art4d เปิดมุมมองของกรรมการ ARX 2025 ทั้ง 3 ท่านที่มีต่อผลงานรอบไฟนอล ภายใต้หัวข้อ Liminal Terminal: Transitioning something to anything สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบรุ่นใหม่
TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO: WORAPAS DUSADEEWIJAI
(For English, press here)
หลังจากรอบไฟนอลของงานประกวดแบบเชิงทดลอง ARX: ARCHITECTURE ‧ REALITY ‧ XPERIMENTAL 2025 ภายใต้หัวข้อ Liminal Terminal: Transitioning something to anything จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ทีมงานก็ได้เดินหน้าตามแผนงานพัฒนาแบบเพื่อก่อสร้างจริงช่วงต้นปี 2569
แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น art4d ขอย้อนกลับมาชวนคณะกรรมการทั้ง 3 คน ของ ARX 2025 อย่าง สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์มอังกฤษ อัจฉริยโสภณ และ ประธาน ธีระธาดา นั่งคุยถึงผลงานและภาพรวมของงานที่เพิ่งจบลงไปกันสักเล็กน้อย

art4d: ภาพรวมของ ARX ในปีนี้เป็นอย่างไร? ชอบการตีความคอนเซ็ปต์ของงานไหนเป็นพิเศษไหม?
Sanitas Pradittasnee: จริงๆ ARX ในปีนี้เราว่าเกินความคาดหมายไปเยอะเลยนะ งานค่อนข้างมีคุณภาพ แล้วยิ่งพอไปนั่งฟังเขาพรีเซนต์วิธีที่เขาไปค้นคว้าเนื้อหา หรือที่ไปรีเสิร์ชต่อจากหัวข้อ Liminal Terminal จนสามารถถอดมาเป็นรูปธรรมได้ดี ลงตัว เราเลยอึ้งเหมือนกัน
Pratarn Teeratada: ภาพรวมของงาน ARX ปีนี้มีความคึกคัก ถ้าแบ่งกว้างๆ จะมีงานของนักเรียนมัธยม กับนักศึกษามหาวิทยาลัย งานเด็กมัธยมมีความเป็นศิลปะและกวีนิพนธ์สูง จินตนาการกว้างไกล บางงานมีความเป็นวิชาการ เช่น Bangkok Bounding Box มีลักษณะของงานทดลอง งานวิจัย เน้นปรากฏการณ์สำหรับการใช้ชีวิตในเมือง น่าทึ่งมาก
ในขณะที่ระดับมหาวิทยาลัย ทุกคนจะรู้จักวิธีใช้เครื่องไม้เครื่องมือ เริ่มใกล้ความเป็นมืออาชีพ คำนึงถึงความเป็นไปได้ในการก่อสร้างในการก่อสร้างจริงมากกว่า ส่วนตัวชอบอยู่หลายงาน อาทิ Bangkok Bounding Box ที่พูดถึงไปเมื่อกี้ ANCHORED AIR, CHAIR OF TIME และ Wind of Change

Sanitas: พอเราดูงานในเพลท มันก็ถูกจัดในรูปแบบที่เราคุ้นเคยไง เพราะเราเรียนสถาปัตย์ แต่พอมาเห็นเขาพรีเซนต์จริงเลยทำให้รู้ว่าเขาคิดอะไร แล้วก็ได้เห็นเอเนอร์จี้ด้วย โดยเฉพาะน้องมัธยมที่พลังสดใหม่มาก ซึ่งบังเอิญมากที่วันจริงบังเอิญจับฉลากได้เด็กมัธยมขึ้นก่อนแล้วตามด้วยเด็กมหาวิทยาลัย มันเลยทำให้เห็นว่าเขายังไม่ได้ถูกกรอบ หรือรู้ว่าอันนี้คือเครื่องมือหรืออาวุธที่ต้องใช้ เขาก็ใช้ทุกอย่างเป็นมวยวัดเลย แต่ตาเขาเป็นประกาย ดูแล้วเราประทับใจ
พอเป็นช่วงเด็กมหาวิทยาลัยเขาก็เก่ง เพียงแต่เราจะรู้สึกเลยว่ามีแพทเทิร์นบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ในคณะ มันมีวิธีการเล่าเรื่องเป็นขั้นตอนในการพรีเซนต์งานเป็น 1234 ซึ่งเห็นภาพชัดว่ามันมีกรอบบางอย่างอยู่

