สำรวจความเป็นไปได้ใหม่ของสถาปัตยกรรมผ่าน 5 พาวิลเลียนที่ Venice Architecture Biennale 2025 ภายใต้ธีม Intelligens
TEXT & PHOTO: ALEXANDRA POLYAKOVA
(For English, press here)
จากหินปะการังโบราณสู่ระบบแผนที่อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ งาน Venice Biennale of Architecture 2025 เปิดบทสนทนาที่น่าติดตามว่า ‘ปัญญา’ ทั้งที่เป็นธรรมชาติ ประดิษฐ์ และส่วนรวม สามารถหล่อหลอมอนาคตของสภาพแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นได้อย่างไร ภายใต้ชื่อธีม ‘Intelligens: Natural. Artificial. Collective’ งานในปีนี้รวบรวมสถาปนิก นักออกแบบ นักวิทยาศาสตร์ และนักคิดจากทั่วโลกมาร่วมสำรวจเส้นแบ่งอันเลื่อนไหลระหว่างธรรมชาติ เทคโนโลยี และชุมชน

ภัณฑารักษ์ของงานในปีนี้คือ Carlo Ratti สถาปนิก วิศวกร และผู้อำนวยการ MIT Senseable City Lab ผู้ตั้งใจจะไม่เพียงแค่จัดแสดงสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังต้องการรื้อกรอบความเข้าใจใหม่ ว่าสถาปัตยกรรมคือสื่อกลางของ ‘ปัญญาที่กำลังลงมือปฏิบัติ’ ด้วยจำนวนพาวิลเลียนจากชาติต่างๆ กว่า 60 แห่ง ส่วนจัดแสดงหลัก 3 ส่วน และโปรแกรมกิจกรรมสาธารณะที่ทะเยอทะยาน งานเบียนนาเลครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีจัดแสดงผลงาน แต่คือห้องทดลองอันมีพลวัตรที่ว่าด้วยเรื่องของการตั้งคำถามและการทดลอง
ธีมและแก่นของงาน: Intelligens – Natural. Artificial. Collective.
ธีมหลักของงานในปี 2025 ‘Intelligens’ ได้รับแรงบันดาลใจจากรากศัพท์ภาษาละตินของคำว่า ‘intelligence’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘การอ่านระหว่างบรรทัด’ หรือการตีความในสิ่งที่ไม่ถูกพูดออกมาตรงๆ กรอบแนวคิดของภัณฑารักษ์อย่างคาร์โล รัตติ เชื้อเชิญให้เหล่าสถาปนิกหันกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสิ่งแวดล้อม เครื่องมือดิจิทัลกันและกัน ในช่วงเวลาที่วิกฤตของโลก เทคโนโลยี และสังคม กำลังปะทะกันอย่างรุนแรง

นิทรรศการในครั้งนี้ถูกจัดโครงสร้างตามแกนปัญญาหลัก 3 ด้าน ได้แก่
1. ปัญญาธรรมชาติ (Natural Intelligence):
สถาปัตยกรรมจะเรียนรู้จากระบบนิเวศ วิถีพื้นถิ่น และกลไกป้อนกลับของสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร? ส่วนจัดแสดงในหมวดนี้เน้นประเด็นของการเลียนแบบธรรมชาติ (biomimicry) วงจรของวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ (material circularity) รวมถึงระบบองค์ความรู้ของชุมชนพื้นเมืองที่สั่งสมผ่านกาลเวลา
2. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence):
นอกเหนือไปจากการใช้ AI ในระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม นิทรรศการส่วนนี้มองลึกไปถึงศักยภาพของ AI ในการสร้างแผนที่ จำลอง และแม้แต่ร่วมออกแบบอนาคตของพื้นที่ทางกายภาพ โครงการในกลุ่มนี้จะเจาะลึกถึงการออกแบบเชิงกำเนิด (generative design) จริยธรรมของข้อมูล (data ethics) และการหลอมรวมระหว่างสภาพแวดล้อมจริงกับโลกเสมือนเข้าด้วยกัน
3. ปัญญาส่วนรวม (Collective Intelligence):
สถาปัตยกรรมเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือมาโดยตลอด แนวทางนี้ชวนพิจารณาการออกแบบแบบมีส่วนร่วม โครงการที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน และบทบาทของเครือข่ายทางสังคม ทั้งในโลกดิจิทัลและโลกจริง ในการสร้างและกำหนดพื้นที่
แก่นของทั้งสามแนวคิดข้างต้นได้ถูกร้อยเรียงไว้ในนิทรรศการหลักของงาน ณ Giardini และ Arsenale รวมถึงใน Biennale College Architecture ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่เปิดตัวเป็นปีแรก โดยเชิญนักวิชาชีพรุ่นใหม่ 50 คนมาทำงานร่วมกับที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาต้นแบบของแนวทางแก้ปัญหาในโลกจริง

ไฮไลต์และนวัตกรรม: ห้าพาวิลเลียนที่พลิกวาทกรรมในวงการ
Canal Café – Diller Scofidio + Renfro, สหรัฐอเมริกา (รางวัลสิงโตทองคำ สาขาการมีส่วนร่วมยอดเยี่ยม)
ตั้งอยู่ที่ส่วน Arsenale ผลงาน Canal Café เป็นทั้งประติมากรรมติดตั้งและบาร์กาแฟที่เปิดให้บริการจริง โดยใช้ระบบกรองน้ำจากคลองเวนิสโดยตรงสำหรับการชงกาแฟ สร้างเรื่องราวเชิงวัฏจักรการหมุนเวียนที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของเมือง การต้อนรับผู้มาเยือนเข้ากับความยั่งยืน ผลงานจาก Diller Scofidio + Renfro ชิ้นนี้เปลี่ยนพิธีกรรมในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นบทสะท้อนเชิงนิเวศและการออกแบบอย่างแยบยล ส่งผลให้ Canal Café กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในงานเบียนนาเลครั้งนี้

