เมื่อรัฐสะกดคำให้ไร้เสียง ศิลปินจึงสะกดคำให้ไร้โซ่ ในนิทรรศการ Ek Kha Ya ของ เถ่ง ลิน (Htein Lin)
TEXT: KANDECH DEELEE
PHOTO COURTESY OF WEST EDEN EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1948 เป็นเวลาเกือบแปดทศวรรษแล้วที่เมียนมาเผชิญกับความไม่สงบมาโดยตลอด1 ไม่ว่าจะเป็น การปะทะระหว่างรัฐบาลกับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ ไปจนถึงปัญหาการผูกขาดอำนาจบริหารซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจนนำไปสู่ความตึงเครียดระหว่างรัฐและประชาชนหลายต่อหลายครั้ง หนึ่งในครั้งที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือเหตุการณ์ ‘8888 Uprising’ ในวันที่ 8 สิงหาคม 1988 ประชาชนหลายแสนคนลงถนนเพื่อทำการประท้วงรัฐบาลทหารที่ครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 1962 แม้การประท้วงจะทำให้นายพลเน วิน (Ne Win) ลาออกจากการเป็นผู้นำพรรค2 แต่ก็ต้องแลกความสูญเสียของประชาชนจำนวนมากจากการถูกล้อมปราบด้วยอาวุธหนักและการจับกุมโดยรัฐ

8888 Uprising | Source: https://burmese.voanews.com/a/call-in-88ers-meet-their-expectations/3977245.html
สำหรับนิทรรศการ ‘အက္ခရာ’ (Ek Kha Ya) เถ่ง ลิน (Htein Lin) ศิลปิน อดีตนักโทษทางการเมือง และหนึ่งในอดีตสมาชิกขบวนการนักศึกษา ‘8888 Uprising’3 ได้ทำการคัดเลือกตัวอักษร คำ และข้อความที่สื่อถึงความรุนแรงระหว่างรัฐและประชาชนมาใช้สร้างผลงานลงบนกระดาษลัง อักษรเมียนมาแต่ละตัวถูกเขาเขียนและบรรจุภาพความรุนแรง สัญลักษณ์ และความหมาย ให้ซ้อนทับเข้าไปความหมายจากคำดั้งเดิม คำจึงผสานเข้ากับภาพ ช่วยกัน ‘เรียก’ และ ‘ร้อง’ ถึงสิ่งที่มักถูกสะกดให้ ‘เงียบ’

ใน ‘Insein Prison’ (2018) เถ่ง ลิน ได้นำเอาชื่อของเรือนจำอินเส่ง ‘အင်းစိန်ထောင်’ (Insein Htaung) มาเขียนเป็นภาพของเรือนจำที่คุมขังประชาชนไว้ภายใน ในผลงานชิ้นนี้ เถ่ง ลิน เลือกที่จะบิดตัวอักษรของชื่อเรือนจำอินเส่งให้กลายเป็นเรือนจำอินเส่งโดยตัวมันเอง ช่วงโค้งของตัวอักษรด้านซ้ายและขวาและหอคอยที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของคำ สอดรับกับอาคารของเรือนจำอินเส่งที่มีลักษณะเป็นคุกแบบสรรพทัศน์ (panopticon) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมผู้ต้องขังผ่านสถาปัตยกรรม โดยมีหอคอยอยู่ศูนย์กลางเพื่อใช้ควบคุมความเคลื่อนไหวของนักโทษทั้งหมดในเรือนจำ4

Htein Lin, Insein Prison, 2018 | Photo courtesy of Htein Lin

Insein Prison | Source: https://en.wikipedia.org/wiki/Insein_Prison#/media/File:Insein_Prison_2.JPG
น่าสังเกตว่า ศิลปินไม่ได้เลือกที่จะถ่ายทอดภาพของแผนผังของเรือนจำอินเส่งให้สมบูรณ์ทุกกระเบียดนิ้วจนกลายเป็นภาพจำลองเรือนจำ และก็ไม่ได้ทำให้ชื่อ ‘အင်းစိန်ထောင်’ อ่านได้ง่ายกลายเป็นงานอักษรวิจิตร (calligraphy) การบรรจบกันของภาพและคำได้ทำให้ตัวชิ้นงานขยับความหมายออกไปให้ไกลกว่าที่ภาพหรือคำจะทำได้โดยฝ่ายเดียว เถ่ง ลิน ลดทอนคุณลักษณะบางประการให้เหลือเพียงแต่ ‘เค้า’ จากนั้นก็ถมเติม ‘โครง’ บางอย่างเข้าไปประกบคำและภาพ