CHAIR OF TIME
Angkrit Ajchariyasophon: เรื่องความรู้สึกผมเหมือนทั้งสองคน โดยภาพรวมรู้สึกทึ่งในความสามารถของทุกๆ ทีม เห็นได้ถึงความตั้งใจและผลงานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอ สามารถเชื่อมโยงแนวความคิดหลักของ ARX ที่เป็นนามธรรมอย่าง Liminal Terminal แล้วตีความออกมาได้อย่างหลากหลาย และออกแบบมาเป็นพาวิลเลียนที่น่าสนใจ
อยากบอกอีกครั้งว่าทุกทีมในรอบ 20 ทีมสุดท้ายสมควรได้รับรางวัลทั้งหมดเลย ส่วนงานที่ผมชื่นชอบการตีความเป็นพิเศษเองก็มีหลายผลงาน เช่น งานของ Bangkok Bounding Box โดย ธาวิน ต่างใจ, ณัฐภัสสร จึงมานะกิจ และ มหาสมุทร ปัญจปภาวิน Peras โดย พิทยุตม์ ตาลสุก Wind of Change โดย ปภาดา รัฐเวคิน CHAIR OF TIME โดย พิชาพรรณ พัฒนพฤกษ์ และ แน่นอน FLUXn’FLOW โดย ชวิน เหล่าอนันต์ชัย
Sanitas: ด้วยไอเดียเราก็ชอบ CHAIR OF TIME นะ เราว่าน่าประทับใจมากที่เด็กมัธยมเชื่อมโยงเรื่องดนตรีเข้ากับเวลา ซึ่งเป็นสองสิ่งที่เหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยและมีความนามธรรมมาก ก็ต้องพัฒนากันต่อไป

art4d: จากมุมมอง / ประสบการณ์ส่วนตัว คิดว่าทุกคนสามารถนำงานไปต่อยอดได้อย่างไรบ้าง? หรือมีคำแนะนำเพิ่มเติมให้น้องๆ ที่ส่งงานเข้าประกวดไหม?
Sanitas: ของทุกคนเอาไปต่อยอดได้หมด ตอนนี้มันถูกจำกัดด้วยเวลา และมองว่าทุกคนยังคิดแค่ในมุมที่สื่อจากตัวเอง “เราอยากจะเล่าเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นงานจะถูกออกแบบมาเพื่อเล่าเรื่องแบบนี้นะ” ถ้าจะพัฒนาต่อก็อาจจะต้องมาย้อนดูว่า แล้วผู้ชมที่เห็นผลงานจริงจะรับรู้ประสบการณ์นี้ยังไง เพราะส่วนใหญ่งานสาธารณะมักเป็นงานที่ต้อง open พอเรามีการกำหนดชัดเจนว่าเรื่องต้องดำเนินแบบนี้ บางทีจะเป็นการกรอบเกินไป อยากให้ลองคิดถึงทั้งสองด้านเลย ทั้งประสบการณ์ที่อยากนำเสนอกับประสบการณ์จริงๆ หรือถ้าเราสามารถดึงปรากฏการณ์ที่มันไปเกี่ยวกับธรรมชาติ มีการเปลี่ยนแปลง งานก็จะมีจุดดึงดูดที่น่าสนใจ
Pratarn: การที่น้องๆ ได้รับโจทย์ไปตีความค้นคว้าข้อมูลแล้วนำเสนอออกมาได้ขนาดนี้ สำหรับผมน่าภูมิใจมากนะ ประสบการณ์ครั้งนี้มีประโยชน์ต่อชีวิตในอนาคตเป็นอย่างมาก ไม่ว่าในที่สุดแล้วทุกคนจะตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพด้านการออกแบบหรืออาชีพอื่นๆ ก็ตาม เรื่องความคิดสร้างสรรค์หรือการตีความจากสภาพความเป็นจริง ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นต่ออาชีพการงานในอนาคตทั้งสิ้น ที่สำคัญที่สุดก็คือจงอย่าหยุดฝันเด็ดขาด

CHAMELEON PAVILION
Angkrit: สำหรับผม หลายทีมมีคุณภาพที่จะพัฒนาผลงานของตัวเองไปในการสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะร่วมสมัย โดยเพิ่มเติมการทดลอง การสร้างประสบการณ์ และความรู้สึกที่มีต่อวัสดุ พื้นที่ และเวลา โดยเฉพาะผลงานที่ติดตั้งในพื้นที่สาธารณะ ผมอยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการออกแบบผลงานที่สัมพันธ์กับบริบทและผู้คน และอยากให้ทุกทีมพัฒนาแนวความคิดต่อ จาก Liminal Terminal ว่าสามารถแตกแขนง และเชื่อมโยงความรู้จากศาสตร์อื่นๆ เข้ามาใช้ร่วมกับงานออกแบบอย่างไรได้บ้าง
Sanitas: เรื่องการสร้างประสบการณ์ คิดว่าต้องค่อยๆ เรียนรู้ไป ปรับโน่นปรับนี่ทีละนิด เราเองก็เรียนรู้ไปทีละชิ้น อย่างเขามอที่สตูดิโอเราทำ ตอนแรกเราก็อยากออกแบบให้คนได้หยุด ได้ชะลอ ได้อยู่กับตัวเอง แต่ด้วยความที่งานออกมาแล้ว photogenic มาก กลายเป็นว่าทุกคนแทนที่จะอยู่กับตัวเองก็ไปถ่ายรูป อยู่กับโทรศัพท์แทน เรื่องนี้เลยเป็นข้อให้เราคิดเหมือนกันนะ งานบางที่ในต่างประเทศห้ามเอาโทรศัพท์เข้าเลย แต่เราจะทำยังไงให้งานทำแบบนั้นได้ด้วยตัวมันเอง

