งโดยไม่ระแคะระคายกับฝนและแสงแดด

กาจวิศว์ ริเริ่มวนิชย์ สถาปนิกผู้ก่อตั้งและ Design Director จาก Physicalist
จบจากนักออกแบบชาวไต้หวัน ก็ถึงคราวนักออกแบบไทยกันบ้าง กาจวิศว์ ริเริ่มวนิชย์ สถาปนิกผู้ก่อตั้งและ Design Director จาก Physicalist ที่โดดเด่นกับผลงานสถาปัตยกรรมที่สร้างสรรค์ เรียบง่าย แต่เฉียบคม เปิดการบรรยายด้วยการบอกว่า ‘สถาปัตยกรรมคือการสรรเสริญสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม’

บ้านใกล้วัด | Photo courtesy of Physicalist
กาจวิศว์คัดสรร 3 ผลงานซึ่งสะท้อนถึง ‘สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม’ และ ‘วิธีการสรรเสริญ’ ที่ต่างกันไป โครงการบ้านใกล้วัด ออกแบบมาเป็นผืนผ้าใบให้ธรรมชาติที่เผยตัวอย่างงดงาม และแม้ว่าเจ้าของบ้านจะกลับมาอยู่บ้านนานๆ ครั้ง แต่การเปิดรับแสงธรรมชาติและลมเข้ามาผ่านช่องเล็กๆ ระหว่างบานหน้าต่างเปิดปิด ก็ช่วยให้บ้านไม่อับชื้น
ทรงอาคารสามเหลี่ยมของ Umi Gyu Yakiniku & Beer ไม่ได้ทำให้อาคารออกมาหน้าตาโดดเด่นเพียงอย่างเดียว หากแต่เวลามีสายฝนโปรยลงมา หลังคาจะรองรับน้ำฝนให้ไหลลงไปที่รางน้ำขนาดใหญ่ ลูกค้าที่ดื่มกินอาหารภายในก็ได้เพลินใจกับภาพสายฝนผ่านช่องเปิดใต้หลังคา
Vanich House คือการปรับปรุงบ้านเก่าแก่ที่เคยเป็นโรงงานผลิตเครื่องจักรให้เหมาะสมกับการใช้งานปัจจุบันที่เป็นสตูดิโอออกแบบ ร้านอาหาร กาจวิศว์ปรับปรุงอาคารโดยไม่รบกวนสปิริตความเก่าแก่ที่สั่งสมมายาวนาน เช่น การใช้เสาไม้เก่า การเลือกวัสดุใหม่ที่เข้ากันกับวัสดุเดิม หรือการปรับปรุงอย่างเรียบง่ายด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เพื่อบอกขอบเขตฟังก์ชัน เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างอดีตที่ควบคุมไม่ได้ กับปัจจุบันที่อยู่ภายใต้การควบคุม

ยศพล บุญสม ผู้ก่อตั้งบริษัท ฉมา จํากัด
การบรรยายปิดท้ายด้วย ยศพล บุญสม ผู้ก่อตั้งบริษัท ฉมา จำกัด ที่ทำงานบูรณาการภูมิสถาปัตยกรรมและการออกแบบเมือง ยศพลเริ่มต้นด้วยการโชว์ภาพเด็กน้อยที่นอนเล่นในรถ ซึ่งจอดแช่อยู่ท่ามกลางรถอีกหลายสิบคันที่ติดแหง็กบนท้องถนน ยศพลใช้ภาพนี้เป็นตัวแทนบอกว่า เมืองของเราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนใช้ชีวิต

สวนขั้นบันไดด้านหน้าโครงการ One City Centre | Photo courtesy of Shma Company Limited
ถึงเมืองจะเต็มไปด้วยปัญหา แต่งานออกแบบมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเมืองให้ดีขึ้นได้ ยศพลยกตัวอย่างผลงานที่เขาร่วมออกแบบมาอย่างเช่น สวนขั้นบันไดด้านหน้าโครงการ One City Centre ย่านเพลินจิต ที่เป็นพื้นที่เปิดโล่งให้ชาวเมืองได้เพลินใจกับธรรมชาติท่ามกลางบริบทที่เนืองแน่นด้วยตึกสูง โครงการลานกีฬาพัฒน์ 2 โครงการปรับปรุงพื้นที่ใต้ทางด่วนศรีรัชให้เป็นลานกีฬาที่คืนชีวิตให้ผู้คนในเมืองที่คิดถึงรถยนต์เป็นหนึ่ง หรือ ‘สวนสานธารณะ’ ที่เปลี่ยนพื้นที่รกร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านฝั่งธนบุรี ให้กลายเป็นสวนสาธารณะของทุกคน
นอกจากเรื่องความงามและการตอบโจทย์การใช้งาน ยศพลยังเน้นย้ำถึงกระบวนการออกแบบที่เปิดให้ผู้ใช้งานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม ลงความเห็น เพื่อให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่เหล่านี้อย่างแท้จริง
ถึงทั้งสามคนจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่จุดร่วมที่ทั้งสามคนมีก็คือ การสร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อให้คนใช้งานเกิดความรื่นรมย์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไอเดียตั้งต้นที่น่าสนใจเพื่อให้นักออกแบบทุกคนได้ลองนำมุมมองของ speaker ละคนไปปรับใช้เพื่อสร้างงานออกแบบที่มีความหมายตามแบบฉบับของตัวเอง