เห็นได้จากลวดลายที่เลื้อยพันอยู่ในกรอบตัวอักษรและ/หรือขอบกำแพงของเรือนจำ หลายลายสามารถถอดออกมาได้เป็นพันธุ์พฤกษา ดอกไม้ และสัตว์ ในบางมุมยังสามารถเห็น ‘นกยูง’ อันเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์พม่าอันเป็นผู้ครองอำนาจนำในเมียนมาอีกด้วย เพราะในสถานที่จริงไม่ได้มีลายเหล่านี้สลักอยู่ตามผนังกำแพง ผลงานชิ้นนี้จึงเผยสิ่งที่ไม่อาจไม่เห็นด้วยตาเปล่าให้ปรากฏในงานจิตรกรรม เถ่ง ลิน ทำให้เห็นว่าทั้งในแนวกำแพงของเรือนจำและในขอบตัวอักษรของคำ ต่างก็บรรจุเรื่องราวของการต่อสู้ การกดขี่ และการแสวงหาเสรีภาพเอาไว้ภายใน นอกจากนี้ ลวดลายที่อัดแน่นอยู่ใน ‘ขอบ’ ยังมีลักษณะคล้ายกับภาพเขียนโบราณที่บรรจุเรื่องเล่าเอาไว้ในลวดลายและเส้นสาย เล่นล้อไปกับพัฒนาการจากเส้นไปสู่ตัวอักษร และในอีกมุมมองก็เป็นการคลายอักษรให้กลับไปเป็นเส้น

การที่ เถ่ง ลิน แปรสภาพเรื่องราวที่ ‘ยากจะกล่าว’ ให้อยู่ในรูปของลวดลาย ในทางหนึ่งก็เป็นการเล่นล้อกับคุณลักษณะของรัฐเผด็จการที่คอยตรวจสอบและระงับ (censorship) ความคิดของผู้ที่เห็นต่างหรือแปะป้ายว่าเป็นความคิดที่เป็นภัยต่อชาติ ภาพ/คำของเรือนจำอินเส่งจึงไม่ได้เล่าถึงแค่ตัวสถานที่ และถึงแม้ทั้งผืนกระดาษนี้จะมีเพียงชื่อของเรือนจำที่ ‘ขึ้นชื่อ’ แต่งานของเขาเถ่ง ลิน ก็ชวนให้เราคิดถึงความต่างระหว่างโลกในและนอกเรือนจำที่ในหลายกรณีก็ดูเหมือนจะต่างกันแค่แนวกำแพงอิฐ เพราะในโลกนอกเรือนจำ ประชาชนต่างก็ถูกควบคุมความคิดเห็นไม่ต่างจากการอยู่ในเรือนจำ ‘Insein Prison’ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเผยชีวิตที่ ‘ถูกจำกัด’ อยู่ในเรือนจำอินเส่ง หากแต่เป็นการเผยชีวิตนอกเรือนจำที่เสรีภาพ ‘ถูกกำจัด’ ไปในเวลาเดียวกัน
ในอีกทางหนึ่ง ก็ใช่ว่างานของ เถ่ง ลิน จะแสดงให้เห็นถึงภาวะที่อำนาจนำเข้ามาควบคุมให้บอดใบ้ ตรงกันข้าม ‘အင်းစိန်ထောင်’ ที่ถูกดัดแปลงให้กลายร่างเป็นเรือนจำก็ยังคงเค้าร่างให้ถอดความออกมาเป็นคำได้อยู่ดี แม้จะไม่ใช่การบรรยายความแบบตรงไปตรงมาหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ ‘Insein Prison’ ก็เป็นงานที่เปล่งเสียงคำออกมาไม่น้อยไปกว่าการเขียนเล่าความทรงจำและความเจ็บปวดโดยตรง งานของเขาจึงชี้ให้เห็นถึงการที่ ‘คำถูกสะกด’ (under the spell) โดยรัฐ ไปพร้อมกันกับการแข็งขืนต่ออำนาจและทำให้คำที่ถูกสะกด ‘ถูกสะกด’ (spell) เพื่อเผยตัวต่อโลกผ่านกระบวนการทางศิลปะ ดังจะเห็นได้จากงานชิ้นอื่นๆ ในชุดเดียวกันที่จัดแสดงในนิทรรศการนี้ที่ เถ่ง ลิน คัดเลือกคำที่เสียดสี คำที่พาดพิงไปถึงกลุ่มอำนาจมิชอบ ไปจนถึงคำที่สะท้อนให้เห็นถึงการด้อยความสามารถในการบริหารของรัฐเผด็จการ อย่างเหล่าชื่อเมืองที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่รอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) ใจกลางประเทศเมียนมาในต้นปีที่ผ่านมา

Photo courtesy of Htein Lin
นอกจากการเล่าเรื่อง ‘ในคุก’ แล้ว ในนิทรรศการนี้ยังมีการจัดแสดง ‘A Show of Hands’ โครงการต่อเนื่องระยะยาวของ เถ่ง ลิน ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบัน เขาได้ออกเดินทางไปเพื่อพบกับเหล่าอดีตนักโทษทางการเมืองที่กลับมาใช้ชีวิต ‘นอกคุก’ เถ่ง ลิน ได้ทำการบันทึกเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นเอาไว้ผ่านการทำทะเบียน (archive) ข้อหาและระยะเวลาของการถูกคุมขัง วิดีโอสารคดีที่บันทึกบทสนทนาที่ว่าด้วยบาดแผลและความหวัง และประติมากรรมปูนปลาสเตอร์ที่ขึ้นรูปจากมือของเหล่าอดีตนักโทษที่กลับคืนสู่สังคม จากครั้งหนึ่งที่เขาเคยแขนหักและต้องเข้าเฝือก เถ่ง ลิน จึงนำเอาเรื่องราวของ ‘การแตกหัก การซ่อมแซม และการเยียวยา’ มาพัฒนาเป็นผลงานชุดนี้

แม้จะเกิดขึ้นนอกพื้นที่ของเรือนจำ แต่ตัวผลงานกลับชี้กระบวนการใช้ความรุนแรงภายในเรือนจำที่พยายามสร้างการ ‘เลือนจำ’ ที่ไม่ได้จบลงหลังโทษสิ้นสุด นั่นทำให้ในหลายกรณี เมื่ออดีตนักโทษทางการเมืองกลับสู่สังคม พวกเขาหลายคนก็มักเลือกที่จะใช้ชีวิตเงียบๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความรุนแรงของเรือนจำอีก ชื่อ ประวัติ และความเจ็บปวดของพวกเขาก็จะเลือนหายไปจากสังคมในที่สุด วนกลับมาทำให้ความเปลี่ยนแปลงหรือการเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจนำของรัฐอ่อนกำลังลงในระยะยาว
งานของ เถ่ง ลิน จึงเป็นการต้านการลืมเลือน เขาใช้การบันทึก การทำให้เป็นระบบของทะเบียน และการทำงานศิลปะ ในการรวบรวมความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยรัฐให้ออกมาเป็นทั้งคำและภาพ น่าสังเกตว่า โครงการของ เถ่ง ลิน มีลักษณะเป็นการย้อนเกล็ดกระบวนการของรัฐที่มักจะต้องกล่าวอ้างสร้างหลักฐานว่าการเห็นต่างเหล่านี้เป็นความผิด เพราะ ‘A Show of Hands’ กลายเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐเป็นผู้สร้างความรุนแรงเสียเอง การเลือกถอดแบบ ‘มือ’ จึงเป็นกิจที่มีนัยยะสำคัญ เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่า แม้รัฐบาลทหารจะทรงอานุภาพเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพียงใด ก็ยังมีมืออีกมากที่เลือกลุกขึ้นต่อต้านความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น