Peras
art4d: มองว่าระหว่างกระบวนการทำให้โปรเจกต์ที่ส่งประกวดกลายเป็น Reality จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง? คาดหวังผลลัพธ์สุดท้ายแบบไหน?
Sanitas: งานที่ชนะมีความโดดเด่นในแง่ที่ว่าเขาไม่ได้สร้างสเปซแบบยิ่งใหญ่อลังการเหมือนคนอื่น แต่เขาใช้องค์ประกอบที่ดูก้ำกึ่งอย่างเก้าอี้ยักษ์มาสร้างโปรแกรมที่ไม่เหมือนกันสองด้าน แทนที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างหรือเสามาครอบทับลงไป ก็ดึงแสงหรือเงามาทำให้เกิดสเปซที่เคลื่อนที่ได้ระหว่างวัน เรื่องที่เราสนใจคือมันจะปรับตัวในแต่ละที่ยังไง เราคาดหวังว่ามันจะไม่เหมือนในแบบเป๊ะ คาดหวังผลสุดท้ายที่ไม่เหมือนที่คาดหวัง (หัวเราะ)
ถ้าพูดในมุมของเรา เราก็อาจจะอยากเสริมมิติที่ personal ขึ้น เพราะว่าตอนนี้งานเป็นงานสาธารณะแท้ๆ เลยอยากเพิ่มความ personal และวิธีเอนเกจของงานกับคน ไม่แน่ใจว่าจะเป็นในมิติของเสียงหรือ sensation อื่นๆ ให้มีไดนามิกขึ้นโดยโครงหลักเหมือนเดิม

Angkrit: ตอนนี้เราคิดว่าโครงสร้างหลักของงานยังแข็ง ใหญ่ และแสดงตัวชัดเจนมากเกินไป ถ้าโครงสร้างหลักปรับให้น้อยเท่าที่จำเป็นให้ตั้งอยู่ได้จะท้าทายมากยิ่งขึ้น และจะสื่อถึงการเชื่อมกับสภาพแวดล้อมหรือธรรมชาติที่เป็นประเด็นของเขามากยิ่งขึ้นด้วย ส่วนตัวผมมองว่าแนวโค้งของชิ้นงานยังโค้งได้มากกว่านี้อีก หรืออาจจะมีตัวเล็กที่เส้นโค้งล้อกัน ทำให้เกิดพื้นที่ว่างภายใน ปิด และ เปิด ในเวลาเดียวกัน หรืออาจจะเพิ่มลูกเล่นให้ปรับรูปร่างได้มากขึ้น มีฟังก์ชันอื่นๆ เช่น พลิกกระดกกลายเป็นกันสาด อะไรแบบนี้

Wind of Change
Pratarn: กระบวนการทำให้โปรเจกต์ที่ออกแบบได้สร้างจริงนั้นนับเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิต ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่าตัวเรา ทั้งในระหว่างก่อสร้าง และหลังสร้างเสร็จไปแล้ว อยากให้งานที่เข้ารอบสุดท้ายได้รับการสนับสนุนให้สร้างจริงขึ้นมาหลายๆ งาน ยังรอติดตามเส้นทางของน้องๆ ARX เจเนอเรชันต่อไป
Angkrit: สิ่งที่อยู่ในความคิดกับสิ่งที่สร้างขึ้นจริงได้ อาจจะไม่เหมือนกัน 100% และผมก็ไม่ได้คาดหวังให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่สิ่งที่ผมให้ความสนใจคือ การพัฒนา ต่อยอด ปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ วัสดุ ระยะเวลา และงบประมาณ ซึ่งน่าตื่นเต้นที่เราจะได้เห็นแนวความคิดปรากฏเป็นรูป ได้เห็นการทำงาน การแก้ปัญหา มันท้าทายและน่าติดตามมากๆ ที่จะได้สัมผัสกับผลงานจริง ทั้งนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมอีกครั้งนะครับ

ชมผลงานของ 20 Finalists ได้ที่: https://art4d.com/20-finalists-of-arx-2025