Heatwave – พาวิลเลียนโดยประเทศบาห์เรน (รางวัลสิงโตทองคำ สาขาพาวิลเลียนประจำชาติยอดเยี่ยม)
ในผลงาน Heatwave พาวิลเลียนของบาห์เรนได้สำรวจเทคนิคการระบายความร้อนโดยไม่ใช้พลังงาน หรือ ‘passive cooling’ ที่ฝังรากลึกอยู่ในสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอ่าวเปอร์เซีย หรือ Gulf Architecture ผ่านการใช้หินปะการัง หอรับลม และกลไกระเหยความร้อนจากน้ำ พาวิลเลียนนี้นำเสนอองค์ความรู้โบราณที่ถูกนำมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับภูมิอากาศแห่งอนาคต มันไม่ใช่เพียงการรื้อฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่นเท่านั้น หากยังเป็นการส่งสัญญาณให้เรากลับมาตั้งคำถามใหม่ต่อการใช้พลังงาน ด้วยความเข้าใจผ่าน ‘ปัญญาธรรมชาติ’

Circularity on the Edge – Kateryna Lopatiuk และ Herman Mitish (ยูเครน)
งานติดตั้งเชิงวิจัยชิ้นนี้นำเสนอแนวทางการฟื้นฟูประเทศยูเครนหลังสงคราม ด้วยการใช้ AI เพื่อบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากอาคารที่ได้รับความเสียหาย โดรนถูกใช้ในการสำรวจพื้นที่จริง ขณะที่อัลกอริทึมช่วยวิเคราะห์และจัดทำแผนการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ในงานก่อสร้างอนาคต โปรเจกต์นี้เป็นทั้งงานที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ และแสดงวิสัยทัศน์อันกล้าหาญ ซึ่งหลอมรวม ‘ปัญญาประดิษฐ์’ เข้ากับ ‘ปัญญามนุษย์’ เพื่อสร้างกระบวนการออกแบบที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน

Gateway to Venice’s Waterway – Norman Foster & Porsche
สะพานคนเดินขนาด 37 เมตรที่ขับเคลื่อนได้แห่งนี้ คือผลงานการออกแบบร่วมกันโดยมูลนิธิ Norman Foster และ Porsche ที่พลิกภาพความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างเมืองเวนิสกับระบบคลองของมันให้ทันสมัยขึ้น ด้วยการบูรณาการจุดเชื่อมต่อสำหรับยานพาหนะทางน้ำระบบไฟฟ้า และการออกแบบแบบแยกชิ้นส่วน (modular design) โครงการนี้จินตนาการถึงอนาคตของโครงสร้างพื้นฐานแบบหมุนเวียน และระบบขนส่งในเมืองที่ไม่ปล่อยมลพิษ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้แรงบันดาลใจและการอ้างอิงถึงภาษาการออกแบบที่เฉียบคมของยานยนต์และเรือยนต์อย่างแยบคาย

Picoplanktonics – พาวิลเลียนโดยประเทศแคนาดา
Picoplanktonics จากแคนาดาพาผู้ชมสู่โลกที่ดำรงอยู่ภายใต้พื้นผิว ทั้งในเชิงกายภาพและแนวความคิด ดำดิ่งสู่โลกจุลภาคของพิโกแพลงก์ตอน (Picoplankton) สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กระดับจุลภาคที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมสมดุลของออกซิเจนและคาร์บอนของโลก ผลการงานติดตั้งนี้เชื่อมโยงปัญญาทางชีววิทยาเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท้าทายให้ผู้ชมตั้งคำถามกับระบบค้ำจุนชีวิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่เป็นพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงการมีอยู่ของมนุษยชาติ
สถาปัตยกรรมแห่งการเชื่อมโยงถึงกัน (An Architecture of Interconnection)
เวนิส อาร์คิเทคเจอร์ เบียนนาเล 2025 ไม่ได้พูดถึงอาคารสิ่งก่อสร้างอย่างเดียว แต่กำลังเสนอ ‘Intelligens’ ในฐานะวิธีคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ นิทรรศการครั้งนี้ชวนให้เราจินตนาการใหม่ว่าสถาปัตยกรรมคือศาสตร์ที่ฝังตัวอยู่ในระบบนิเวศ ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเครือข่าย และก่อรูปขึ้นจากเจตจำนงร่วมของผู้คน

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเร่งของเทคโนโลยีดิจิทัล และการแตกร้าวทางสังคมกำลังบีบคั้นขีดจำกัดของจินตนาการด้านพื้นที่ งานเบียนนาเลครั้งนี้จึงมอบสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง มันไม่ใช่คำตอบ หากเป็นกรอบความคิดที่จะช่วยให้เราคิดต่างออกไป สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้เดินในโถงของ Arsenale หรือนั่งจิบกาแฟที่ Canal Café สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ สถาปัตยกรรมในวันนี้ ไม่ได้ว่าด้วยพื้นที่อีกต่อไป หากคือ ‘ปัญญาที่ดำรงอยู่ในพื้นที่’
เวนิส อาร์คิเทคเจอร์ เบียนนาเล 2025 (Venice Biennale of Architecture 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 23 พฤศจิกายน 2025 ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี













