โต๊ะวัว โคมไฟแท่งไม้ และโต๊ะจิ๋วเลื่อนได้ งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไม้จาก 6 สถาปนิกออสเตรเลีย ที่โดดเด่นไม่ซ้ำกับใคร
TEXT: PHARIN OPASSEREPADUNG
PHOTO COURTESY OF THE AMERICAN HARDWOOD EXPORT COUNCIL (AHEC)
(For English, press here)
โปรเจกต์ KEEP ร่วมกับ American Hardwood Export Council (AHEC) ชวน 6 สถาปนิกชาวออสเตรเลียมาสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ไม้จาก American Hardwoods 3 ชนิด ได้แก่ American red oak, cherry และ maple ไม้ที่มีทั้งความงาม ความยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลงานทั้งหมดได้ถูกจัดแสดงไปแล้วในนิทรรศการที่ Cult Sydney Showroom ระหว่างวันที่ 18 กันยายน – 4 ตุลาคม 2025 ภายใต้การคิวเรตโดย David Clark

David Clark, the curator of KEEP’s exhibition
หัวใจของนิทรรศการครั้งนี้คือการตั้งคำถามต่อ ‘การบริโภคที่เกินพอดี’ ของยุคปัจจุบัน ตั้งแต่วัสดุที่ใช้เพียงครั้งเดียว ระบบห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนเกินจำเป็น ไปจนถึงขยะที่เกิดจากกระบวนการผลิตในแต่ละรอบ Clark กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดประวัติศาสตร์การออกแบบ เรามักเห็นสถาปนิกออกแบบเฟอร์นิเจอร์อยู่บ้าง และนั่นนำมาสู่แนวคิดของเขา คือจะเป็นอย่างไรหากได้เห็นสถาปนิกที่มีมุมมองหลากหลาย สร้างงานเฟอร์นิเจอร์ด้วยวัสดุใหม่ๆ อย่าง American Hardwoods อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ออสเตรเลียยุคใหม่ที่แตกต่างกว่าเดิม
เฟอร์นิเจอร์ 7 ชิ้น จาก 6 นักออกแบบชาวออสเตรเลีย จึงมาพร้อมเรื่องราว ที่มาที่ไป ไอเดียที่จุดประกายแตกต่างกัน แต่อยู่ภายใต้ตีมเดียวกัน คือความยั่งยืน ความประณีตของงานฝีมือ และการเผยให้เห็นความงามตามธรรมชาติของวัสดุ

‘David’ Console – American cherry
สตูดิโอ Kennedy Nolan
ชิ้นแรกที่พาทุกคนไปรู้จัก คือ ‘David’ Console – American cherry ออกแบบโดย Patrick Kennedy และ Rachel Nolan ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Kennedy Nolan เฟอร์นิเจอร์ไม้หน้าตาคล้ายวัวหรือม้าตัวนี้ ทำหน้าที่เป็นโต๊ะวางเครื่องแก้วและเซรามิกในห้องประชุม ไอเดียของการออกแบบครั้งนี้มาจากแนวคิด zoomorphise หรือการผสมผสานรูปทรงของสัตว์เข้ากับงานสถาปัตยกรรม เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้คนกับพื้นที่ เขาจึงนำมาถ่ายทอดลงผ่านเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้จึงประกอบไปด้วยหัว หาง และลำตัว แต่ละอวัยวะมาพร้อมกับลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะขูด เจาะ เคลือบ นอกจากนี้แล้ว ภายในของเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ยังทำเป็นสีชมพูและแดง คล้ายกับด้านในของสัตว์จริงๆ เพิ่มมิติและอารมณ์ให้โต๊ะไม้ชิ้นนี้อีกด้วย

‘Pax’ Table – American cherry
Virginia Kerridge
ถัดมากับโต๊ะตัวที่สอง ‘Pax’ Table โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าเลือกใช้วัสดุไม้ American cherry ออกแบบโดย Virginia Kerridge ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ขาโต๊ะมาวางรวมกันอยู่ตรงกลางของโต๊ะ พร้อมด้วยปลายสีแดงสดที่แต่งแต้มไว้แต่ละขาของโต๊ะ
Virginia เลือกใช้เทคนิคงานไม้แบบดั้งเดิม คือ ‘Butterfly joint’ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับแรงบันดาลมาจากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชาวญี่ปุ่นอเมริกาอย่าง George Nakashima เทคนิคนี้เป็นการเชื่อมต่อระหว่างไม้ด้วยการสอดชิ้นไม้ที่มีรูปร่างคล้ายผีเสื้อเข้าไป เพื่อเชื่อมระหว่างไม้ 2 แผ่นเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนั้นแล้ว โต๊ะตัวนี้ถูกออกแบบให้สามารถแยกแผ่นโต๊ะออกจากขาและพับได้ นักออกแบบจึงเลือกใช้ข้อต่อทองเหลืองในการยึดแผ่นโต๊ะไว้ด้วยกัน เพื่อความสะดวกต่อการพับเก็บและโยกย้ายมากขึ้น อีกสิ่งที่น่าสนใจคือชื่อ ‘Pax’ มีที่มาจากน้องหมาของนักออกแบบเอง และยังเล่นเสียงกับตัวอักษร X ที่เป็นรูปทรงของขาโต๊ะ สื่อถึงพื้นที่แห่งการพักผ่อนและพบปะ

‘Pedal’ Lamp – American cherry
สตูดิโอ Lineburg Wang
ต่อมาด้วยโคมไฟ ‘Pedal’ ที่ทำจากวัสดุไม้ American cherry โดย Michael Lineburg และ Lynn Wang ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Lineburg Wang โคมไฟทรงแท่งสูงที่มีปลายบนเผยออกเล็กน้อยให้แสงลอดผ่านได้อย่างนุ่มนวลนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของทั้งคู่ที่ต้องการออกแบบอะไรบางอย่างให้มีลักษณะคล้ายกับแท่งไม้มากที่สุด แต่เมื่อมองใกล้ๆ แล้วจึงจะพบดีเทลต่างๆ ขณะเดียวกันพวกเขาก็หลงใหลในแนวคิดของ movable object หรือวัตถุที่สามารถขยับได้ พวกเขาเลือกหยิบส่วนฝาของ ‘ถังขยะริมทางเท้า’ และการขยับเปิด-ปิดของฝามาเป็นแรงบันดาลใจในการซ่อนแสงไฟไว้ในส่วนปลายด้านบนของโคมไฟ คือเมื่อเปิดฝา แสงจึงจะค่อยๆ เผยออกมาจากภายใน นอกจากนี้นักออกแบบยังเคลือบเงาพื้นที่ภายในของโคมไฟไว้เพื่อให้สะท้อนแสงมากที่สุด ทำให้ด้านบนของโคมไฟชิ้นนี้สว่างมากที่สุด

‘Lamella’ Chair – American maple
Richards Stanisich ร่วมกับ Meg Ashforth
ต่อกันที่งานไม้ American maple กับเก้าอี้ ‘Lamella’ Chair โดย Richards Stanisich ร่วมกับ Meg Ashforth ซึ่งเก้าอี้ไม้ตัวนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘ลาเมลลา’ คือโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นแผ่นบางซ้อนๆ เป็นชั้น ผนวกเข้ากับดีไซน์ของเสื้อเกราะในยุคกลางของญี่ปุ่น

เก้าอี้ตัวนี้จึงเกิดขึ้นจากแผ่นไม้ขนาดเล็กนับร้อยๆ ชิ้น นำมาร้อยเรียงต่อกันทั่วตัวด้วยมืออย่างระมัดระวัง ผ่านการประกอบอยู่หลายครั้งเพื่อให้ได้วิธีที่ดีที่สุดที่เชื่อมต่อทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนั้นแล้ว ยังได้รับความร่วมมือจาก Meg Ashforth ดีไซน์เนอร์คอสตูมจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Mad Max: Fury Road ที่หลงใหลในเกราะญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน จึงนำมาสู่การร่วมงานกันตลอดระยะเวลา 6 อาทิตย์เต็ม ทำให้เก้าอี้ตัวนี้เป็นเหมือนการผสมผสาน งานออกแบบ งานฝีมือ และงานศิลปะไว้อย่างสมบูรณ์

‘Twin’ Bench – American red oak
สตูดิโอ Edition Office
ม้านั่งพักผ่อน ‘Twin’ Bench จากวัสดุไม้ American red oak ผลงานการออกแบบจาก Kim Bridgland และ Aaron Roberts ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Edition Office โดยสตูดิโอนี้เคยออกแบบเฟอร์นิเจอร์บางส่วน สำหรับโครงการปรับปรุงบ้านหลังหนึ่งในชนบทของรัฐวิกตอเรีย โดย Paul Couch สถาปนิกแนวโมเดิร์นนิสต์จากเมลเบิร์น บ้านหลังนี้วางตัวรอบถังเก็บน้ำไม้สี่ใบ ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานชุดนี้
ม้านั่งตัวนี้จึงเป็นเสมือนภาคต่อของงานออกแบบในครั้งนั้น ม้านั่งตัวนี้สามารถนั่งได้ 2 คน แต่มาพร้อมความกว้างที่มากกว่าปกติเพื่อความสบายที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว พวกเขายังได้แรงบันดาลใจเพิ่มเติมมาจากภาพถ่ายสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมของศิลปินชาวเยอรมันอย่าง Bernd และ Hilla Becher ส่งผลให้นักออกแบบให้ความสนใจในโครงสร้างของถังเก็บน้ำที่ทำจากไม้มากขึ้น เลิกใช้วัสดุจากพลาสติก และหันมาศึกษากระบวนการประกอบ และเชื่อมกันระหว่างส่วนโค้งและส่วนเส้นตรงของไม้เข้าไว้ด้วยกัน ตลอดจนการเลือกใช้ข้อต่อที่สามารถ ‘เลื่อนผ่านกัน’ โดยเราจะเห็นข้อต่อนั้นได้ชัดเจนสุดบริเวณด้านหลังของพนักพิง

‘Small Slide’ Table – American red oak และ ‘Einstein’s Hat’ Vase – American red oak and cherry
Neil Durbach
‘Small Slide’ Table จากไม้ American red oak และ ‘Einstein’s Hat’ Vase จากไม้ American red oak and cherry ทั้งสองชิ้นนี้เป็นผลงานที่ออกแบบโดย Neil Durbach
สำหรับโต๊ะ ‘Small Slide’ Table ตัวนี้ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากโต๊ะต้นแบบ เป็นการตีความใหม่ของโต๊ะเลื่อนแบบดั้งเดิม ถูกย่อขนาดให้เล็กลงแต่ยังคงความน่าสนใจเฉพาะตัว พื้นที่ตรงกลางของโต๊ะสามารถเลื่อนออกจากกันได้เพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่เผยพื้นที่ระยะห่างไม่กี่เซนติเมตรให้เราได้เห็นพื้นผิวเมทัลลิกด้านใน เปรียบเสมือนเงาที่พยายามจะแย้มยิ้มให้เราได้เห็น และถ้าหากว่าเรามองจากมุมบนของโต๊ะ เราจะเห็นภาพโต๊ะคล้ายกับมุมตัดขวาง (cross-section) ของต้นไม้

ส่วนแจกัน ‘Einstein’s Hat’ สีแดงสดได้แรงบันดาลใจจาก Aalto Vase อันเป็นตำนาน ประกอบด้วยชิ้นไม้ 13 ชิ้น ที่ต่อกันด้วยแนวคิดทางคณิตศาสตร์ ‘aperiodic tiling’ คือรูปทรงที่สามารถวางซ้อนหรือวางทับกันได้เสมือนเป็นชิ้นเดียวกัน โดยแต่ละชิ้นจะไม่มีชิ้นไหนเลยที่มีลักษณะเหมือนกันเลย แจกันนี้เป็นความท้าทายทั้งในด้านการดัดโค้งไม้และการใช้งานกับน้ำ ภายในจึงเคลือบผิวเงาไว้เพื่อป้องกันความชื้นและสะท้อนแสงให้เกิดประกาย
การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด 7 ตัว ไม่ว่าจะโคมไฟ เก้าอี้ ม้านั่งต่างๆ มาพร้อมกับวัสดุไม้ 3 ชนิดเท่านั้น คือ
• American red oak (Quercus rubra) มีเนื้อไม้อุดมสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้หลากหลาย มีความแข็งแรงและลายไม้ที่โดดเด่น
• American hard maple (Acer saccharum) ลักษณะไม้เป็นสีขาวครีม มีความทนทานเป็นพิเศษ สัมผัสนุ่มกว่าไม้ชนิดอื่นๆ
• American cherry (Prunus serotina) โทนสีอบอุ่น ใช้งานง่าย และสีของไม้จะเข้มขึ้นตามอายุของต้นไม้
ไม้ทั้งสามชนิดนี้ปลูกที่ Vast hardwood forests สหรัฐอเมริกา ผ่านกระบวนการที่ยั่งยืน มีระบบที่ชัดเจน พร้อมกันนั้น ยังมีข้อมูลยืนยันว่าไม้เหล่านี้ช่วยกักเก็บคาร์บอนไว้ได้ในปริมาณที่มากกว่าการปล่อยออกไป ทั้งในระหว่างกระบวนการผลิตที่สหรัฐฯ เอง และในกระบวนการส่งไม้สู่ประเทศออสเตรเลีย

ท้ายสุดแล้ว Rod Wiles, Regional Director จาก The American Hardwood Export Council ได้กล่าวเพิ่มเติมไว้ว่า “โปรเจกต์ KEEP คือการย้ำเตือนว่าสิ่งของที่เราใช้งานในชีวิตนั้นสามารถโอบอุ้มความหมายและความทรงจำไว้ในตัวมันเอง เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อใช้งานเท่านั้น แต่ยังมีความทรงจำและเรื่องราวที่เก็บไว้ตามเวลา การแนะนำให้กลุ่มสถาปนิกรู้จักกับไม้ American Hardwood ทั้งสามชนิดนี้ช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ในการออกแบบและพัฒนาต่อยอดไปได้มากกว่าเดิม”
