การวิพากษ์รัฐ เรือนจำ และการจำกัดอิสรภาพยังถูกวิพากษ์ต่อใน ‘Fly’ (2005) วิดีโอบันทึกการแสดงสดที่จัดวางตรงข้ามกับภาพเรือนจำอินเส่ง ผลงานชิ้นนี้ถูกฉายผ่านจอขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในกรงสีดำ เผยภาพของ เถ่ง ลิน ในท่าที่กำลังเอามือไขว้หลังเหมือนนักโทษที่ใส่กุญแจมือ เขาต่อสู้อยู่กับแมลงวันที่บินวนและไต่ตอมอยู่รอบตัวเขา แม้แมลงวันจะสร้างความรำคาญให้กับเขามากเพียงใด แต่เขาก็ไม่อาจปัดความรำคาญนี้ออกไปได้โดยสะดวกนักจากมือทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือล่องหน

อุปมานิทัศน์เกิดขึ้นระหว่างแมลงวันกับนักโทษนั้นจึงไม่ต่างจากนาฏกรรมระหว่างรัฐและประชาชนเมียนมามากนัก แมลงวันซึ่งมักถูกเทียบแทนได้กับความสกปรก ความเน่าเสีย และการแปดเปื้อนนั้นควรถูกขจัดและขับไล่ออกไป แต่ในกรณีนี้ สิทธิในการปัด ทำให้สะอาด และทำให้เจริญกลับถูกยึดไปจากมือของประชาชนเสียดื้อๆ โอกาสและความหวังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงจึงร้างราไปเหมือนกับความฝัน ทิ้งให้ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้ายังคงขมุกขมัว วนเวียนอยู่กับความเน่าเฟะไม่รู้จบสิ้น
รัฐจึงไม่ได้คุมขังแค่คนแต่ยังคุมขังอนาคตเอาไว้ด้วย …


นิทรรศการ ‘အက္ခရာ’ (Ek Kha Ya) จัดแสดงที่ West Eden: Contemporary Art ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 12 ตุลาคม 2568
_
1 เมียนมาได้รับการบันทึกว่าเป็นรัฐสมัยใหม่ที่มีสงครามกลางเมืองยาวนานที่สุดในโลก ดูเพิ่มใน Guinness World Records. (2013, December 31). Longest civil war of modern times. Retrieved from https://www.guinnessworldrecords.com/world-records/114580-longest-civil-war-of-modern-times
2 แม้นายพลเน วิน จะลาออกจากการเป็นผู้นำพรรคหลังเหตุการณ์ ‘8888 Uprising’ แต่ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพม่าและประชาชนก็ยังคงปะทุอีกหลายครั้งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การที่รัฐบาลทหารปฏิเสธผลการเลือกตั้งที่นางอองซาน ซูจี (Aung San Suu Kyi) ชนะในปี 1990 และจบลงด้วยการกักบริเวณเธอเอาไว้ในบ้าน หรือการรัฐประหารในปี 2021 โดยนายพลมิน อ่อง ลาย (Min Aung Hlaing) ซึ่งนำไปสู่การชุมนุมประท้วงอีกครั้งโดยประชาชน
3 West Eden. (n.d.). Htein Lin – Biography. Retrieved from https://www.westedenbkk.com/artists/97-htein-lin/biography/
4 ดู เรือนจำอินเส่ง คุกแบบสรรพทัศน์ และสวัสดิภาพอันย่ำแย่ของเหล่านักโทษ เพิ่มใน ลลิตา หาญวงศ์. (30 กรกฎาคม 2564). จลาจลในคุกกับภาพสะท้อนรัฐล้มเหลวในพม่า. มติชน. เข้าถึงได้จาก: https://www.matichon.co.th/columnists/news_2856888












